GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

กองทุนหมู่บ้าน

มารู้จักกองทุนหมู่บ้านกันดีกว่า

 

กองทุนหมู่บ้าน

 

โครงการจัดตั้งกองทุนหมู่บ้านแห่งละ 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นนโยบายหลักประการหนึ่งของรัฐบาลที่มีพรรคไทยรักไทยเป็นแกนนำโดยมุ่งหวังที่จะให้เป็นเงินทุนหมุนเวียนให้เกิดการผลิตและ จำหน่ายอันส่งผลไปถึงการเพิ่มอำนาจซื้อในระดับท้องถิ่นนั้น โครงการดังกล่าวรัฐบาลคาดว่า จะต้องใช้เงินกว่า 70,000 ล้านบาท เพื่อดำเนินการตามนโยบาย โดยมีพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการ

ส่วนคณะทำงานติดตามนโยบายกองทุนหมู่บ้าน มีนายสุวิทย์ คุณกิตติ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ส่วนคณะทำงานซึ่งมาจากกระทรวงการคลัง ธนาคารออมสิน สำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย และล่าสุดการพิจารณาของคณะทำงานได้ข้อสรุปว่า การดำเนินงานที่ถูกต้องจะมีการออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีขึ้นมาเพื่อตั้งเป็น 'คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง' โดยมีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

การหารือเบื้องต้นนี้ได้มีมติว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในเดือนเม-ษายน 2544 สำหรับหมู่บ้านที่มีความพร้อมและมีศักยภาพที่เคยทำงานในลักษณะนี้มาแล้ว เป็นหมู่บ้านอาสาพัฒนา หมู่บ้านสินเชื่อเพื่อการพัฒนาชนบท(สพช.) ประมาณ 20,000 หมู่บ้าน สำหรับหมู่บ้านที่ยังไม่เคยได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลมาก่อนในทำนองนี้เพราะไม่เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับเงินกองทุนหมุนเวียนก็จะมีการนำเสนอให้คณะกรรมการระดับนโยบายพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง

ทั้งนี้ในทางปฏิบัติก็คือ หมู่บ้านที่มีความพร้อมมีโอกาสจะได้รับเงินน้อยกว่าหมู่บ้านที่ยังไม่มีความพร้อม เพื่อที่จะนำเงินที่เหลือสำหรับการดำเนินงานในปี 2544 ไปกระจายให้กับหมู่บ้านทั่วไปในปี 2546 ประมาณ 2,000 หมู่บ้านซึ่งในการดำเนินงานนั้นจะมีการกำกับติดตามประเมินผล เพื่อรายงานปัญหาอุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้นรายงานให้กับคณะรัฐมนตรีต่อไป

เรื่องของกองทุนหมู่บ้านนอกจากจะมีการดำเนินงานในภาครัฐบาลแล้ว ยังมีกลุ่มองค์กรเอกชนที่เรียกตนเองว่า นักพัฒนาชุมชนอิสระก็ได้ดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้และการดำเนินโครงการกองทุนหมู่บ้านเช่นกัน ซึ่งนำโดยนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม อดีตผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ดร.เอนก นาคะบุตร ผู้อำนวยการโครงการกองทุนเพื่อการลงทุนทางสังคม (Social In- vestment Fund-SIF) กับคณะ ทั้งนี้คณะทำงานชุดนี้ได้มีการประสานงานกับกระทรวงการคลัง

อย่างไรก็ตามแนวคิดของทางนักพัฒนาชุมชนอิสระเห็นว่า โครงการกองทุนหมู่บ้านนั้น เป็นโครงการที่ดำเนินงานทั่วประเทศจึงเป็นโครงการใหญ่ อีกทั้งจะต้องเชื่อมโยงกับ 3 โครงการใหญ่ของรัฐบาลอีกก็คือ โครงการพักหนี้ของเกษตรกรเพื่อตัดวงจรภาระหนี้สินเกษตรกรเสียก่อน แล้วตามด้วยโครงการฟื้นฟูความสามารถทางการผลิตเพื่อให้ชุมชนยืนอยู่บนลำแข้งของตนเองต่อไป แล้วจึงจะมาถึงกองทุนหมู่บ้านที่เป็นแหล่งเงินทุนการฝึกการออมของประชาชนก่อนที่จะไปถึงอีกโครงการหนึ่งคือ หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์

