ห้องเรียนเสมือนจริง Virtual Classroom
การจัดการเรียนการสอนจำลองแบบที่เสมือนจริง เป็นนวัตกรรมทางการศึกษาที่สถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจและจะขยายตัวมากขึ้นในศตวรรษที่ 21 การเรียนการสอนในระบบนี้ อาศัยสื่ออิเล็กทรอนิกส์โทรคมนาคมและเครือข่ายคอมพิวเตอร์เป็นหลัก ที่เรียกว่า Virtual Classroom หรือ Virtual Campus บ้าง นับว่าเป็นการพัฒนาการบริการทางการศึกษาทางไกล ชนิดที่เรียกว่าเคาะประตูบ้านกันจริงๆ เป็นรูปแบบใหม่ของสถาบันการศึกษาในโลกยุคไร้พรมแดน กล่าวคือ ผู้เรียนจะเรียนที่ไหนก็ได้ เช่นที่บ้าน หรือที่ทำงาน โดยไม่ต้องไปนั่งเรียนในห้องเรียนจริงๆ ทำให้ประหยัดเวลา ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายอื่นๆอีกมากมาย
ความหมายของห้องเรียนเสมือนจริง
มีผู้ให้ความหมายของห้องเรียนเสมือนจริงไว้หลายท่าน ดังนี้
ศ. ดร. ครรชิต มาลัยวงศ์ ได้กล่าวถึงความหมายของห้องเรียนเสมือนว่าหมายถึง การเรียนการสอนที่ผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ของผู้เรียนเข้าไว้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการเครือข่าย (File Server) และเครื่องคอมพิวเตอร์ผู้ให้บริการเว็บ (Web Server) อาจเป็นการเชื่อมโยงผู้สอนจะออกแบบระบบการเรียนการสอนไว้โดยกำหนดกิจกรรมการเรียนการสอน สื่อต่างๆ นำเสนอผ่านเว็บไซต์ประจำวิชาและดำเนินการเรียนไปตามระบบการเรียน ที่ผู้สอนออกแบบไว้ในระบบเครือข่ายมี การจำลองสภาพแวดล้อมต่างๆ ในลักษณะเป็นห้องเรียนเสมือน (ครรชิต มาลัยวงศ์, 2540)
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่าห้องเรียนเสมือน เป็นการเรียนการสอนที่จะต้องมีการนัดเวลา นัดสถานที่ นัดผู้เรียนและผู้สอน เพื่อให้เกิดการเรียนการสอนมีการกำหนดตารางเวลาหรือตารางสอนผู้เรียนไม่ต้องเดินทางแต่เรียกผ่านเครือข่ายตามกำหนดเวลาหรือตารางสอนผู้เรียนไม่ต้องเดินทางแต่เรียกผ่านเครือข่ายตามกำหนดเวลาเพื่อเข้าห้องเรียน ได้แม้จะอยู่ที่ใดในโลก (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2543)
รุจโรจน์ แก้วอุไร กล่าวไว้ว่าห้องเรียนเสมือน เป็นการจัดการเรียนการสอนทางไกลเต็มรูปแบบ โดยมีองค์ประกอบครบ ได้แก่ ตัวผู้เรียน ผู้สอน และเพื่อนร่วมชั้น เข้าสู่กระบวนการเรียนการสอนพร้อมๆ กัน มีสื่อการสอนทั้งภาพและเสียง ผู้เรียนสามารถร่วมกิจกรรมกลุ่มหรือตอบโต้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้สอนหรือกับเพื่อนร่วมชั้นได้เต็มที่ (คล้ายกับ Chat room) ส่วนผู้สอนสามารถตั้งโปรแกรมติดตามพัฒนา การประเมินผลการเรียนรวมทั้งประสิทธิภาพของหลักสูตรได้ ทั้งนี้ไม่จำกัดเรื่องสถานที่ แต่ผู้เรียนในชั้นและผู้สอนจะต้องนัดเวลาเรียนอย่างพร้อมเพรียง (รุจโรจน์ แก้วอุไร, 2543 : 22)
บุญเกื้อ ควรหาเวช ได้กล่าวถึงห้องเรียนเสมือนว่า หมายถึง การจัดการเรียนการสอนที่ผู้เรียนจะเรียนที่ไหนก็ได้ เช่น ที่บ้าน ที่ทำงาน โดยไม่ต้องไปนั่งเรียนจริงๆ ทำให้ประหยัดเวลา ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกมากมาย (บุญเกื้อ ควรหาเวช, 2543 : 195)
