เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงไม่น้อยเลย หลายคนไม่ทราบจะคิดเหมือนกันหรือไม่ แต่ ณ ปัจจุบัน สังคมกำลังอ่อนด้อยในเรื่องของการมีจิตสาธารณะมากเหลือเกิน เมื่อสังคมมีความเจริญในด้านของวัตถุมากยิ่งขึ้น การพัฒนาทางด้านจิตใจก็ดูจะเสื่อมถอยลง ความเห็นแก่ตัวมีมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงว่าต่อไปเยาวชนของชาติจะเป็นอย่างไร การคิดถึงส่วนรวม การมีจิตใจคิดถึงคนอื่น จะมีมากเพียงพอหรือไม่ เป็นคำถามที่ท้าทายคนเป็นครูไม่น้อย เนื่องจากอนาคตของชาติเหล่านี้ต้องผ่านการเจียระไนมาจากคุณครูทุกท่าน แล้วเราจะทำอย่างไรละให้เด็กของเรามีจิตสาธารณะให้มากขึ้น มันก็คงเป็นการปลูกฝังของครูผู้สอน การจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่ส่งเสริมการมีจิตสาธารณะให้มากขึ้น แต่เนื่องจากเรื่องเหล่านี้คงจะเป็นสิ่งที่เสริมและเพิ่มเติมให้แก่นักเรียนนอกเวลาเรียน หรือผสมผสานไปกับการเรียนการสอน ซึ่งตัวผู้เขียนเองก็คิดอยู่ว่าจะมีกิจกรรมหรืออะไรอีกบ้างที่พอจะส่งเสริมให้นักเรียนหรือเด็กของเรามีการพัฒนาในเรื่องนี้ได้มากยิ่งขึ้น ฝากไว้สำหรับผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม มีเวลาเสนอแนะและร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันหน่อยนะคะ จะเป็นพระคุณมาก ๆ เลย
ฝึกฝนเด็กไทย...ให้มีจิตสาธารณะได้อย่างไร
จิตสาธารณะ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
น้ำฝน ณ บางไทรค่ะ · 15 ธ.ค. 2552
ฟาก้อยกิ๊ฟ · 15 ธ.ค. 2552
Lingnoi · 15 ธ.ค. 2552
monbaw(หนุ่มนาสวรรค์) · 15 ธ.ค. 2552
เอกพล ฟิล ไชยรา · 15 ธ.ค. 2552
จิตสาธารณะ เป็นเรื่องที่ฝึกได้ ครูต้องทำให้ดู อยู่ให้เห็น ขยะเรื่องเล็กน้อยแต่ฝึกจิตสาธาณะได้อย่างยั่งยืน
ส้วมที่เด็กใช้ ทำอย่างไรเขาจะไม่รังเกียจที่จะขัดส้วม
เท่าที่สังเกตเห็นเด็กก็กล้าแสดงออกมาก
แต่แสดงออกในด้านใดมาก...เท่านั้นเอง
บวก-ลบ แสดงออกแล้วผู้ใหญ่เป็นห่วงก็มาก
แสดงออกให้ผู้ใหญ่ชื่นชมอาจจะยังมีน้อยไปบ้าง
ฝึกให้กล้าแสดงออกในทางสร้างสรรค์
การฝึกให้เด็กๆ มีจิตเป็นสาธารณะถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะสังคมยังขาดอยู่มากในปัจจุบัน
อีกทั้งควรฝึกตั้งแต่เล็กๆ พ่อแม่หรือผู้ปกครอง ตลอดจนคนในชุมชน ต้องทำให้เด็กเห็นเป็นตัวอย่าง
พยามยามทำให้เด็กมีส่วนร่วมกับชุมชน ชี้แนวทางให้เด็กเห็นประโยชน์ที่จะเกิดกับส่วนรวมมากกว่าส่วนตน
จะทำให้เขาเกิดความรู้สึกรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น
ดิฉันหวังว่า ในอนาคตสังคมจะน่าอยู่ขึ้น เพราะมีเยาวชนรุ่นใหม่ที่มีจิตเป็นสาธารณะ
