หาดมุ๊ยเน๊ะ เป็นหาดทรายที่เป็นสีแดง กว้างใหญ่ สวยงามประทับใจ

      วันที่ห้า  พุธที่  18  พฤศจิกายน  2552  โฮจิมินห์  ฟานเทียต

 

         ตื่นเช้า  พร้อมแดงและแจ้  (เจ้าเก่า)  เดินออกไปดูชีวิตยามเช้าของชาวฮอยอัน  ฝนตกปรอย ๆ  ยามเช้าจะแตกต่างจากกลางคืน ผู้คนคึกคักไปอีกแบบ  กลางคืนคึกคักด้วยนักท่องเที่ยว  ส่วนช่วงเช้าคึกคักด้วยการทำมาหากินของผู้คนในท้องถิ่น

  

           

          

           จากนั้นได้เดินทางไปสนามบิน โดยสารแอร์เวียดนามไปยังสนามบินตันเซินเยิต นครโฮจิมินห์ซิตี้  อดีตเมืองหลวงของเวียดนาม   และเดินทางต่อไปยังฟานเทียต (Phan Thiet)  ใช้เวลาเดินทางนานเหมือนกัน  เพราะที่โฮจิมินห์รถติดมาก   ไกด์นาวิน  เล่าให้ฟังว่า  ก่อนหน้านี้ (ช่วงที่ยังแบ่งเป็นเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้) โฮจิมินห์เป็นเมืองที่เจริญมาก  เจริญที่สุดในแถบเอเชียก็ว่าได้

 

                 ภาพข้างล่างนี้ถ่ายที่สนามบินเป็นการปักด้ายด้วยมือทั้งหมด ดูแล้วชื่นชมในฝีมือมาก เพราะละเอียด งดงาม

        

 

 

         จากการล่าช้าของการเดินทาง ทำให้สถานที่เที่ยวของวันนี้ ต้องไปในวันพรุ่งนี้แทน  เข้าสู่ที่พักที่ฟานเทียต Dynasty  Hotel  ซึ่งอยู่ริมทะเลประมาณ  4  ทุ่ม   

              

           

         Dynasty  Hotel     รูปล่างซ้ายมือ เป็นหน้าห้องที่เราพัก        

      

 

 

วันที่หก  พฤหัสบดี ที่  19  พฤศจิกายน  2552  ฟานเทียต  ดาลัด

 

          เช้านี้ไปชมทะเลทรายมุ๊ยเน๊ะ  (Red  and White Sand Duces)  ต้องไปกันตั้งแต่ 6 โมงเช้า จะได้ไม่ร้อน  เป็นภูเขาทรายสีทองอร่ามกว้างไกลสุดตา  มีเด็กถือแผ่นพลาสติกมาให้เช่า  เพื่อจะเล่นสไลด์เดอร์บนสันทราย ค่าเช่าแผ่นละ  20,000 ดอง  (40  บาท) 

 

           ทิวทัศน์ระหว่างไปหาดมุ๊ยเน๊ะ

      

    

          หาดมุ๊ยเน๊ะ...สวยทั้งหาด  และ... คนก็สดชื่นจ้า 

         

     

 

              ร้านที่ไปรับประทานอาหารเที่ยง  อาหารบางอย่างต้องให้พนักงานในร้านช่วยสาธิตวิธีการกินให้ดู...สนุกสนานไปอีกแบบ

            บางร้านจะมีที่เปลให้นอน  ไกด์บอกว่า  คนเวียดนามชอบนอนพักหลังอาหารเที่ยงค่ะ 

      

 

          ชมปราสาทจาม  โปงกระลงกะลา ซึ่งเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ตั้งแต่ปี พ.ศ.2542  เป็นโบราณสถานในศาสนาฮินดูที่เก่าแก่และสมบูรณ์ที่สุดในแหลมอินโดจีนที่สามารถสะท้อนความรุ่งเรืองแห่งอารยะธรรมของจามได้ดีที่สุด   ไกด์ไทยบอกว่า ที่นี่เป็นมรดกโลก  เพราะสามารถรักษาวัฒนธรรมเดิมของตนเองไว้ ทุกปีจะมีพิธีกรรมดั้งเดิมที่ปราสาทแห่งนี้

 

   

 

      

 

      

 

           จากนั้นเดินทางไปเมืองดาลัด  เริ่มเจอกับอากาศหนาวที่นี่  หลายคนที่บ่นว่าเอาเสื้อหนาวมาแล้วไม่ได้ใช้  ก็ได้ใช้กันในคราวนี้ละค่ะ 

 

                                           สวัสดีค่ะ