สรุปห้องเรียนเสมือน หมายถึง การเรียนการสอนที่กระทำผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ของผู้เรียนเข้าไว้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการเครือข่าย (File Server) และคอมพิวเตอร์ผู้ให้บริการเว็บ (Web Server) เป็นการเรียนการสอนที่จะมีการนัดเวลาหรือไม่นัดเวลาก็ได้ และนัดสถานที่ นัดตัวบุคคล เพื่อให้เกิดการเรียนการสอน มีการกำหนดตารางเวลาหรือตารางสอน เข้าสู่กระบวนการเรียนการสอนพร้อมๆ กันหรือไม่พร้อมกัน มีการใช้สื่อการสอนทั้งภาพและเสียง ผู้เรียนสามารถร่วมกิจกรรมกลุ่มหรือตอบโต้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้สอนหรือกับเพื่อนร่วมชั้นได้เต็มที่(คล้ายกับ Chat room) ส่วนผู้สอนสามารถตั้งโปรแกรมติดตามพัฒนาการประเมินผลการเรียนรวมทั้งประสิทธิภาพของหลักสูตรได้ ทั้งนี้ ไม่จำกัดเรื่องสถานที่ เวลา (Any Where & Any Time) ของผู้เรียนในชั้นและผู้สอน ประเภทของห้องเรียนเสมือน
ลักษณะของห้องเรียนเสมือนจริง
รศ.ดร.อุทัย ภิรมย์รื่น ได้จำแนกการเรียนในห้องเรียนแบบเสมือนจริง 2 ลักษณะ คือ
- จัดการเรียนการสอนในห้องเรียนธรรมดา
เป็นลักษณะการถ่ายทอดสดภาพและเสียงเกี่ยวกับบทเรียน โดยอาศัยระบบโทรคมนาคมและเครือข่ายคอมพิวเตอร์ไปยังผู้เรียนที่อยู่นอกห้องเรียนนักศึกษาก็สามารถรับฟังและติดตามการสอนของผู้สอนได้จากเครื่องคอมพิวเตอร์ของตนเองอีกทั้งยังสามารถโต้ตอบกับอาจารย์ผู้สอน หรือเพื่อนนักศึกษาในชั้นเรียนได้ ห้องเรียนแบบนี้ยังอาศัยสิ่งแวดล้อมทางกายภาพที่เป็นจริง ซึ่งเรียกว่า Physical Education Environment
- การจัดห้องเรียนจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์สร้างภาพเสมือนจริง
เป็นการใช้สื่อที่เป็นตัวหนังสือ (Text-Based) หรือภาพกราฟิก (Graphical-Based) ส่งบทเรียนไปยังผู้เรียนโดยผ่านระบบโทรคมนาคมและเครือข่ายคอมพิวเตอร์ห้องเรียนลักษณะนี้เรียกว่า Virtual Education Environment ซึ่งเป็น Virtual Classroom ที่แท้จริง การจัดการเรียนการสอนทางไกลทั้งสองลักษณะนี้ ในบางมหาวิทยาลัยก็ใช้ร่วมกัน คือ มีทั้งแบบที่เป็นห้องเรียนจริง และห้องเรียนเสมือนจริง การเรียนการสอนก็ผ่านทางเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงกันอยู่ทั่วโลก เช่น Internet,www. ขณะนี้ได้มีผู้พยายามจัดตั้งมหาวิทยาลัยเสมือนจริงขึ้นแล้วโดยเชื่อมโยง Site ต่างๆ ที่ให้บริการด้านการเรียนการสอนทางไกล แบบ Virtual Classroom ต่างๆ เข้าด้วยกัน และจัดบริเวณอาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องสมุด ภาควิชาต่างๆ ศูนย์บริการต่างๆ ตลอดจนคณาจารย์ นักศึกษา กิจกรรมทุกอย่างเสมือนเป็นชุมชนวิชาการจริงๆ แต่ข้อมูลเหล่านี้จะอยู่ที่ศูนย์คอมพิวเตอร์ของแต่ละแห่ง ผู้ประสงค์จะเข้าร่วมในการเปิดบริการก็จะต้องจองเนื้อที่และเขียนโปรแกรมใส่ข้อมูลเข้าไว้ เมื่อนักศึกษาติดต่อเข้ามาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ก็จะแสดงภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว และสามารถโต้ตอบได้เสมือนหนึ่งเป็นมหาวิทยาลัยจริงๆ
