GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

กองทุนหมู่บ้านภาคประชาชน

มาอ่านรายละเอียดของกองทุนหมู่บ้านภาคประชาชนจะดีกว่า

แกะรอยกองทุนหมู่บ้านภาคประชาชน

 

นโยบายกองทุนหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 1 ล้านบาท หนึ่งในหลายโครงการเร่งด่วนของรัฐบาลทักษิณ ซึ่งอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของหลายหน่วยงาน คือ กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย สำนักนายกรัฐมนตรี ความคืบหน้าขณะนี้ยังอยู่ในระหว่าง การประมวลความเห็นจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอเป็นร่างกองทุนหมู่บ้านเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณารับหลักการ

ในขณะที่การเตรียมการของหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเร่งประสานมือให้เกิดเป็นรูปธรรม ทางภาคเอกชนกลับมีความเคลื่อนไหวและตื่นตัวกันอย่างเห็นได้ชัด ดูเหมือนว่ามีการดำเนินการรวดเร็วยิ่งกว่าหน่วยงานของรัฐด้วยซ้ำ เพราะเริ่มเห็นเค้าโครงการนำไปปฏิบัติชัดเจนขึ้นจากการระดมความคิดเห็น ถ่ายทอดความเห็นออกมาเป็นร่างพระราชบัญญัติกองทุน หมู่บ้าน เพื่อเสนอให้รัฐบาลพิจารณาเป็นทาง เลือกร่วมกับอีกหลายแนวทางที่ดำเนินการโดยทีม งานด้านกฎหมายของพรรคไทยรักไทย และร่างตามแนวทางของกระทรวงมหาดไทย ที่ดำเนินการโดยกรมการพัฒนาชุมชน และได้ยึดรูปแบบ จากโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กขคจ.)

มท.ยึดแนวทาง กขคจ. เลือกครัวเรือนยากจน

แนวทางที่มหาดไทยได้นำเสนอต่อ นายกรัฐมนตรี ในการประชุมกองทุนหมู่บ้าน โดยยึดรูปแบบของโครงการ กขคจ. ซึ่งมี 2 แนวทาง คือ

แนวทางที่ 1 คัดเลือกจากครัวเรือนที่ยากจน หรือครัวเรือนที่ขาดเงินลงทุน

แนวทางที่ 2 จะนำกองทุนแต่ละกระทรวงที่ดำเนินการไปแล้ว เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงอุตสาหกรรม มาออกระเบียบสำนักนายกฯ แล้วให้แต่ละหมู่บ้านทำโครงการอุตสาหกรรมขนาดเล็กและขนาดกลาง หรือส่งเสริมโครงการ 1 หมู่บ้าน 1 ผลิตภัณฑ์

ดร.เอนก นาคะบุตร ผู้อำนวยการโครง การกองทุนเพื่อการลงทุนทางสังคม (Social Investment Fund-SIF) กล่าวถึงความคืบหน้ากรอบแนวคิดการบริหารกองทุนหมู่บ้านว่า ขณะนี้ทาง SIF ร่วมกับธนาคารออมสินและ กระทรวงการคลังได้ยกร่าง พ.ร.บ.กองทุนหมู่บ้านขึ้นเป็นตัวแบบที่จะนำเสนอสู่คณะทำงาน ของรัฐบาลที่กำลังรวบรวมแนวคิดจากหลายฝ่าย มาประมวลให้เห็นภาพชัดเจน ซึ่งผลสรุปอยู่ที่ นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ตัดสิน

"ขณะนี้หลายฝ่ายแสดงความกระตือ รือร้นที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการกองทุนหมู่บ้าน หน่วยราชการระดับกรมแห่งหนึ่งถึงกับเสนอจะดูแลบริหารโครงการนี้เอง หากเป็นอย่างนี้จะขอให้สิทธิ์คัดค้านในฐานะที่เคยทำ งานมีประสบการณ์ในการบริหารกองทุนของ ชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง เพราะกองทุนหมู่บ้านต้องทำทุกหมู่บ้านเป็นสเกลที่ใหญ่มาก หากใช้กรอบความคิดและกลไกผูกติดกับระบบราชการที่พิสูจน์แล้วว่าอ่อนแอมาก"

