ข้อสอบฟิสิกส์ O-NET ปี2552
ข้อสอบทั้งหมด 22 ข้อ
|
1. (O-NET'52)ข้อใดต่อไปนี้ไม่ได้ทำให้การเคลื่อนที่ของวัตถุเป็นการตกแบบเสรี กำหนดให้ การเคลื่อนที่ทุกข้อ ไม่คิดแรงต้านของอากาศ |
|
ก. โยนก้อนหินขึ้นไปในแนวดิ่ง |
|
ข. ปล่อยลูกกอล์ฟจากยอดตึกให้ตกลงมาในแนวดิ่ง |
|
ค. ยิงลูกปืนจากยอดหน้าผาออกไปในแนวระดับ |
|
ง. ผูกถุงทรายเข้ากับสปริงในแนวดิ่งซึ่งตรึงไว้กับเพดาน ดันถุงทรายขึ้นแล้วปล่อย |
|
2. (O-NET'52)วัตถุ A มีมวล 10 กิโลกรัม วางอยู่นิ่งบนพื้น ส่วนวัตถุ B ซึ่งมีมวลเท่ากันกำลังตกลงสู่พื้นโลก ถ้าไม่คิดแรงต้านของอากาศ และกำหนดให้ทั้ง A และ B อยู่ในบริเวณที่ขนาดสนามโน้มถ่วงของโลกเท่ากับ 9.8 นิวตัน/กิโลกรัม ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง |
|
ก. วัตถุทั้งสองมีน้ำหนักเท่ากัน |
|
ข. วัตถุทั้งสองมีอัตราเร่งในแนวดิ่งเท่ากัน คือ 9.8 เมตร/วินาที2 |
|
ค. แรงโน้มถ่วงของโลกที่กระทำต่อวัตถุ A มีขนาดเท่ากับ 98 นิวตัน |
|
ง. แรงโน้มถ่วงของโลกที่กระทำต่อวัตถุ B มีขนาดเทากับ 98 นิวตัน |
|
3. (O-NET'52)จากแผนภาพแสดงลักษณะของเส้นสนามแม่เหล็กที่เกิดจากแท่งแม่เหล็กสองแท่งข้อใดบอกถึงขั้วแม่เหล็กที่ตำแหน่ง A , B , C และ D ได้ถูกต้อง |
|
ก. A และ C เป็นขั้วเหนือ B และ D เป็นขั้วใต้ |
|
ข. A และ D เป็นขั้วเหนือ B และ C เป็นขั้วใต้ |
|
ค. B และ C เป็นขั้วเหนือ A และ D เป็นขั้วใต้ |
|
ง. B และ D เป็นขั้วเหนือ A และ C เป็นขั้วใต้ |
|
4. (O-NET'52)บริเวณพื้นที่สี่เหลี่ยม ABCD เป็นบริเวณที่มีสนามแม่เหล็กสม่ำเสมอซึ่งมีทิศพุ่งออกตั้งฉากกับกระดานดังรูปข้อใดต่อไปนี้ที่จะทำให้อนุภาคโปรตอนเคลื่อนที่เบนเข้าหาด้าน AB ได้ |
|
ก. ยิงอนุภาคโปรตอนเข้าไปในบริเวณ จากทางด้าน AD ในทิศตั้งฉากกับเส้น AD |
|
ข. ยิงอนุภาคโปรตอนเข้าไปในบริเวณ จากทางด้าน BC ในทิศตั้งฉากกับเส้น BC |
|
ค. ยิงอนุภาคโปรตอนเข้าไปในบริเวณ จากทางด้าน AD ในทิศขนานกับเส้น AD |
|
ง. ยิงอนุภาคโปรตอนเข้าไปในบริเวณ จากทางด้าน BC ในทิศขนานกับเส้น DB |
|
5. (O-NET'52)วางอนุภาคอิเล็กตรอนลงในบริเวณซึ่งมีเฉพาะสนามไฟฟ้าที่มีทิศไปทางขวาดังรูป
อนุภาคอิเล็กตรอนจะมีการเคลื่อนที่เป็นไปตามข้อใด |
|
ก. เคลื่อนที่เป็นเส้นโค้ง เบนขึ้นข้างบน |
|
ข. เคลื่อนที่เป็นเส้นโค้ง เบนลงข้างล่าง |
|
ค. เคลื่อนที่เป็นเส้นตรงขนานกับสนามไฟฟ้า ไปทางขวา |
|
ง. เคลื่อนที่เป็นเส้นตรงขนานกับสนามไฟฟ้า ไปทางซ้าย |
|
6. (O-NET'52)อนุภาคโปรตอน อิเล็กตรอน และนิวตรอน อนุภาคในข้อใดที่เมื่อนำไปวางในสนามไฟฟ้าแล้วจะมีแรงไฟฟ้ากระทำ |
