วันนี้พอมีเวลาว่างจากการทำ Lab กลับมานั่งอ่านงานเขียน ฝึกเขียนความจริงใจใน G2Kของตนเอง อืม........อืมพัฒนาการของงานเขียน ติ๋วสะท้อนอะไรนะ
ครูท่านพูดเสมอ ๆ ว่า
เออ ดี ๆ ใจมันใสขึ้น
ที่ผ่านมา เมื่อไหร่ที่ได้ยินคำ ๆ นี้ หนูดีใจ และลิงโลดมาก ๆ อาการมันเป็นยังไงหน่ะเหรอ ก่อนได้ยิน หนูจะจะเป็นจ้อง ๆ รอคอย ๆ ใจก็จะเต้นตุ๊บ ๆ ๆ ลมหายใจ ขาดเป็นห้วง ๆ กั้นหายใจ สลับกับ ดึงลมหายใจเข้าลึก ๆ เป็นอาการหายใจไม่ทั่วท้อง
พอครูท่านชม ใจก็เหมือนถูกหวย เป็นลันล้า อย่ากกระโดดโลดเต้นก็ไม่ปาน
เหตุการณ์ถัดมา หนูก็จะต้องหลงไป ทำอะไรผิดสักอย่าง แล้วก็จะโดน เตือน

เป็นวงจรแบบนี้ อยู่หลายครั้งหลายหน
แต่มาหลัง ๆ นี้ ใจหนูลิงโลดน้อยลง เป็นอาการ ยิ้ม ดีใจ สบาย ๆ ขำ ๆ ได้ ใจพองไหม ก็พองนะคะ แต่ไม่ได้พองคับอก เหมือนเมื่อก่อน แต่ก็รู้ว่าพอง
แล้วเป็นอาการมีกำลังใจ มากขึ้น
รับผิดชอบในงานเขียนมากขึ้น แม้ว่าจะอยากเขียนหรือ ไม่อยากเขียน หนูก็ เขียน แม้ใจยังรู้สึกว่า โดนตำหนิ หนูก็ยังเขียน
หนูคุม ใจ หนู ไม่ได้ แต่หนู ต้อง พยายาม รับผิดชอบต่อหน้าที่ ทำให้ดีที่สุด ตราบเท่าที่ สติปัญญาพอมี
กราบขอบคุณนะคะ หนูรู้สึกได้ใน พัฒนาการของตนเอง
อย่างนี้ นี่เอง ที่เขาเรียกว่า
รู้อยู่ในตนเอง รู้ได้เฉพาะตน
ต้องทำธรรมจึงจะเข้าถึงธรรมอย่างที่ครูว่า จริง ๆค่ะ
จากเดิมที่หนู กลัวการเขียนมาก ๆ แต่ตอนนี้ รู้สึกว่า ยังไงก็ต้อง เผชิญ พร้อมรับ ทุก ๆ ความบีบคั้น ทั้งในใจ ตนเองและจากสิ่งอื่น ๆ กราบขอบพระคุณครูค่ะ หนูมีวันนี้เพราะครู
มาตามอ่านค่ะ เขียนได้จริงใจดีค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ แก้ว..อุบล จ๋วงพานิช ที่เมตตา ตามมาอ่านผลงานและเป็นกำลังใจให้
ขอบพระคุณพันตำรวจโทสุพจน์ มัจฉา
ที่นำ ส.ค.ส. มาฝากค่ะ