อารม คล้ายคลุม. (2551). การพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความโดยการใช้แบบฝึกของเด็กออทิสติก ระดับประถมศึกษาช่วงชั้นที่ 1 โรงเรียนดาราคาม
บทคัดย่อ
รายงานผลการศึกษาค้นคว้าฉบับนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจ ความ และเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความของเด็กออทิสติกซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในระดับประถมศึกษาช่วงชั้นที่ 1 ปีการศึกษา 2550 ภาคเรียนที่ 1 โรงเรียนดาราคาม กรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเขต 1 จำนวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความ ที่เรียบเรียงเนื้อหามาจากแบบเรียนภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และ 3 คำศัพท์ที่นำมาสอนคัดเลือกมาจากมาตราตัวสะกดทั้ง 9 มาตราๆละ 10 คำ โดยคำนึงถึงสภาพแวดล้อมและการดำเนินชีวิตประจำวันของเด็กออทิสติก และเป็นคำที่สามารถสื่อสารแสดงเป็นภาพสร้างความเข้าใจเพื่อการนำมาใช้เป็นรูปธรรม รวมจำนวนคำทั้งสิ้น 90 คำ รูปแบบการฝึกแบ่งเป็นลำดับขั้นตามลักษณะการเรียนรู้การอ่านจับใจความของเด็กออทิสติก โดยแบ่งออกเป็น 5 ขั้น ได้แก่ ขั้นการเข้าใจความหมายของคำ ขั้นการแปลความหมายของคำ ขั้นการนำคำไปใช้ให้ตรงความหมาย ขั้นการอธิบายความหมายจากเรื่องที่อ่าน และขั้นการจับใจความจากเรื่องที่อ่าน ในการหาประสิทธิภาพของแบบฝึกใช้สูตร E1/E2 โดยกำหนดเกณฑ์ประสิทธิภาพ 80/80 และใช้แบบแผนการทดลอง One Group Pretest Posttest Design กลุ่มตัวอย่างได้รับการฝึกทักษะทุกวันเป็นเวลา 1 ภาคเรียน เรียงตามมาตราตัวสะกดครั้งละ 1 มาตราๆละ 10 คำ ฝึกเป็นขั้นตอน 5 ขั้นๆ ละ 1 คาบๆละ 50 นาที ใช้ระยะเวลาการฝึกมาตราละ 5 คาบ รวมเป็นจำนวนการฝึก 45 คาบ และทำแบบทดสอบก่อนเรียน – หลังเรียน 2 คาบ รวมระยะเวลาดำเนินการทั้งสิ้น 47 คาบ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติ Nonparametric ทดสอบเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านจับใจระหว่างก่อนและหลังการฝึกด้วยวิธีของ The Wilcoxon Matched – Paris signed – Ranks test
ผลการศึกษาพบว่า
1. แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความของเด็กออทิสติกมีค่าประสิทธิภาพเฉลี่ย 94.72/88 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ 80/80
2. เด็กออทิสติกมีผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านจับใจความหลังการฝึกด้วยแบบฝึกสูงกว่าก่อนฝึกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
3. ค่าความเหมาะสมของแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำหรับเด็กออทิสติกช่วงชั้นที่ 1 ตามความคิดเห็นของครูผู้สอนโดยรวมมีความเหมาะสมในระดับมาก