ระบำ "จอมมณี"

ขออนุญาตนำเสนอผลงานนาฏศิลป์นิพนธ์

ชุดระบำ "จอมมณี"

หลักการและเหตุผล

เนื่องด้วยพระนามของพระนางจอมมณีพระอัครมเหสีในสมเด็จพระไชยเชษฐาธิราชแห่งเวียงจันทร์ เดิมพระนางธิดาของพญาแสนสุรินทร์ลือชัย เจ้าเมืองปากห้วยหลวง (โพนพิสัยปัจจุบัน) นั้นได้ปรากฏในพงศาวดารของลาวว่าพระนางเป็นสตรีผู้มีบทบาทสำคัญทั้งด้านการเมืองและการศาสนา ดังจะเห็นได้จากประวัติการหล่อหลวงพ่อพระสุก หลวงพ่อพระเสริม และหลวงพ่อพระใส นั้นได้กล่าวว่า ในวันเฉลิมฉลององค์หลวงพ่อทั้งสามนั้น ".... สมเด็จพระไชยเชษฐา พร้อมด้วยพระนางยอดคำทิพย์พระราชมารดา พระนางตนทิพย์ พระนางตนคำ และพระนางจอมมณี พร้อมใด้วยพระนางสุก พระนางเสริม พระนางใส มาพร้อมกันที่วัดคำอินทร์แปลงเพื่อเฉลิมฉลองพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นมาใหม่....." และในคราวทีทัพพม่ามาประชิดพระนครหลวงเวียงจันทน์พระนางต้องส่งพระราชโอรสไปเป็นองค์ประกัน ณ เมืองหงสาวดี 1 องค์คือ พระหน่อเมือง  อีกทั้งยังปรากฏวัดในเมืองหนองคายที่ใช้พระนามของพระนางมาเป็นชื่อวัดคือวัดจอมมณีมณีเชษฐารามจึงได้เกิดแรงบันดาลใจในการสร้างนาฏศิลป์นิพนธ์ชุดระบำ"จอมมณี" เพื่อใช้ในการส่งผลงานประกอบการเรียนวิชา ทักษะการประดิษฐ์นาฏศิลป์อีสานเบื้องต้น

ดนตรี

เนื่องด้วยในยุคนั้นเมืองเวียงจันทร์ได้รับอิธพลจากสามเมืองใหญ่ ๆ คือ ดนตรีจากราชสำนักอยุธยา ราชสำนักล้านนา และราชสำนักหลวงพระบาง ดังนั้นจึงผสมผสานระหว่างจังหวะดนตรีของทั้งสามราชสำนักโดยออกสำเนียงล้านนาผสมล้านช้าง และมีกลิ่นอายของดนตรีไทยเล็กน้อย

ท่ารำ

เนื่องด้วยในยุคนั้นเมืองเวียงจันทน์ได้รับอิธพลจากล้านนาอยู่ไม่น้อยลีลาท่ารำจึงนำท่ารำของล้านนา ส้านช้างและสยามมาผสมผสานกัน จึงได้นำเอาท่ารำที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละราชสำนักมาดัดแปลงให้เป็นระบำชุดนี้