บันทึกนกแอ่นกินรังหน้าที่ 36

เสน่ห์โคกขาม

บันทึกหน้าที่ 36 เสน่ห์โคกขาม

ประโยคนี้ดูเหมือนจะทำให้บันทึกห่างไกลจากนกอีแอ่น แต่เชื่อเถอะ ถ้าครูเล็กrun หน้าแล้วละก็ ต้องเกี๊ยว เกี่ยว

ก็ตอนทำวิทยานิพนธ์ป.เอก ครูเล็กต้องตะเวนแหง๋นมองท้องฟ้าหน้าเชิดหยิ่ง ส่ายสายตาดูหาว่านกอีแอ่น จะร่อนปีกที่ใดบ้าง ในจังหวัดสมุทรสาครและใกล้เคียง(ติดตามพื้นที่การหากิน-หัวข้อนี้ใช้กำลังทรัพย์มากกกก) ครูเล็กไปที่โคกขามนับสิบครั้ง แต่ไม่เคยก้มหน้าดูที่โคลนตมสักนิด

จากการไปหลายหนจนรู้ว่านกแอ่นไม่ค่อยโฉบปีกที่ชายเลนนาเกลือนัก เธอไปเด่นที่น่านฟ้าทิวมะพร้าวและเลือกสวนไร่นาซะมากกว่า มีอยู่ที่หนึ่งที่นกแอ่นโฉบเป็นกลุ่มจนครูเล็กคิดจะตั้งบ้านรังนกซะที่นั่น  งานนั้นก็เลยรู้ว่านกอีแอ่นหากินไกลบ้านไม่ต่ำกว่า 25 กม.จริงๆ

*********!!!!********

โคกขาม แม้จะไปบ่อย จนหลับตาเห็นโค้ง เห็นถนนดิน แต่ไม่เคยสนใจจะดูนกชายเลนสักนิด เวลานั้นคงจะมีนกดีดีที่ตอนนี้หายากมาก จนถึงมากที่สุดอยู่หลายตัว น่าเสียดายอยู่เหมือนกัน ทำไมไม่รักดีเสียแต่บัดนั้นน้า... ไม่ใช่อะไร ไปก็ทำงานให้เสร็จๆ ไม่มีเวลามาก ไม่มีtelescope และ...(มีแต่ข้อแก้ตัว)

ก็เพราะว่านกชายเลนหน้าตาคล้ายกัน ชายเลนน้ำจืด ชายเลนปากแอ่น สตินท์คอแดงกะสติ๊นท์เล็กมันต่างกันตรงไหน (?) มันต้องเป็นญาติสนิทกันแน่เลย รูปร่างหน้าตาถึงได้โขกออกมาจากเบ้าเดียวกัน..แน๊ แอบนินทามันเล็กๆ

ตอนนี้กลับไปใหม่ นาเกลือก็ยังคงเป็นนาเกลือ ร้อนในตอนกลางวัน ลมร้อนเป็นเปลวระริกท่ามกลางแดดแรงปานหัวแตก ยิ่งคืนฝนตกหนักผ่านไป วันรุ่งขึ้น คันนาก็มีโคลนที่พร้อมจะติดหนับที่เท้า ไม่มีต้นไม้ให้ร่มเงาที่นาเกลือ โห สนุกตรงไหนเนี่ย

แต่ครั้งนี้ เริ่มเห็นเสน่ห์ของโคกขาม 

นาเกลือยังคงร้อนอยู่อย่างนั้น เปลวแดดระริกไหวไม่มีวันหยุด

แต่เสน่ห์มันอยู่ที่...

ยามฟ้าสาง ไข่แดงกลมโตโผล่ขึ้นมาจากแนวคันนาที่ฟ้าไกลๆ แสงอ่อนๆเรืองทาบฟ้า ฝูงนกชายเลนบินขึ้นจากผืนนามืดๆ กระพือปีกสีขาวระยิบระยับ ทั้งฝูงสาดไปนาโน้นที แล้วก็เปลี่ยนใจโฉบลงนานี้ที แล้วก็มาลงใกล้ๆ แล้วก็ไปไกลๆ เอาไงแน่?

ยังมีเสียงจิ๊บจิ๊บเหมือนนินทาว่าคนเดินบนคันนาทำไมเดินช้าจัง...