สวัสดีค่ะคุณครูงดงาม เรากำลังตามหา"จิตที่ทำเพื่อผู้อื่น" จากเด็กๆกันแต่หากในโรงเรียนไม่เปิดเวทีให้เด็กได้แสดงจิตนี้และขณะเดียวกัน ครูไม่มีทีมพาเด็กทำเรื่องนี้อย่างมีกระบวนการ พ่อแม่ไม่ได้ทำให้ดูอยู่ให้เห็น เราจะเรียก ร้องขอได้จากที่ไหนคะ ครูแมวและเพือนๆ"เขลางค์สิกขาลัย"ที่ลำปางเรากำลังจัดการความรู้จากการสร้างกระบวนการ"จิตอาสาสร้างสุข"กันในโรงเรียนนำร่องที่ลำปางกันอยู่ เชิญร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันทางblog นะคะ
ขอบคุณคะท่านผอ.พรชัย ที่เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็น รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งเลยคะ ที่โรงเรียนมีการแบ่งเขตพื้นที่รับผิดชอบให้นักเรียนได้ช่วยกันเมื่อถึงเวลา ซึ่งเป็นการฝึกจิตสาธารณะได้ทางหนึ่งอย่างที่ท่านผอ. ว่าแหละคะ แต่เท่าที่สังเกตถ้าไม่ใช่ช่วงที่ต้องทำความสะอาด นักเรียนก็ไม่ค่อยจะเกิดความตระหนักในเรื่องการทำความสะอาด หรือการเก็บขยะเท่าไหร่นัก เห็นขยะอยู่ตรงหน้าก็ยังไม่เก็บเลยคะ และเท่าที่สังเกตดูก็ดูเหมือนจะเป็นนักเรียนส่วนใหญ่เสียด้วยซิคะ ที่สามารถเดินผ่านขยะชิ้นต่างๆ ที่ถูกทิ้งอยู่ตรงหน้าได้ ส่วนเรื่องการทำความสะอาดห้องน้ำห้องส้วมนั้น ที่โรงเรียนมีการจ้างบริษัทมาดูแล ทำให้นักเรียนไม่ค่อยได้มีส่วนร่วมในการดูแลเรื่องการดูแลความสะอาด ห้องน้ำ ห้องส้วม เท่าไหร่นัก แต่ยังไงก็ต้องหาทางฝึกฝน และพยายามทำให้เกิดความยั่งยืนให้ได้อย่างที่ท่านผอ. ว่านั่นแหละคะ
สวัสดีคะ ครูแมว อักษรา ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ อย่างที่ครูแมวว่านั่นแหละว่าแต่ละโรงเรียนไม่ค่อยใส่ใจกับการให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง อาจจะเป็นเพราะมุ่งแต่เนื้อหาวิชาการมากเกินไป แต่ลืมใส่ใจในเรื่องคุณลักษณะที่น่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญควบคู่กันไป ขอบคุณนะคะที่เชิญให้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ว่างแล้วจะแวะไปคะ
ขอบคุณนะคะท่าน (พระมหาแล ขำสุข(อาสโย)) ที่เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็น ขอบคุณสำหรับข้อคิด เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการส่งเสริมให้เด็กกล้าแสดงออกในทางที่สร้างสรรค์คะ
สวัสดีคะคุณประภัสสร อดทน ขอบคุณนะคะที่เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็น และเป็นห่วงเด็กในเรื่องนี้เช่นกัน ถ้าทุกคนในสังคม ร่วมมือกันอย่างจริงจัง ก็คงจะสร้างสรรค์เด็กในเรื่องนี้ได้ดียิ่งขึ้น
- ขอบคุณคะ atozorama ที่แวะมาเยี่ยมเยียนที่บล็อก รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติมากคะ
- ยินดีที่ได้รู้จัก คนบ้านใกล้เรือนเคียง และขอบคุณที่ให้กำลังใจนะคะ