เหตุนี้กลไกการทำงานของระดับชุมชน หากจะนำไปสู่ความสำเร็จต้องเป็นชุมชนที่เปิดรับความหลากหลาย มีความยืดหยุ่นในการทำงานสูง ดังนั้นหากจะเอากรอบของระบบราชการซึ่งเป็นลักษณะการรวมศูนย์อำนาจมาใช้ในการกำกับดูแลอาจจะประสบความล้มเหลวได้ทั้งนี้นักพัฒนาชุมชนอิสระเห็นว่ากระบวนการบริหารกองทุนหมู่บ้านควรมีองค์กรใน 3 ระดับคือ

1. ระดับชาวบ้านเป็นคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งจะมาจากหลายฝ่ายหลายเพศ หลายวัย แต่ไม่ใช่คณะกรรมการหมู่บ้านที่กรมการปกครองตั้งอยู่ก่อนแล้ว เพราะคณะกรรมการชุดนี้ในบางพื้นที่ไม่ได้เปิดให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วม หลายพื้นที่เลือกตั้งเข้ามาในลักษณะบล็อกโหวตเข้ามา

2. ระดับอำเภอ-จังหวัด เป็นกรรมการพี่เลี้ยงคอยให้คำเสนอแนะ ติดตามประเมินผล สำหรับกลไกระดับนี้จะประกอบไปด้วยหน่วยงานภาคราชการ กลุ่มองค์กรเอกชน เช่น เอ็นจีโอ ผู้ทรงคุณวุฒิในพื้นที่เพื่อเข้ามาช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้กับกรรมการกองทุนหมู่บ้านในการเตรียมความพร้อม การพัฒนา การจัดทำแผนโครงการ ติดตามประเมินผลทั้งก่อนและหลังการใช้งบประมาณ

3. กรรมการระดับชาติที่กำหนดนโยบายและทิศทางการบริหารกองทุน ควรจะเป็นองค์กรอิสระไม่ใช่ระบบราชการแต่ทำงานเคียงข้างกับหน่วยงานราชการ ที่สำคัญต้องเป็นอิสระจากพรรคการเมือง เพราะอาจจะทำให้ได้รับผลกระทบได้หากการเมืองมีการเปลี่ยนแปลง

องค์กรพัฒนาชุมชนอิสระได้มองว่าเนื่องจากโครงการกองทุนหมู่บ้านเป็นโครงการใหญ่ต้องใช้งบประมาณถึงกว่า 70,000 ล้านบาท เพื่อครอบคลุมหมู่บ้านทั่วประเทศ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีกลไกในการกำกับตรวจสอบและส่งเสริมให้ชุมชนสามารถยืนบนขาตนเองได้ เพราะหาไม่แล้วจะเกิดความเสียหายใหญ่หลวงได้ หรืออาจจะกลายเป็นเอ็นพีแอลระดับหมู่บ้านขึ้นมาได้เช่นกัน

ตามความเห็นขององค์กรพัฒนาชุมชนประเมินว่า ภายในเดือนตุลาคม ศกนี้ชุมชนหมู่บ้านที่น่าจะมีความพร้อมที่จะดำเนินการได้ก่อนมีอยู่ประมาณ 30,000 หมู่บ้าน จากนั้นจึงค่อยขยายไปอีกในส่วนที่เหลือ ทั้งนี้เพื่อให้สามารถที่จะมีการถ่ายทอดการเรียนรู้ประสบการณ์ระหว่างกันของชุมชนหมู่บ้านที่ได้รับเงินกองทุนไปก่อนกับหมู่บ้านที่จะจัดตั้งกองทุนขึ้นภายหลัง

เมื่อพิจารณาแล้วจะเห็นว่าแนวคิดและกลไก กระบวนการบริหารงานของกองทุนหมู่บ้านของนักพัฒนาชุมชนอิสระน่าจะเป็นแนวทางที่สามารถนำมาปฏิบัติให้นโยบายบรรลุผลได้ เพียงแต่ยังต้องขึ้นกับฝ่ายรัฐบาลจะเห็นดีด้วยหรือไม่ เพราะมีข้อกำหนดกีดกันฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซงอย่างชัดเจนในทุกระดับชั้น เสมือนเป็นก้างตำคอนักการเมืองที่จะคอยฉกฉวยประโยชน์จากกองทุนแห่งนี้อยู่ และนับแต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยมีแม้แต่โครงการเดียวที่นักการเมืองจะไม่ขอเข้าไปมีเอี่ยวด้วย

เราจึงได้แต่หวังว่า 'กองทุนหมู่บ้าน' จะเป็นโครงการแรกที่เป็นเขตปลอดจากการเมืองอย่างแท้จริง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 32068
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)