ดร.เอนกกล่าวว่า จากการร่วมฟังความเห็นของผู้เกี่ยวข้องและชุมชนที่ผ่านประสบการณ์บริหารกองทุนหมู่บ้าน ได้ข้อสรุปคือ ควรมีองค์กรใน 3 ระดับคือ

1. ระดับชาวบ้าน คือคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน

2. ระดับ อำเภอ-จังหวัด เป็นกรรมการพี่เลี้ยงที่คอย ให้ข้อเสนอแนะติดตามประเมินผล และ

3. กรรมการระดับชาติเป็นหน่วยงานกำหนดนโยบายและทิศทางการบริหารกองทุน

แนวทางภาคประชาชน เน้นคิดเป็น-ตรวจสอบกันเอง สกัดผู้มีอิทธิพลจัดสรรผลประโยชน์

สำหรับการระดมความเห็นจากคณะทำ งานจัดทำแผนชุมชนจังหวัด รวม 21 จังหวัด ได้เสนอความเห็นเกี่ยวกับการกำหนดกรอบร่างพระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้าน ให้ภาคประชาชน มีส่วนร่วมในการสนับสนุนองค์กรชุมชน ในการระดมความเห็นจากคณะทำงานจัดทำแผน ชุมชน ร่วมกับหน่วยงานภาคประชาชนและนักวิชาการ เมื่อวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา ได้สรุปความเห็นเกี่ยวกับกองทุนหมู่บ้านดังนี้ เน้นให้ มีกองทุนที่หมู่บ้านเป็นกองทุนรวมเดียวกัน, การส่งผ่านเงินไม่ควรส่งผ่านกลไกรัฐ ได้แก่คณะกรรมการหมู่บ้าน อบต.โดยควรลงสู่หมู่บ้านโดยตรง, ให้มีการเตรียมความพร้อมของหมู่บ้านก่อน ด้วยการจัดเวทีให้เกิดความเข้าใจและความร่วมมือ, หน่วยงานที่มีบทบาทหลัก ในการสนับสนุนชุมชน อาทิ กรมการพัฒนา ชุมชน SIF และสถาบันพัฒนาองค์กรเอกชน (พอช.) ควรร่วมมือส่งเสริมความพร้อมให้กับหมู่บ้าน และไม่ควรมีระเบียบกติกามากเกินไป เพราะชาวบ้านจะไม่ต้องการและจะทำให้ผู้มีอิทธิพลเข้ามาตักตวงหาผลประโยชน์

สำหรับร่างพ.ร.บ.กองทุนหมู่บ้าน จากกรอบแนวคิดของภาคประชาชนที่จะถูกนำเสนอไปให้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อ พิจารณาร่วมกับร่าง พ.ร.บ.กองทุนหมู่บ้าน ที่นายชูศักดิ์ ศิรินิล มือกฎหมายพรรคไทยรัก ไทย เป็นหัวหน้าทีมร่างกฎหมายทั้งสองร่างแม้จะมีเป้าหมายเดียวกัน แต่มีความแตกต่างกันในด้านการกำหนดกลยุทธ์การบริหารเงินกอง ทุน

โดยร่างพ.ร.บ.กองทุนหมู่บ้านฉบับที่เสนอโดยภาคประชาชน มีจุดเด่นอยู่ที่การมีตัวแทนจากภาคประชาชน เข้ามีส่วนในการตรวจสอบการใช้เงินกองทุนหมู่บ้านร่วมกับหน่วยงานภาค รัฐ เนื้อหาประกอบด้วย 8 หมวด 36 มาตรา สรุปเนื้อหาพอสังเขปได้ดังนี้

หมวดที่ 1: คณะกรรมการนโยบายหมู่บ้านแห่งชาติ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นรองประธาน ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงมหาด ไทย ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เป็นกรรมการ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เป็นกรรมการและเลขานุการ

คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่กำหนดนโย บายและแผนการจัดหาเงินทุนเพื่อจัดสรรให้ กับกองทุนหมู่บ้าน, กำหนดแผนการจัดสรรเงินให้แก่กองทุนหมู่บ้านตามลำดับความสำคัญ, กำหนดระเบียบในการบริหารกองทุนหมู่บ้าน การให้กู้ยืมเงินของคณะกรรมการกองทุน, กำหนดกรอบระเบียบหลักในการกำหนดหลักเกณฑ์ ผู้มีสิทธิ์กู้ยืมเงินจากกองทุน และราย งานผลการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรค รวมทั้งฐานะการเงินของกองทุนให้คณะรัฐมนตรีทราบอย่างน้อยปีละสองครั้ง เป็นต้น

หมวด 2: กองทุนหมู่บ้านเมื่อจดทะเบียน แล้ว มีฐานะเป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้เพื่อพึ่งตนเอง บริหารจัดการเงินลงทุนของตนเอง การสร้างความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาของตนเอง, สร้างงาน พัฒนาอาชีพ ยกระดับอุตสาหกรรมครัวเรือนวิสาหกิจชุมชน, สนับสนุนความแข็งแกร่งของชุมชน

หมวด 3: คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนในหมู่บ้านนั้นๆ มีอำนาจหน้าที่ในการขอจดทะเบียน กองทุนต่อนายทะเบียน ตามหลักเกณฑ์ วิธี การและเงื่อนไขที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทยประกาศ, จัดทำทะเบียนกลุ่มชุมชนในหมู่บ้าน, จัดเวทีสำรวจข้อมูลกลุ่มชุมชน ที่ มีความต้องการแก้ไขปัญหาเพื่อพัฒนาอาชีพและรายได้ของประชาชนในหมู่บ้าน, กำหนดคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการ ให้กู้ยืมเงินแก่กลุ่มชุมชน, พิจารณาวิเคราะห์โครงการที่กลุ่มชุมชนในท้องถิ่นยื่นขอกู้เงิน เพื่ออนุมัติเงินกู้, เป็นผู้แทนของกลุ่มชุมชน ในหมู่บ้านในการลงนามทำสัญญา หรือข้อตกลงขอรับเงินกองทุนหมู่บ้านกับธนาคารออมสิน, ติดตามการใช้เงินกู้ของกลุ่มชุมชนให้เป็นไปตามที่กำหนด

ขายหุ้นหรือระดมเงินฝากจากประชาชน กลุ่มชุมชน เพื่อให้ประชาชนในหมู่บ้านมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของกองทุน และตรวจสอบการดำเนินงานของคณะกรรมการกองทุน, บริหารจัดการกองทุนหมู่บ้านที่ได้รับจากธนาคาร ออมสิน และเงินต้นและดอกเบี้ยที่ชำระคืน จากผู้กู้ในหมู่บ้าน รวมทั้งเงินฝากเพิ่มเติมจากสมาชิกตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยคณะกรรมการนโยบายหมู่บ้านแห่งชาติ, จัดสรรดอกผล ที่ได้จากเงินกองทุนหมู่บ้าน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ของคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านตามความเหมาะสม และใช้หลักความประหยัด ความมีประสิทธิภาพและความมีประสิทธิผล, รายงานผลการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรค ฐานะการเงินของกองทุนให้คณะอนุกรรมการตรวจสอบประจำจังหวัด และสมาชิกในหมู่บ้านทราบทุกไตรมาส การรายงานคณะอนุกรรมการตรวจสอบประจำจังหวัดนั้นให้รายงานผ่านธนาคารออมสิน

ส่วนการพิจารณาโครงการ ต้องพิจารณาโครงการที่สมาชิกของกลุ่มชุมชนสามารถดำเนินการได้จริง โดยพิจารณาจากประสบการณ์ ในอาชีพ ทำเลการประกอบอาชีพและเครื่อง มือเครื่องใช้ที่จำเป็น, มีแผนการดำเนินงาน ชัดเจน ตรวจสอบได้, เป็นโครงการใหม่และมิใช่ โครงการเดิมที่ได้รับการสนับสนุนอยู่ก่อนแล้ว เว้นแต่จะกู้เงินไปเพื่อเสริมกิจการของโครงการที่ทำอยู่เดิมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเป็นโครงการที่สนับสนุนระบบเศรษฐกิจพอเพียง และมีความเป็นไปได้