การติดต่อกับมหาวิทยาลัยเสมือนจริง
- บทเรียนและแบบฝึกหัดต่างๆ อาจจะส่งให้ผู้เรียนในรูปวีดิทัศน์ หรือวีดิผสมกับ Virtual Classroom หรือ CD-ROM ที่มีสื่อประสมทั้งภาพ เสียง การเคลื่อนไหว โดยผ่านระบบสัญญาณเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ดาวเทียม โทรทัศน์ โทรสาร หรือทางเมล์ ตามความต้องการของผู้เรียน
- ผู้เรียนจะติดต่อสื่อสารกับอาจารย์ผู้สอนได้โดยตรง ในขณะสอนก็ได้หากเป็นการเรียนที่ Online ซึ่งจะเป็นแบบของการสื่อสารสองทาง (Two-way communication) ที่โต้ตอบโดยทันทีทันใดระหว่างผู้เรียนและผู้สอนหรือระหว่างผู้เรียนด้วยกัน (Synchronous Interaction) เช่น การ Chat หรืออาจใช้การโต้ตอบแบบไม่ทันทีทันใด (Asynchoronous Interaction) เช่น การใช้ E-mail, การใช้ Web-board เป็นต้น
- การทดสอบ ทำได้หลายวิธี เช่น ทดสอบแบบ Online หรือทดสอบโดยผ่านทางโทรสาร E-mail และทางไปรษณีย์ธรรมดา บางแห่งจะมีผู้จัดสอบโดยผ่านตัวแทนของมหาวิทยาลัยในท้องถิ่นที่ศึกษาอาศัยอยู่ การเรียนทางไกลโดยผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเลือกเรียนวิชาที่ตนสนใจได้ตลอดเวลา ในทุกแห่งที่มีการเปิดสอน ไม่ต้องเข้าชั้นเรียนก็ได้ในการศึกษาหาความรู้ จึงมีมีความยืดหยุ่นด้านเวลาและประหยัดค่าใช้จ่ายลงไปมาก นอกจากนี้ผู้เรียนยังสามารถติดต่อกับอาจารย์ผู้สอนได้โดยตรง สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เรียนคนอื่นซึ่งอยู่ห่างไกลกันได้ เป็นการเรียนแบบช่วยเหลือซึ่งกันและกันทำงานร่วมกัน (Collaborative Learning) อย่างไรก็ตามการเรียนทางไกลลักษณะนี้อาจจะขาดความสัมพันธ์แบบ face-to-face คือ การเห็นหน้าเห็นตัวกันได้แต่ปัจจุบันก็มีกล้องวีดิทัศน์ที่เชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ในระบบเครือข่ายก็สามารถทำให้เห็นหน้ากันได้ ดังนั้น ปัญหาเรื่อง face-to-face ก็หมดไป ความสำเร็จและคุณภาพของการเรียนในระบบนี้ขึ้นอยู่กับตัวผู้เรียนค่อนข้างมาก เพราะจะต้องมีความรับผิดชอบต้องบริหารเวลาเพื่อติดตามบทเรียน การทำกิจกรรมและการทดสอบต่างๆให้ทันตามกำหนดเวลาจึงจะทำให้การเรียนประสบผลสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
การออกแบบห้องเรียนเสมือน (Virtual Classroom) สามารถออกแบบให้มีลักษณะดังนี้
1. Learning is Fun ได้นำเทคโนโลยีของ JAVA มาเสริมในการเรียนรู้แบบสนุกสนานและไม่เครียด นักเรียนจะได้เล่นเกมทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และรายวิชาอื่นๆ ที่จะสามารถออกแบบในลักษณะนี้ได้
2. Multimedia นักเรียนจะเรียนรู้บทเรียนจากภาพและเสียง สามารถควบคุมขั้นตอนของของการเรียนรู้ได้ด้วยปลายนิ้วสัมผัสของตนเอง
3. Asynchronous learning หมายถึง การเรียนที่ไม่จำเป็นจะต้องมีครูผู้สอนอยู่กับนักเรียนในเวลาและสถานที่เดียวกัน ครูจะจัดทำ/รวบรวม "บทเรียนออนไลน์" ซึ่งใช้เรียนที่ไหนก็ได้ เวลาใดก็ได้ ตามแต่ผู้เรียนจะสะดวก บทเรียนมีให้เลือกมากมาย และเชื่อมโยงไปยังบทเรียนอื่นๆ ที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน
