• สังคมนินทาว่าร้ายเป็นสังคมของคนอ่อนแอ ไม่มีสิ่งที่เป็นสาระทำ จิตใจไม่จดจ่ออยู่กับสิ่งท้าทายที่สร้างสรรค์และเป็นคุณแก่ตนเอง ใช้การนินทาเป็นเครื่องปลดเปลื้องความเครียดของตนเอง โดยไม่รู้ตัวว่ายิ่งสร้างจิตใจใฝ่ต่ำให้แก่ตนเอง
• KM ที่ใช้อย่างถูกต้อง จะทำให้ผู้คนในหน่วยงานถูกท้าทายจากงานที่ตนทำอยู่ตลอดเวลา เป็นคนที่ไม่ว่างพอที่จิตใจจะหันไปหาสิ่งไร้สาระ
• ทุกคนต้องเตรียมตัวทำ BAR และ AAR อยู่ตลอดเวลา มีกิจกรรม BAR และ AAR ในงานที่จะทำ และงานที่ทำแล้ว เป็นสิ่งท้าทายเล็กๆ อยู่เสมอ ทำให้จิตใจไม่หันไปหา “อบายมุข” คือการนินทาว่าร้าย
• ในกิจกรรม KM เราใช้ AI (Appreciative Inquiry) เป็นเครื่องมือคู่ขนาน และใช้ SS เป็นตัวนำสาระความรู้ เอามา ลปรร. กัน ทำเช่นนี้จนเป็นวัฒนธรรมหรือวิถีชีวิต
• เราใช้ storytelling แทนการนินทาว่าร้าย เปลี่ยนเป็นเล่าเรื่องราวดีๆ
• ผู้คนจึงมีความสุขจากความดี เรื่องราวดีๆ เป็นบ่อเกิดของจิตที่เอาใจใส่ เบิกบานอยู่กับเรื่องราวดีๆ ไม่ใช่หาความสุขจากการเอาเรื่องร้ายของคนอื่นมาฉายหนังซ้ำ
• KM ใช้วิธีเอาหนังดีมาฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบไม่ซ้ำ ทำให้สังคมนินทาว่าร้ายอยู่ไม่ได้ เกิดไม่ได้
วิจารณ์ พานิช
๓ ธ.ค. ๕๒