หมวด 4: "คณะอนุกรรมการตรวจสอบประจำจังหวัด" มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานราชการในจังหวัด ได้แก่ พัฒนาการจังหวัด เกษตรจังหวัด พาณิชย์จังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด สถาบันสถานศึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิ และองค์กรพัฒนาเอกชน ภาคธุรกิจเอกชน โดยมีผู้จัดการสาขาออมสิน เป็นกรรมการและเลขานุการ

การแต่งตั้งอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้พิจารณาผู้ที่มีความเชี่ยวชาญมีผลงาน และ ประสบการณ์เกี่ยวข้องกับการบริหารการเงินหรือการธนาคาร การฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐ- กิจท้องถิ่น อุตสาหกรรม เทคโนโลยีการเกษตร การพัฒนาแหล่งน้ำ และการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะอนุกรรมการมีหน้าที่ติดตามการดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้านในจังหวัดให้เป็นไปตามระเบียบเกิดความโปร่งใส และรายงานให้คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านแห่งชาติทราบทุกไตรมาส

คุณสมบัติต้องไม่เป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือกรรมการที่ปรึกษา หรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง, ไม่เป็นข้าราชการพนักงานองค์กรของรัฐ ซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ ไม่เป็นบุคคลซึ่งทางราชการหรือ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐไล่ออก ปลดออก หรือเลิกจ้าง เพราะมีเหตุทุจริตต่อ หน้าที่

หมวด 5: คณะอนุกรรมการสนับสนุนด้าน วิชาการและการจัดการกองทุน มีนายอำเภอเป็นประธาน ประกอบด้วยผู้แทนจากกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์กระทรวงอุตสาหกรรม ในระดับอำเภอหรือตำบล ผู้แทนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สถาบันราชภัฏ สถาบันการศึกษาในท้องถิ่น ตัวแทนจากภาคธุรกิจเอกชน องค์กรพัฒนาเอกชน นักวิชาการ มีหน้าที่เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ข้อมูลกองทุนหมู่บ้านให้หมู่บ้านต่างๆ ให้เข้า ใจ รวมทั้งประสานความร่วมมือพหุภาคี ในการติดตามสนับสนุนเงินกู้ยืมจากกองทุนหมู่บ้าน ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และให้เกิดผลสำเร็จ และจัดทำรายงานความคืบหน้าผลการดำเนินการกองทุน ให้อนุกรรมการตรวจสอบประจำ จังหวัดทราบทุกเดือน เพื่อเผยแพร่สาธารณะให้ทราบต่อไป

นอกเหนือจากระดมความคิดจากภาคประชาชน เพื่อก่อให้เกิดร่างพ.ร.บ.กองทุนหมู่บ้านแล้ว ก่อนหน้า นี้ นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้อยู่เบื้องหลังนโยบายด้านการเกษตรของ พรรคไทยรักไทย ได้แสดงท่าทีเกี่ยวกับนโยบายกองทุนหมู่บ้านว่า ทุกครั้งที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ นัก เศรษฐศาสตร์กระแสหลักทุกสำนัก จะกระตุ้นเศรษฐกิจโดยอัดฉีดเงินเข้าระบบ ซึ่งเป็นสูตรตายตัว ไม่ว่า จะเป็นเงินมิยาซาวา เงินกู้เอดีบี วิธีคิดแบบนี้ ไม่สอดคล้องกับกลไกของประเทศไทย ต่างชาติทำได้เพราะระบบข้างล่างเขาพร้อม มีโครงสร้างทางสังคมที่พร้อมจะรองรับ กลไกรัฐก็พร้อมจะรองรับ