มนุษย์ภาคเหนือตอนล่าง ต้องเดินสมาธิบนคันนาหลังเต่า ตามรอยเท้าเจ้าตูบ ซึ่งเป็นร่องรอยของการฮ่อวิ่งอย่างสนุกในยามเช้า แต่พวกเราค่อยๆย่อง ปานนั้นก็ยังมีบางคนเผลอไผลตกคันนา คราบโคลนสีเทาหุ้มข้อเท้า เป็นที่เฮฮาของเพื่อนร่วมทีม ที่นึกในใจ "เกือบไปเหมือนกัน"

พวกเราย่องมาแฝงกายที่เถียงนา ทำท่าเหมือนนักสืบ ไม่ให้นกชายเลนเห็น ที่แท้นกคงเบื่อจะแล จึงก็บินยั่วไปมาให้ตื่นเต้น

พวกเรายึดเถียงนาเกลือเป็นสรณะ มีแคร่เล็กๆน่ารัก แขวนสัมภาระอาหารเช้า แล้วก็ปักหลักตั้งกล้องเทเลสโคป ข้างๆ กัน ใกล้กังหันนา ซึ่งเท่ห์มาก ให้อารมณ์มาก...

สิ่งที่มองหาคืนนกชายเลนชนิดที่มีน้อยๆ เดี่ยวๆ หายาก อูยอยากเห็น ..เอาเข้าไป พวกมีเป็นร้อยค้อนควับ

บ้างก็นั่งลงบนคันระหัดดึงน้ำ ตอนแรกก็ถ่ายน้ำหนักไม่นั่งเต็ม ต่อมาก็เผลอไผลทิ้งน้ำหนักลงก้นทั้งสองข้าง ของเขาดีจริงๆ แข็งแรงไม่พัง

ไม่ใช่แต่นกนะที่สลับที่ นักดูนกก็ต้องนั่งสลับที่เล่นเก้าอี้ดนตรีกันเป็นระยะ ไม่ง่วงไม่เบื่อ โจทย์คือฝูงนกเป็นร้อยโดยรอบมันท้าทายให้ค้นหา"ตัวหายาก" 

ในฝูงที่ยืนหลับอย่างนางนวลธรรมดาก็อาจจะมีอะไรแฝงอยู่ ไอ้ที่พักขายืนตีนเดียวก็ต้องดู พวกที่บินไปบินมา พวกก้มหน้าดูดินไซ้โคลนไกลๆ ก็ต้องเอ็กเรย์กันทุกตัว  

แสงเรืองที่ทาบฟ้าก็แก่กล้าขึ้นทุกที พอเริ่มสาย จนใกล้เที่ยง แดดระยับ สำหรับคนอื่นคงน่าเบื่อ แต่สำหรับนักดูนกหน้าใหม่อย่างเราๆ ได้เห็น Pied Avocet กับ Spoon-billed sandpiper ก็ถือเป็นโชคแล้ว ยังจะมี"พลิกหินturnstone"ให้ขำขำอีก นิสิตเขาอดทนดี ส่องตาหานก แล้วก็อรรถาธิบายถึงความแตกต่าง ก็ฟังไป แต่ความรู้ซึมเข้าสมองเพียงเล็กน้อย ด้วยเวลานั้นลมเย็นผ่านเข้ามาเป็นระยะพาง่วงหงอย ทำท่าจะหลับตามฝูงนางนวลไปซะแล้ว

นักดูนกมืออาชีพหลายคนที่ยืนดูอยู่แถวนั้นก็เมตตาปราณีให้ยืมดูteleชั้นดีแจ่มแจ๋วของพวกเขา ยามเจอตัวดีๆ ก็เรียกกันดู แล้วก็อธิบายให้ฟังอีกหลายอย่าง เสน่ห์ของโคกขามคือเป็นที่รวมของกลุ่มคนดูนก และพวกเขาก็ใจดี..

