ทดลองการติดตั้งทำงานของ MS SQL Server 2008 Cluster บน VMware VI4
-
เตรียม Virtual Machine 2 VM สำหรับลง Windows 2008 - 1 vCPU, 2GB Memory, 15 GB Disk, 2 Lan
-
ลง Windows Server 2008 Enterprise ทั้งสอง VM
-
เซ็ตอัพ ค่า IP Address ให้ LAN1 เป็น Public Network และให้ LAN2 เป็น Private Network (Cluster Heartbeat)
-
เตรียม Domain User สำหรับเป็น dba ของ MS SQL Server และให้ Add Domain User ดังกล่าวเข้าอยู่ใน group Local:Administrators และ group Domain:Database Admins จากนั้นให้ Join Domain ทั้งสอง VM เข้าสู่ Domain จากนั้น ให้ Logon ด้วย Domain User
-
สำหรับ Windows 2008 ทั้งสอง VM ให้ Add Role -> Application Server โดยให้เลือก Enable DTC (Distributed Transaction Coordination) Service เลือกทั้ง Incoming Transaction และ Outgoing Transaction
-
สำหรับ Windows 2008 ทั้งสอง VM ให้ Add Feature -> Failover Clustering (มีเฉพาะ Enterprise Edition เท่านั้น)
-
Disable Firewall บน Windows 2008 ทั้งสอง VM
-
เตรียม Share Disk 3 ลูก หรือ 3 LUN กรณีใช้ SAN พร้อมทั้ง Present LUN ให้ทั้งสอง ESX Server เห็น
-
เช็คดูที่ ESX Server โดยการสั่ง Rescan Disk จะต้องเห็น Disk ทั้ง 3 LUN ที่ Present มาให้
-
ให้เข้าไปที่แต่ละ VM แล้วสั่ง Add Disk แบบ RDM (Raw Device Mapping) โดยเลือกแบบ Physical RDM ทำทั้งหมด 3 ครั้ง สำหรับ แต่ละ LUN
-
ให้เข้าไปที่ Disk Management ของ Windows แล้ว Initialize Disk โดยไม่ต้อง Convert Disk ให้เป็นแบบ Dynamic Disk แล้วให้ทำเป็น Extended Partition แล้วสร้าง Logical Partition ให้เต็มความจุ ไม่ต้อง Format และไม่ต้อง Assign Drive ให้
-
เข้าไปที่ Failover Cluster Management เลือก Validate Config ถ้ามี Error หรือ Warning ต้องไปแก้ไขก่อนตามรายละเอียดใน Report หลังจาก Validate
-
ที่ Failover Cluster Management ให้เลือก Create Cluster แล้ว Browse เลือก Node ที่จะทำ Cluster ตั้งชื่อ Cluster และตั้ง Virtual IP ของ Cluster
-
ตรวจสอบสถานะของ Cluster ใน Failover Cluster Management หรือใช้การ ping เพื่อทดสอบ การ Failover ระหว่างทั้งสอง Node ว่า ปกติหรือไม่ (อาจมี Time out ประมาณ 2-3 ครั้ง)
-
ให้สร้าง Service DTC (Distributed Transaction Coordination) ใน Cluster เตรียมชื่อ และ Virtual IP สำหรับ DTC Cluster อีกหนึ่งชุด และเตรียม Share Disk สำหรับ assign ให้ DTC Service ไว้ใช้งาน
-
Mount แผ่น DVD สำหรับติดตั้ง Microsoft SQL Server 2008 สำหรับติดตั้งใน VMware
-
เมื่อ Setup ครั้งแรก จะถามให้ลง .NET Framework 3.5 ให้หาดูจะมีในแผ่น DVD (อยู่ใน x86\Redist\DotNetFrameworks\DotNetFx35Setup.exe) เมื่อติดตั้งเสร็จจะต้อง Reboot 1 รอบ (ทำทั้งสอง Node)
-
หลังจากนั้นจะมีการติดตั้ง Hot Fix เพิ่มเติม ขั้นตอนนี้ จะต้องทำทั้งสอง Node เมื่อเสร็จก็ต้อง Restart 1 รอบ (ทำทั้งสอง Node)
-
เข้าแผ่น DVD แล้วเรียก Setup เลือกเข้าที่ Installation แล้วเลือก New SQL Failover Cluster แล้ว Click Next ไปเรื่อยๆ
-
เลือก Component ที่ต้องการก่อนที่จะ Install
-
ตั้งชื่อ Cluster
-
Assign Share Disk สำหรับให้ MS SQL Server เก็บ Data
-
ตั้งค่า IP และ Subnet Mask ของ SQL Cluster
-
ที่หน้า Service Account ให้ใช้ Domain User สำหรับ Run SQL Server Agent และ SQL Server Database Engine
-
ที่หน้า Account ให้เลือก Mixed Mode ให้ตั้งค่า Password สำหรับ Built-in DBA (sa) และ ให้ Add User Admin เพิ่มได้อีก
-
คลิก Next แล้วรอ Install จนเสร็จ
