PBL act 2 อาทิตย์ 20-12-2552
- เริ่มต้นจากการพูดถึง
> ลักษณะโครงสร้างทางมหกายวิภาค จุลกายวิภาค และการทำงาน กระบวนการกรองของ glomerulus
> การเกิดพยาธิสภาพ กลไกการเกิด Acute glomerulonephritis
> สาเหตุและกลไกการเกิดอาการบวมและปัสสาวะเป็นสีน้ำล้างเนื้อ
> เชื้อ Streptococus
- ตอบคำถาม อภิปรายปัญหา ตามที่คิดไว้จากการทำกิจกรรมกลุ่ม ครั้งที่ 1
- พูดเกี่ยวกับ
> การตรวจทางกายภาพและทางเคมีของปัสสาวะ
>การแปลผลการตรวจปัสสาวะ
- ตอบคำถาม
- พูดเกี่ยวกับกลไกการออกฤทธิ์ ของยาขับปัสสาวะและยาลดความดัน Furosemide และ hydralazine
คำแนะนำ
- นศ.ช่วยกันตอบคำถาม อธิบายพยาธิสภาพ ได้ค่อนข้างดี
- ไม่มีการอภิปรายเป็นกลุ่มย่อย
- ทุกคนตั้งใจฟังเพื่อนๆที่กำลังพูด หรืออธิบาย
- ไม่แย่งกันพูด
- ส่วนใหญ่เป็นการพูดจากข้อสรุปที่หามาแล้วผ่านการคิด วิเคราะห์มาก่อนเพื่อให้สัมพันธ์และเกี่ยวเนื่องกันกับตัวอย่างผู้ป่วย แต่ก็มีหลายคนที่อ่านจากหนังสือหรือ sheet ซึ่งถ้าสรุปแล้วคิดมาก่อนก็จะดีกว่านี้ค่ะ เพราะจะเข้าใจง่ายขึ้นค่ะ
- มีการเตรียม Diagram ข้อสรุปเกี่ยวกับกลไกการเกิดพยาธิสภาพ สาเหตุของการเกิดโรค การทำงานของไต และ slide power point มาค่อนข้างมาก แต่ไม่ได้นำมาใช้ในขั้นตอนการอธิบาย หรือบางช่วงที่นำมาใช้แต่ก็ไม่ได้เต็มที่เพราะคนที่กำลังอธิบายก็อ่านจากหนังสือหรือsheet อีกคนก็พยายามเปิดหารูปจากคอมพิวเตอร์ เพื่อนำเสนอให้สอดคล้องกับเรื่องที่เพื่อนกำลังพูด ดังนั้นถ้าคนที่เตรียมจะพูดเรื่องนี้ พยายามใช้รูป สื่ออุปกรณืทั้งหมดที่เตรียมมาและอธิบายด้วยความเข้าใจของตนเองมากกว่าที่จะอ่านก็จะทำให้เพื่อนที่เหลือในกลุ่มรวมทั้งอาจารย์เข้าใจประเด็นที่กำลังนำเสนอได้ง่ายขึ้นค่ะ
- บางหัวข้อมีการพูดหลายคน เช่นเรื่องยาขับปัสสาวะ ซึ่งมีหลายตัวมากๆ แต่จากการสังเกต ทุกคนที่พูดก็จะอ่านจาก sheet ฉบับเดียวกันแต่อยู่ในมือของแต่ละคน....ถ้าสรุปมาให้เกี่ยวข้องในประเด็นที่สนใจและเชื่อมโยงกับตัวอย่างผู้ป่วยซึ่งมียาที่เกี่ยวข้องแค่ตัวเดียว คือ furosemide ก็จะดีกว่านี้ค่ะ
สรุป การเตรียมตอบปัญหา ทดสอบสมมติฐาน ถ้าทำโดยการอ่าน ทำความเข้าใจในแต่ละหัวข้อ ให้เชื่อมโยงกับปัญหาและสมมติฐานที่คิดไว้จากกิจกรรมครั้งแรก และนำเสนอเป็นความเข้าใจหลังจากคิดวิเคราะห์ สรุปเป็นของตนเองมาแล้ว ก็จะทำให้เพื่อนๆเข้าใจ ง่ายขึ้นค่ะ
การบ้าน
ให้แต่ละคนเขียนชม บอกข้อดี ของเพื่อนที่นั่งอยู่ตำแหน่งขวามือของตนเอง จากการทำกิจกรรม PBL ครั้งที่ 2 ค่ะ (โทรศัพท์แจ้งกับเปเป้แล้วนะคะ)
comment กระตั้ว
ทำหน้าที่ประธานได้ดี รับฟังและสามารถสรุปความเห็นของเพื่อนๆได้ นำเสนอข้อมูลอย่างเป็นเหตุ-ผลดี
*****เนื่องจากกลุ่มเราไม่ได้มีการแบ่งเนื้อหา ว่าเรื่องนี้เป็นของใคร หรือใครรับผิดชอบพูดเรื่องนี้ เพื่อให้ในแต่ละประเด็นทุกคนสามารถแสดงความเห็นร่วมกันได้หมด โดยไม่ต้องกังวลว่าจะไปแย่งเนื้อหาเพื่อนคนอื่น ซึ่งอาจจะมีข้อเสียก็ตรงที่ว่า บางคนเตรียมslideมา แต่เพื่อนคนอื่นได้พูดประเด็นดังกล่าวไปแล้ว ทำให้slideดังกล่าวไม่ถูกใช้งานได้อย่างเต็มที่ ตรงจุดนี้คงต้องหาทางแก้ไขกันต่อไป
*********ขอบคุณอาจารย์ที่คอยตั้งคำถาม กระตุ้นกลุ่มให้คิดอยู่ตลอดเวลา เพราะบางเรื่องเราคิดว่าตัวเองเข้าใจดีแล้ว
แต่ก็ยังไม่สามารถตอบคำถามบางอย่างได้เลย
การแบ่งว่าใครรับผิดชอบเรื่องอะไร หรือทุกคนเตรียมมาเหมือนกันหมดทุกคน ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียค่ะ
......การทำ PBL ไม่ได้ยึดติดกับรูปแบบว่าจะต้องทำอย่างไร หัวใจอยู่ที่ทุกคนต้องมีหน้าที่ทั้งของตนเองและต่อกลุ่มค่ะ เป็นกิจกรรมที่ทุกคนต้องร่วมกันทำ และแสดงความคิดเห็น อย่างสมำ่่เสมอ และต่อเนื่อง
......เพียงแต่ถ้าเรารู้ว่าจะต้องค้นคว้า หาความรู้เรื่องไหนมาอ่านแล้ว ที่สำคัญต้องสามารถคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ให้เชื่อมโยงกับตัวอย่างผู้ป่วย เน้นการตอบปัญหา การทดสอบสมมติฐานที่เคยทำไว้ในกิจกรรมครั้งแรกให้ได้ รวมทั้งใช้ความรู้จากหนังสือหลายเล่ม ฐานข้อมูลหลายอย่าง แล้วมาสรุปเป็นความเข้าใจของตนเอง อภิปรายสนับสนุน โต้แย้งกับเพื่อนๆสมาชิกในกลุ่ม เพื่อหาคำตอบหรือสมมติฐานที่เป็นไปได้ได้มากที่สุดภายใต้พื้นฐานความรู้ที่ถูกต้อง ก็จะทำให้ทุกคนเข้าใจเรื่องนั้นๆได้ดีที่สุดค่ะ