เทคโนโลยีสารสนเทศกับแนวโน้มโลก

        ในโลกปัจจุบันหากจะกล่าวถึงสิ่งประดิษฐ์และเทคโนโลยีต่างๆ มีผลต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์อย่างมากมายตั้งแต่อยู่ในครรถ์มารดาจนถึงคลอดแล้วก็ตาย แล้วยังช่วยในการสื่อสารและอย่างรวดเร็ว อีกทั้งทางด้านวิทยาการความรู้ที่มีส่วนช่วยในด้านการดำรงชีวิตฉะนั้น เทคโนโลยีจึงมีผลต่อสัตว์โลกอย่างมากมาย

       เทคโนโลยีเริ่มเข้ามามีผลต่อปัจจัยทั้งทางด้านความเป็นอยู่ และ เศรษฐกิจของโลกอย่างมากมายทั้งการสื่อสารในระดับครอบครัว และการสื่อสารในระดับใหญ่  อย่างสื่อโทรทัศน์มีผลต่อการเป็นอยู่ของคนมากว่าครึ่งทศวรรธ เป็นทั้งแหล่งกระจายข่าวที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดในโลกและมีอิทธิพลทางด้านความคิดของมนุษย์ ฉะนั้นสื่อ โทรทัศน์จึงมีทั้งข้อดี และข้อเสียถ้ามนุษย์ไม่รู้จักการนำเสนอในทางที่ดีอาจจะนำไปสู่ปัญหาทางสังคม อาทิ อาชญากรรม  ฆาตกรรม   ฯลฯ    เทคโนโลยียังมีส่วนช่วยในการทำงานมากกว่าในอดีต แทนที่เราจะนั่งเขียนกระดาษอยู่ ก็มีวิวัฒนาการ มาพิมพ์ดีด แล้วก็พิมพ์ คอมพิวเตอร์แทน จะเห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงมาทุกยุคทุกสมัย 

       และเทคโนโลยีที่มาในสมัยนี้จะเป็นตัวช่วยในการพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคตให้มีการเปลี่ยนแปลง ท้งที่เป็นผลดีต่อโลก และเป้นผลดีต่อคนบ้างกลุ่ม ก็คือ อาจมีการผลิตอาวุธที่เป็นอันตรายต่อสภาพแวดล้อมของโลกและอาจมีผลกระทบต่อมนุษย์ทั่วไปๆ

     จะเห็นได้จากผลกระทบที่มีจากเครื่องอำนวยความสะดวก  รายงานข่าวแจ้งว่า จากผลสำรวจที่ได้จัดทำขึ้นในประเทศอังกฤษชี้เยาวชนเสี่ยงต่อการหูหนวกเมื่อเข้าสู่วัย 30 ปี ซึ่งเร็วกว่ารุ่นพ่อแม่เสียอีก เนื่องจากพวกเขาฟังเครื่องเล่น MP3 ดัง และบ่อยเกินไป
ผลการสำรวจพบว่า 14% ของผู้เข้าสำรวจใช้เวลามากถึง 28 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในการฟังเครื่องเล่นเพลงดิจิตอล และมากกว่า 1 ใน 3 ของผู้เข้าสำรวจยังมีประสบการณ์หูอื้อหลังจากฟังเพลงดังเกินไป ซึ่งโดยส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ฟังเครื่องเล่น MP3 ทุกวัน ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า อาการหูอื้อดังกล่าวเป็นสัญญาณเริ่มต้นสำหรับความเสียหายของการได้ยิน
Vivienne Michael ผู้บริหารสูงสุดแห่งศูนย์วิจัยอาการหูหนวกในประเทศอังกฤษกล่าวว่า “เยาวชนมักใช้เวลาฟังเพลงจากเครื่องเล่น MP3 นานเกินไป โดยไม่ได้ตระหนักรู้เลยว่า เสียงที่ดังเกินไปสามารถทำให้สูญเสียการได้ยินอย่างถาวร ซึ่งผลจากการสูญเสียการได้ยินอาจทำให้พวกเขาไม่สามารถยอมรับสภาพชีวิตเช่นนั้นได้ เพราะมันจะทำให้พวกเขาเหมือนถูกแยกออกจากครอบครัว เพื่อนๆ เนื่องจากการสื่อสารที่ยากลำบากในแต่ละวันนั่นเอง” 
         ผลสำรวจยังพบอีกด้วยว่า 38% ของผู้ที่มีอายุ 16 – 34 ปีไม่เคยรู้เลยว่า การฟังเพลงที่ดังเกินไปจากเครื่องเล่นเพลงดิจิตอล หรือไนท์คลับ บาร์ ตลอดจนคอนเสิร์ต รวมถึงการเปิดเพลงเสียงเพลงดังๆ ในรถ และการทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงเครื่องจักรสามารถทำให้สูญเสียการได้ยิน และ 28% ของกลุ่มวัยเดียวกันนี้ชอบเที่ยวบาร์ ไนท์คลับ ผับที่มีเสียงดัง 1 – 2 ครั้งต่อสัปดาห์ 82% ยอมรับว่า เคยหูอื้อหลังจากฟังเพลงดังในไนท์คลับ

         เห็นไหมว่าเทคโนโลยีสมัยนี้ มีผลกระทบต่อคนเราอย่างเห็นได้ชัด แม้มันจะเป้นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม ฉะนั้นคนเราควรก้าวตามเทคโนโลยีอย่างรอบคอบ เข้าใจมัน แต่ก็ไม่ควรหลงกับมัน เลือกที่จะใช้อย่างพอเหมาะจำเป็น