ข้างถนนหน้าบ้านเจ้าของนา เป็นห้างเล็กๆ น่ารักขนาดเดียวกับเถียงนา แทบทุกบ้านจะมีไว้ แล้วก็มีคนบอกว่านั่งได้หมด เจ้าของไม่หวง

ตอนเช้าเดินผ่านไปเห็นคุณยายนอนอยู่ เราเล็งไว้แล้วว่าห้างนี้น่ารัก ต้องหย่อนก้นและถ่ายรูปไว้ซะหน่อย หลังจากดูนกจนพอใจแล้ว ก็ขึ้นมาพักที่ห้างคุณยาย พวกเราคงส่งเสียงดัง จนคุณยายก็เดินออกมา พร้อมขวดน้ำเย็นและแก้วน้ำ โห รอยยิ้มของคุณยายทำให้เย็นชื่นใจยิ่งกว่า

คุณยายบอกว่ากำลังห่อขนมจาก ดื่มน้ำกันตามสบาย (นั่งกันซะให้เต็มก้น--เราแซวกันเอง--แล้วก็ยังหวังขนมจากคุณยายอีก ดูมัน ได้คืบจะเอาศอก)

คนที่เดินไปมาแถวนั้นดูจะรู้ดี ว่า"ไอ้พวกนี้มาดูนก" ที่ทึ่งสุดๆ ก็คือ พวกเขาจะถามว่าเห็นนกอะไร พอพวกเราบอกอย่างตื่นเต้นว่าได้เห็น"นกปากช้อน" เขาก็ตอบกลับอย่างยินดีว่า"มาแล้วหรือ ได้เห็นแล้วหรือ พร้อมยิ้มกว้าง (แบบว่าโล่งอก และภูมิใจ ที่แขกมาแล้วได้เห็นสิ่งที่เป็น highlight ) เราทึ่งในความเป็นเจ้าของบ้านที่รู้จักทรัพยากรของเขาดี เขารู้จักนกปากช้อนเหมือนเรารู้จักนกกระจอก อาการนั้นแหละคือเสน่ห์โคกขาม

tripโคกขาม จัดว่าประสบความสำเร็จ ได้เห็นนกหายากหลายตัว ไม่ใช่ยินดีที่มันหายาก หากแต่เป็นความน่ารัก+ท่าทาง+รูปร่าง+ วิธีหากิน+..ของนกแต่ละพันธุ์+ ความยากในการจำแนก เป็นสิ่งท้าทายมากกว่า

แล้วก็สิ่งที่มันมาพร้อมการดูนก ผู้คน คือเสน่ห์ทั้งหมดที่โคกขาม

นิสิตกลับบ้านด้วยความสนุกสนาน กับความโล่งใจ เพราะพวกเราตกลงกันไว้ว่า ถ้าไม่ได้เห็นปากช้อนตัวเป็นๆ ต้องมีคนใดคนหนึ่งนั่งคาบช้อนและก็บอกว่าเป็นนกปากช้อนแล้วหละ

 

ครูเล็ก

ปล.ขอบคุณลุงเลอพงษ์ ผู้ให้ความรู้เรื่องนาเกลือ ขอบคุณที่ยังคงรักษาอาชีพนาเกลือไว้

ขอบคุณนักดูนกมืออาชีพทั้งหลายที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับนกต่างๆ

ขอบคุณเจ้าของห้างและเถียงนาใจดี ขอบคุณคุณยายเจ้าของน้ำและน้ำใจของโคกขาม

 

 ภาพรถบดดินนาเกลือ

 

 ครูเล็กและคณะ ที่ห้างข้างนาของคุณยายใจดี

 

 อาทิตย์ขึ้นที่นาเกลือ

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน SwiftletNU



ความเห็น (2)

สะโตย
IP: xxx.53.6.75
เขียนเมื่อ 

ไม่ได้เข้ามาหลายเดือน คาดว่าน่าจะเพิ่มซัก 3 หน้า แต่ก็ได้บรรยากาศนาเกลือ

ผมถามครูเล็กหน่อยครับว่า

นกในนาเกลือ กับคนดูนกที่นาเกลือ ใครทนกว่ากันครับ

.

.

.

.

โชคดีปีใหม่ครับ

ครูเล็ก
IP: xxx.19.231.6
เขียนเมื่อ 

เรื่องความทน ต้องถามว่าส่วนใหน ถ้าใบหน้า คนก็อาจทนกว่าฮ่ะ

แต่ถ้าถามเรื่องความแกร่ง นกเท่านั้นที่ทนมันได้ (เปลวแดดอันร้อนแรงแห่งนาเกลือเขาหละ)