|
ก. นิวตรอน |
|
ข. โปรตอนและนิวตรอน |
|
ค. โปรตอนและอิเล็กตรอน |
|
ง. โปรตอน อิเล็กตรอน และนิวตรอน |
|
7. (O-NET'52)แรงในข้อใดต่อไปนี้เป็นแรงประเภทเดียวกันกับแรงที่ทำให้ลูกแอปเปิลตกลงสู่พื้นโลก |
|
ก. แรงที่ทำให้ดวงจันทร์อยู่ในวงโคจรรอบโลก |
|
ข. แรงที่ทำให้อิเล็กตรอนอยู่ในอะตอมได้ |
|
ค. แรงที่ทำให้โปรตอนหลายอนุภาคอยู่รวมกันในนิวเคลียสได้ |
|
ง. แรงที่ทำให้ป้ายแม่เหล็กติดอยู่บนฝาตู้เย็น |
|
8. (O-NET'52)การเคลื่อนที่ในข้อใดต่อไปนี้ที่ความเร่งของวัตถุเป็นศูนย์ |
|
ก. การเคลื่อนที่แบบวงกลมด้วยอัตราเร็วคงตัว |
|
ข. การตกลงตรง ๆ ในแนวดิ่ง โดยไม่มีแรงต้านอากาศ |
|
ค. การเคลื่อนที่เป็นเส้นตรงในแนวระดับด้วยอัตราเร็วคงตัว |
|
ง. การไถลลงเป็นเส้นตรงบนพื้นเอียงลื่นที่ไม่มีแรงเสียดทาน |
|
9. (O-NET'52)รถยนต์คันหนึ่งแล่นด้วยอัตราเร็วคงตัว 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระยะทางที่รถยนต์คันนี้แล่นได้ในเวลา 6 นาทีเป็นไปตามข้อใด |
|
ก. 0.3 กิโลเมตร |
|
ข. 2.0 กิโลเมตร |
|
ค. 3.3 กิโลเมตร |
|
ง. 120 กิโลเมตร |
|
10. (O-NET'52)เด็กคนหนึ่งวิ่งเป็นเส้นตรงไปทางขวา 20 เมตร ในเวลา 4 วินาที จากนั้นก็หันกลับแล้ววิ่งเป็นเส้นตรงไปทางซ้ายอีก 2 เมตร ในเวลา 1 วินาที ขนาดความเร็วเฉลี่ยของเด็กคนนี้เป็นไปตามข้อใด |
|
ก. 3.5 เมตร/วินาที |
|
ข. 3.6 เมตร/วินาที |
|
ค. 6.0 เมตร/วินาที |
|
ง. 7.0 เมตร/วินาที |
|
11. (O-NET'52)ข้อใดต่อไปนี้ไม่ได้ทำให้วัตถุมีการเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่าย |
|
ก. แขวนลูกตุ้มด้วยเชือกในแนวดิ่ง ผลักลูกตุ้มให้แกว่งเป็นวงกลม โดยเส้นเชือกทำมุมคงตัวกับแนวดิ่ง |
|
ข. แขวนลูกตุ้มด้วยเชือกในแนวดิ่ง ดึงลูกตุ้มออกมาจนเชือกทำมุมกับแนวดิ่งเล็กน้อยแล้วปล่อยมือ |
|
ค. ผูกวัตถุกับปลายสปริงในแนวระดับ ตรึงอีกด้านของสปริงไว้ ดึงวัตถุให้สปริงยืดออกเล็กน้อย แล้วปล่อยมือ |
|
ง. ผูกวัตถุกับปลายสปริงในแนวดิ่ง ตรึงอีกด้านของสปริงไว้ ดึงวัตถุให้สปริงยืดออกเล็กน้อย แล้วปล่อยมือ |
|
12. (O-NET'52)ผูกวัตถุด้วยเชือกแล้วเหวี่ยงให้เคลื่อนที่เป็นวงกลมในแนวระนาบดิ่ง
ขณะที่วัตถุเคลื่อนที่มาถึงตำแหน่งสูงสุดของวงกลม ดังแสดงในรูป
แรงชนิดใดในข้อต่อไปนี้ที่ทำหน้าที่เป็นแรงสู่ศูนย์กลาง |
|
ก. แรงดึงเชือก |
|
ข. น้ำหนักของวัตถุ |
|
ค. แรงดึงเชือกบวกกับน้ำหนักของวัตถุ |
|
ง. ที่ตำแหน่งนั้น แรงสู่ศูนย์กลางเป็นศูนย์ |
|
