แล้วใครจะไปคิด...ว่าชีวิตนี้จะได้ร้องเพลงที่ชอบ..กับผู้ป่วย

 แต่ไหนแต่ไรมาผู้เขียนชอบที่จะทำงานไป ฟังเพลงไปด้วย... ชอบตั้งแต่สมัยเด็กแล้ว  ตอนเป็นนักเรียนพอนั่งโต๊ะทำการบ้านก็เปิดเพลงฟัง แม่เคยสงสัยว่า..แล้วมันจะอ่านหนังสือรู้เรื่องหรือ?

... เสียงเพลงไม่มีปัญหาสำหรับผู้เขียน ยกเว้นเวลาที่ผู้เขียนกำลังฟังเพลงโรแมนติคจาก notebook แต่คนที่บ้านเปิดเพลงจี่หอย จากเครื่องเสียงที่บ้านซะดัง เพราะไม่ได้มีอารมณ์คึกคักร่วมด้วยในตอนนั้น

...เมื่อเริ่มต้นอ่านหนังสือหรือทำการบ้าน เสียงเพลงจะเป็นเพื่อนของผู้เขียนเสมอ...แต่พอเวลาผ่านไปสักพักผู้เขียนก็ไม่ยักกะได้ยินเสียงเพลง ไม่ว่าจะอีกกี่เพลงผ่านไป... จวบจนเสร็จจากงานหรืออยากพักนั่นแหละ ถึงกลับมาได้ยินเสียงเพลงอีก

เสียงเพลงจึงเป็นชีวิตจิตใจของผู้เขียนมาแต่ไหนแต่ไร จึงไม่แปลกที่ผู้เขียนจะสามารถฟังและร้องเพลงของวัยรุ่นตามไปได้ด้วย เราเน้นทำนองที่หลายๆเพลงไพเราะจับใจ เนื้อร้องน่ะจำไม่ค่อยได้ เคยถูกเพื่อนเหน็บเอาว่าคงร้องแบบดำน้ำ 

... และเพราะติดที่ฟังเพลงต่อเนื่องมาโดยตลอด ผู้เขียนจึงไม่พบความต่างของเพลงในแต่ละยุคสมัย จะมีก็แต่แต่ความไพเราะ อ่อนโยน รักหวาน โรแมนติคหรือบางคราวก็มีอารมณ์สนุกสนาน คึกคักตาม...

หลายเพลงที่ผู้เขียนร้องตามได้ตั้งแต่ยุคที่พ่อกับแม่ยังหนุ่มสาว เช่น เซียมซีเสี่ยงรัก-สมยศ ทัศนพันธุ์   แม้แต่เพลง เธอจะอยู่กับฉันตลอดไป ของพี่แบงค์วงClash และ เพลงใจฉันเป็นของเธอ- บอย Peacemaker ที่ลูกชายฟังบ่อยๆเมื่อหลายปีก่อน

แม้เพลงใหม่ๆที่ลูกสาวและพ่อของเขาชอบร้อง เช่น รักแท้ยังไง-น้ำชา  หรือ เจ็บที่ไร้ร่องรอย-ChaCha

 

แล้วผู้เขียนก็ได้ร้องเพลงร่วมกับผู้ป่วยวัยรุ่นคนหนึ่ง

  เธออายุ 18 ปี กระดูกนิ้วมือซ้ายแตกหัก เธอมาผ่าตัดทำให้มันใช้งานได้ดีหลังจากที่เธอผ่านการดูแลรักษากระดูกไหปลาร้าและกระดูกนิ้วเท้าที่หักมาแล้ว   เธอถูกนำตัวเข้ามาพักในห้อง induction ที่ผู้เขียนนั่งทำงานอยู่เร็วกว่าที่ควรเพราะน้อง scrub nurse เข้าใจผิดคิดว่าเราจะฉีดยาชาก่อน

 

( นี่ผู้เขียนขออนุญาตเธอนำภาพมาลงแล้วด้วยความชื่นชม : ภาพนี้เธอกำลังร้องเพลง)

การที่เธอต้องมาคอยนานอาจทำให้ความกังวลของเธอเพิ่มมากขึ้น  residentดมยานำยาคลายกังวลมาฉีดให้เธอก่อน จึงเป็นหน้าที่ของผู้เขียนที่จะเฝ้าดูแล monitoring และเป็นเพื่อนเธอ

  ผู้เขียนชวนเธอฟังเพลงจาก notebook ที่บังเอิญวันนี้ผู้เขียนหอบลงมาทำงานด้วยเพราะคาดว่าพอมีเวลาว่าง  ผู้เขียนเปิดเพลงที่มีให้เธอฟัง สักพักก็ได้ยินเสียงเธอร้องคลอเพลงตาม เพลง “ภาพลวงตา” - ดา แอนโดฟิน    ผู้เขียนออกจะทึ่งในตัวเธอ เลยให้เธอร้องดังได้ตามที่เธอต้องการ... เธอร้องได้จริงๆ แต่เสียงหายเป็นช่วงๆ เธอบอกว่าตรงลำคอมันติดๆ เข้าใจว่าเธอได้ยาฉีดไปและการงดน้ำและอาหารก่อนผ่าตัดทำให้เธอคอแห้ง... ช่วงที่เสียงเธอหายไปผู้เขียนช่วยเธอร้องด้วย...หลายท่อน

(ภาพนี้เราพูดคุยกัน และผู้เขียนได้ขออัดVDOเป็นเสียงเพลงของเราสองคนไว้ด้วย)

และนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตพยาบาลดมยาของผู้เขียน... ที่มีโอกาสได้ร้องเพลงร่วมกับผู้ป่วยในห้องรอผ่าตัด ส่วนใหญ่เรามักทำให้ผู้ป่วยหลับหรือสลบ จึงมีเวลาพูดคุยกับผู้ป่วยนานๆได้น้อย  ยังเคยแอบอิจฉาพยาบาลที่ ward ที่มีโอกาสได้คุยกับผู้ป่วยนานๆเลย...

  วันนั้นเลยดูจะเป็นวันที่ผู้เขียนมีความสุขที่สุดอีกครั้งหนึ่งในชีวิตพยาบาลดมยา... ก่อนที่จะเข็นเธอขึ้นเตียงผ่าตัดและได้รับการดูแลตลอดการผ่าตัดอย่างปลอดภัย