ความต่างของความคิด

       ในที่สุดก็ถึงคิวคนที่ ๑๔  คือนายแค้มป์ลูกศิษย์ผู้มีความกล้าหาญและกล้าชนกับปัญหาแม้ในนาทีวิกกฤตเช่นนี้  หลังจากแนะนำตัวและเริ่มกล่าวสุนทรพจน์   มีอาการสะดุดเล็กน้อยช่วงแรกคล้ายๆจะลืมเนื้อหา  แต่ก็ผ่านฉลุยในตอนต่อมา เสียดายที่การแสดงออกทางสีหน้าท่าทางยังสื่ออารมณ์ไม่ดีพอและการออกเสียงยังไม่ได้เน้นบางคำ  บางประโยคและสำเนียงก็ยังเป็นสไตล์ไทยตามแบบฉบับของครูผู้ฝึกสอนที่แม้จะพยายามเลียนแบบสำเนียงของชาวญี่ปุ่นที่สะสมไว้ตามความสามารถของโสตประสาทของตน     สรุปยังไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานในระดับน่าพอใจของผู้เขียน  แต่ต้องชื่นชมที่นายแค้มป์สามารถทำสิ่งต่างๆได้ดีในเวลาอันจำกัดท่ามกลางบรรยากาศที่มีความกดดันสูง    

     นายแค้มป์เดินกลับเข้ามานั่งด้วยอย่างโล่งอกที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ผ่านไป ด้วยความเรียบร้อย

หลายคนได้เลือกหัวข้อการพูดเรื่อง じんせいのよいこと เรื่องที่ดีของช่วงชีวิต หลังจากการจับสลากถึง ๓ ครั้ง  ส่วนมากจะเล่าถึงประสบการณ์ที่ดีๆที่ประทับใจ  อย่างเช่นการไปท่องเที่ยว หรือการได้ใช้ชีวิตบางช่วงกับครอบครัวฯลฯ แต่เนื้อหาในเรื่องนี้ของฝ่ายผู้เขียนฉีกไปอีกแนวหนึ่ง ไม่เหมือนผู้อื่นๆ

 

เนื้อหาได้พูดถึงช่วงชีวิตของคนเรา  ว่ากว่าจะก้าวไปถึงจุดหมายปลายทางต้องพบเจออุปสรรคมากมาย  ได้แบ่งช่วงชีวิตออกเป็น ๔ ช่วงใหญ่ๆ  คือ วัยเด็ก วัยรุ่น  วัยทำงาน และวัยชรา  และคิดว่าวัยรุ่นเป็นวัยที่สำคัญที่สุด เป็นวัยที่กำหนดอนาคตของตน หากตั้งใจเรียนดี  จะได้งานดีๆ สามารถเก็บเงินไว้ใช้ยามชราหากอยากมีชีวิตที่ดีก็ต้องตั้งใจเรียนตั้งแต่บัดนี้       

    

   เฮ้ยแค้มป์   เนื้อหาของเราต่างจากคนอื่นที่ได้หัวข้อเดียวกัน  แต่ละคนที่พูดหัวข้อนี้ล้วนมีชาวญี่ปุ่นประกบกันทั้งนั้นเลย  เขาเป็น Native Speaker ด้วย  ครูตีความผิดหรือเปล่านะ  ยิ่งชอบคิดอะไรต่างไปจากคนอื่นด้วย

  คงไม่หรอกครับอาจารย์   ผมเห็นอาจารย์ชาวญี่ปุ่นที่อาจารย์คุยด้วยเมื่อเช้านี้  เขายิ้มและพยักหน้ารับแบบเห็นด้วยเวลาผมพูด  และผมยังเห็นอาจารย์หลายคนเขาก็พยักหน้าแบบเห็นด้วยกับเรานะ    ฉีกแนวต่างไปจากคนอื่นก็ดีแล้วเผื่อเขาจะให้คะแนนความต่างไง