13. (O-NET'52)เตะลูกบอลออกไป ทำให้ลูกบอลเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ ดังรูป และกำหนดให้ทิศขึ้นเป็นบวกกราฟในข้อใดต่อไปนี้บรรยายความเร่งในแนวดิ่งของลูกบอลได้ถูกต้อง ถ้าไม่คิดแรงต้านของอากาศ |
|
ก. |
|
ข. |
|
ค. |
|
ง. |
|
14. (O-NET'52)ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องเกี่ยวกับคลื่นตามยาว |
|
ก. เป็นคลื่นที่อนุภาคของตัวกลางมีการสั่นในแนวเดียวกับกับเคลื่อนที่ของคลื่น |
|
ข. เป็นคลื่นที่เคลื่อนที่ไปตามแนวยาวของตัวกลาง |
|
ค. เป็นคลื่นที่ไม่ต้องอาศัยตัวกลางในการเคลื่อนที่ |
|
ง. เป็นคลื่นที่อนุภาคของตัวกลางมีการสั่นได้หลายแนว |
|
15. (O-NET'52)ข้อใดต่อไปนี้ที่มีผลทำให้อัตราเร็วของคลื่นเสียงในอากาศเปลี่ยนแปลงได้ |
|
ก. ลดความถี่ |
|
ข. เพิ่มความยาวคลื่น |
|
ค. เพิ่มแอมพลิจูด |
|
ง. ลดอุณหภูมิ |
|
16. (O-NET'52)สมบัติตามข้อใดของคลื่นเสียงที่เกี่ยวข้องกับการเกิดบีตส์ |
|
ก. การสะท้อน |
|
ข. การหักเห |
|
ค. การเลี้ยวเบน |
|
ง. การแทรกสอด |
|
17. (O-NET'52)ข้อใดไม่ถูกต้อง |
|
ก. ค้างคาวอาศัยคลื่นเสียงในย่านอินฟราโซนิกในการบอกทิศทางและจับเหยื่อ |
|
ข. สุนัขสามารถได้ยินเสียงที่มีความถี่ในย่านอัลตราโซนิกได้ |
|
ค. เสียงที่มีความถี่ในย่านอินฟราโซนิกจะมีความถี่ต่ำกว่าความถี่ที่มนุษย์สามารถได้ยิน |
|
ง. คลื่นเสียงในย่านอัลตราโซนิกสามารถใช้ทำความสะอาดเครื่องมือแพทย์ |
|
18. (O-NET'52)เครื่องโซนาร์ในเรือประมงได้รับสัญญาณสะท้อนจากท้องทะเล หลังจากส่งสัญญาณลงไปเป็นเวลา 0.4 วินาที ถ้าอัตราเร็วเสียงในน้ำเป็น 1,500 เมตร/วินาที ทะเลมีความลึกเท่ากับข้อใด |
|
ก. 150 เมตร |
|
ข. 300 เมตร |
|
ค. 600 เมตร |
|
ง. 900 เมตร |
|
19. (O-NET'52)คลื่นใดในข้อต่อไปนี้ที่มีความยาวคลื่นสั้นที่สุด |
|
ก. คลื่นวิทยุ |
|
ข. คลื่นอินฟราเรต |
|
ค. คลื่นไมโครเวฟ |
|
ง. คลื่นแสงที่ตามองเห็น |
|
20. (O-NET'52)ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับไอโซโทปสองไอโซโทปของธาตุชนิดเดียวกัน |
|
ก. มีจำนวนนิวคลีออนเท่ากัน |
|
ข. มีเลขมวลเท่ากัน |
|
ค. มีเลขอะตอมเท่ากัน |
|
ง. มีจำนวนนิวตรอนเท่ากัน |
|
21. (O-NET'52)ธาตุหรือไอโซโทปในข้อใดที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันที่เกิดขึ้นที่ดวงอาทิตย์ |
|
ก. ไฮโดรเจน |
|
ข. ดิวเทอเรียม |
|
ค. ทริเทียม |
|
ง. ฮีเลียม |
|
22. (O-NET'52)รังสีในข้อใดใช้สำหรับฉายฆ่าเชื้อโรคในเครื่องมือทางการแพทย์ |
|
ก. รังสีแกมมา |
|
ข. รังสีเบตา |
|
ค. รังสีอินฟาเรด |
|
ง. รังสีแอลฟา |