- ไปที่ Node 2 เลือก Add Node to a SQL Server Failover Cluster แล้วคลิก Next ไปเรื่อยๆ
จุดเด่นของ VMWare มีอะไรบ้างค่ะ
แล้วมันคุ้มไหมกับค่าไลเซ็น
แด่ พี่ซวง
เรียน คุณแสงตา
ถามสั้นๆ แต่ถ้าจะตอบจริงๆ คงยาวน่าดู ขอตอบสั้นๆ เท่าที่สัมผัสมานะครับ
ยกตัวอย่างกรณี ใช้ Cluster กับฐานข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น MS SQL Server
หรือ Oracle ก็ตาม
ในกรณีที่เป็น Cluster ปกติ ถ้า Hardware ของเครื่อง Cluster เสียไป 1 Node
การที่จะกู้คืนระบบที่เสียไปขึ้นมา ก็จะมีความยุ่งยากพอสมควร
อาจต้อง Install&Setup ใหม่
----
แต่ในกรณีมี VMware เครื่อง Server จะถูกเปลี่ยนเป็น Server เสมือน
จะเป็นไฟล์ชุดหนึ่ง ซึ่งสามารถย้ายไปมาบนเครื่องต่างๆ ได้อย่างอิสระ
ดังนั้นในกรณีที่ Hardware ของ Server พังไป เจ้า Virtual Machine หรือ Server เสมือนนั้นก็จะถูกย้ายไปทำงานบนเครื่องอื่นได้อย่างอัตโนมัติ
สำหรับกรณีใช้ระบบ Cluster การใช้ VMware ร่วมด้วยก็จะทำให้
Availability ของระบบเพิ่มขึ้นมากทีเดียว
พูดง่ายๆ ก็คือ มันช่วยลดความเสี่ยงที่ระบบ Hardware ของ Cluster จะพังไปพร้อมๆ กันนั่นเอง
-----
ขออธิบายในมุมของ Cluster เท่านี้ก่อนนะครับ
ยังมีข้อดีด้านอื่นๆ อีกเยอะเหมือนกัน
----
สรุปว่า ถ้ามีเงินจ่าย ก็คุ้มที่จะใช้นะครับ
คิดว่าอนาคตไม่ช้าไม่เร็ว Server ต่างๆ จะเปลี่ยนมาใช้เป็น
Virtual Machine หรือ Virtual Server กันหมด
เพราะยืดหยุ่นกว่าเครื่องจริงมาก
ที่เคยซื้อไป เค้าจะคิด license เป็น per CPU
ราคาถูกแพงก็ขึ้นกับ Feature ครับ
รบกวนถามครับ
กรณี มี server จริงให้ ทำ 3 server 1. ลง windows 2008 server std. ----> AD
2. ลง windows 2008 server enterpire R2 เพื่อจะลง SQL Server 2008 std. ตัวที่ 1
3. ลง windows 2008 server enterpire R2 เพื่อจะลง SQL Server 2008 std. ตัวที่ 2
และผมลง Hyper-V ไว้ทั้ง ข้อ 2-3 (ถามว่า ถ้าลง windows 2008r2 เหมือนกัน จะใช้ key เดี่ยวกันได้ไหมครับ ขอคำแนะนำครับ)
ถามว่าจะทำ cluster ในส่วนของ server จริง หรือ ในส่วน Hyper-V ดีครับ
ท้ายสุดรอ อ่านต่ออยู่นะครับ
สวัสดีครับ คุณจิรพงษ์
ประเด็นที่ถามมาคือ ถ้ามีเครื่องจริง (Hardware) อยู่ 3 เครื่อง
แล้วจะทำ Cluster ที่ระดับ Server หรือที่ Hyper-V ดี
ผมคิดว่าคงต้องดูวัตถุประสงค์การใช้งานก่อน
การทำ Virtualization ด้วย VMware หรือ Hyper-V นั้น
จะช่วยให้เราสามารถ utilize การใช้งาน Hardware ได้ดีขึ้น
โดยรวมๆ แล้ว หากคุณนำทั้ง 3 เครื่องที่มีอยู่ มาทำ Virtualization
ถ้าทรัพยากรของเครื่องมีเยอะพอสมควร (CPU,RAM, Disk)
ก็จะสามารถซอยเป็น Virtual Machine ได้เยอะ
ซึ่งสามารถเอาไปรันงานอื่นๆ ได้อีก
แต่หากทั้งสามเครื่องนั้น ต้องกันมาใช้เป็น Server เฉพาะด้าน
เช่นการรันเป็น DB Server อย่างเดียว
และไม่มีนโยบายที่จะให้ App อื่นเข้ามาแชร์ใช้ทรัพยากร
แบบนี้ก็ไม่ควรทำเป็น Virtualization ครับ
แต่ถ้าเป็นในกรณีหลัง ที่ผมเคยลองทำนั้น
ก็พอจะมีข้อดีอีกประการ หากเราทำให้ Database Cluster
มาเป็น Virtual Machine ก็คือ
จะทำให้การกู้ Cluster ในกรณีที่มี Node ใดขัดข้อง
เนื่องมาจากกรณี Hardware เสีย
สามารถทำได้เร็วขึ้น
เพราะสามารถจะ move เอา Virtual Machine
ไปรันบน Hardware ที่เหลือได้ทันที
ไม่ต้องเสียเวลามา Setup Node ของ คลัสเตอร์ใหม่
ก็คงตอบแค่นี้ก่อนนะครับ ไม่แน่จะว่าจะตรงกับที่ถามหรือไม่
ส่วนสำหรับกรณีที่ถามเรื่องคีย์ที่ใช้ในการลง SQL Server บน Hyper-V
เท่าที่ทราบมากรณีลงบน Virtual Machine
จะต้องใช้คีย์เหมือนกับกรณีลงบนเครื่อง Hardware จริงครับ