สำหรับประเทศไทย ที่ผ่านมากระตุ้น เศรษฐกิจด้วยวิธีการดังกล่าวมีผล 0.8% ของ GDP ซึ่งแทบไม่มีผลอะไรเลย

"หากต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ เราต้องให้ข้างล่างพร้อม เพราะไม่ใช่กระตุ้นจากข้าง บนลงล่างแต่อย่างเดียว ข้างล่างต้องพร้อมด้วย เราจึงออกแบบให้กระตุ้นทั้งหมด ไม่ผ่านกลไกของรัฐ หรือผ่านแต่น้อยที่สุด ไม่ต้องถูกหัก 25%"

นายประพัฒน์ได้กล่าวอีกว่า มีรายงาน ว่า งบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หายไป 40% ทั้งๆ สิ่งที่ต้องการคือ "บาย พาส" ให้ลงมาถึงประชาชน และต้องการให้ประชาชนใช้เงินเหล่านี้กระตุ้นภูมิปัญญา กระตุ้นการสร้างรายได้ กระตุ้นให้เกิดสำนึกที่จะ แก้ไขปัญหาของเขาเอง พึ่งตนเองให้ได้ ไม่ใช่ไปจ้างทำรั้ว ทำถนน

ทั้งหมดเป็นการขับเคลื่อนทางสังคม พรรคไทยรักไทยเพียงจุดประกายและทำให้ เกิดขึ้น ซึ่งทั้งหมดไม่ใช่ภารกิจของรัฐบาล แต่เป็นภารกิจของคนไทยทั้งประเทศ ประชาชน ทั้งประเทศต้องเริ่มคิดแล้วว่าจะรวมกลุ่ม อย่างไร จะออกแบบทำโครงการโดยที่จะมี องค์กรให้การเรียนรู้แก่ชุมชน ให้ผู้นำชุมชน ทั้งหลายมาเข้าร่วม แล้วเดินสายไปบรรยายให้ความรู้ต่อ

องค์กร SIF ทั้งหลาย ก็มีส่วนหนึ่งใน นั้น เพราะอย่างน้อยได้ผ่านกระบวนการร่างแผนชุมชนมาแล้ว ต้องนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ แล้วเสริมสร้างประสิทธิภาพในการผลิต การ แปรรูปเพิ่มอำนาจให้กับคณะกรรมการให้มาก ขึ้น จะเห็นได้ว่าไม่เหมือนรูปแบบเก่าของการ ใช้จ่ายเงินภาครัฐ

แต่เป็นความพร้อมของหมู่บ้านแต่ละ หมู่บ้าน เขียนโครงการ ถ้าไม่พร้อมจะมีคนไป ช่วย SIF จึงเป็นกลไกหนึ่ง และยังมีอีกหลาย ชุมชน หลายเครือข่ายที่มีความพร้อม ไม่ได้หมาย ความว่าใช้เฉพาะกลไกของ SIF อย่างเดียว

"โชคดีที่ SIF ได้ทำงานรอเราล่วงหน้ามา แล้วเป็นหมื่นหมู่บ้าน โชคดีที่มีชุมชนที่ผ่าน กระบวนการพัฒนาของหลายองค์กร ที่พร้อมอยู่แล้วที่จะผ่านเงินลงไปได้ เรารู้ว่ายากที่จะทำความเข้าใจกับพี่น้องว่า เงิน 1 ล้านบาท ไม่ใช่เป็นเป้าหมาย แต่เป้าหมายที่รัฐบาลต้องการ คือ ต้องใช้เงิน 1 ล้านบาท เป็นตัวกลางนำไปสู่การสร้างรายได้โดยผ่านศักยภาพและภูมิปัญญาของคุณเอง เรารู้ว่าไม่ง่ายจึงเตรียมจัดเวที สาธารณะ เวทีประชาพิจารณ์ เพราะต้องทำ เป็น พ.ร.บ. และคาดว่าเวทีต่างๆ จะทำความเข้าใจกับประชาชนได้ระดับหนึ่ง แล้วเกิดแรงเคลื่อนไหวทางสังคมต่ออีกระดับหนึ่ง" นายประพัฒน์กล่าว

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 32077
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)