4. Electronic Library เป็นห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ นักเรียนสามารถค้นหาสิ่งที่ต้องการจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ทั่วโลกได้ โดยใช้ - Search Engine นอกจากนี้ยังมีบริการให้ค้นหาหนังสือจากห้องสมุดของมหาวิทยาลัยต่างๆ ค้นหาคำศัพท์และอื่นๆ จาก Web Site ต่างๆ - Information on Demand นักเรียนสามารถเรียกดูข้อมูลสารสนเทศตามที่ต้องการได้จากข้อมูลตามคำสั่ง ซึ่งได้แก่ ข่าว และสารพันความรู้ต่าง ๆ จากภาพในอนาคตที่ปรากฏลักษณะของ Virtual Classroom ผนวกกับกระแสความเจริญทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และความต้องการเห็นสังคมไทยเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ แข่งขันและร่วมมือ มีสมรรถภาพการพัฒนากระบวนเรียนรู้ของผู้เรียนในแง่มุมของ Virtual Classroom : A New Alternative for Thai Students. หรือห้องเรียนเสมือนจริง ทางเลือกใหม่ของนักเรียนไทย จึงเป็นเรื่องที่น่าจับตามอง
สถาบันที่เปิดรับนักศึกษาระบบห้องเรียนเสมือนจริง
จากการสำรวจผ่านทางด่วนข้อมูลสารสนเทศ (Information Superhighway) โดยอาศัยเครือข่าย Internet พบว่ามหาวิทยาลัยต่างๆ ทั้งในยุโรป อเมริกา ออสเตรเลียและเอเซีย ได้เปิดบริการการเรียนทางไกลผ่านเครือข่าย Internet และ World Wide Web (WWW) อยู่เป็นจำนวนมาก เกินกว่าที่คาดคิด ข้อมูลจาก Cape Software เรื่อง The University : College by Computer ได้ รวบรวมหลักสูตรที่เปิดสอน เฉพาะในสหรัฐอเมริกาเอาไว้ถึง 700 วิชา มีเปิดสอน ในมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่มีชื่อเสียงทั่วอเมริกามากกว่า 30 แห่ง และมหาวิทยาลัยเหล่านี้ส่วนใหญ่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานการรับรองมาตรฐานอุดมศึกษาของกลุ่มมหาวิทยาลัยในภูมิภาคต่างๆ ของอเมริกาแล้ว เช่น University of Iowa , Pennsylvania State University , University of Washington , University of Wisconsin , University of Florida , University of California-Dominguez Hills , Western Illinois University , Rochester Institute of Technology และ International University College (IUC) เป็นต้น
สำหรับสาขาวิชาที่เปิดสอนก็มีหลากหลายสาขา เช่น Arts, Aviation, Business, Communication-Interpersonal, Communicational-Online, Composition, Computers, Economics, Education, Engineering, Government, Health Sciences, History, Humanities, International, Languages, Legal, Literature, Management, Mathematics, Municipal, Psychology, Science, Sociology, อาจกล่าวได้ว่ามีแทบทุกสาขาที่ เราอยากเรียน
จาก Catalog ของ Western Illinois University ที่ Macomb Illinois มี Course ที่เปิดสอนทางไกล 26 Course ค่าเล่าเรียนหน่วยกิตละ 82 ดอลลาร์ ในระดับปริญญาตรีและ 86.50 ดอลลาร์สำหรับปริญญาโท ค่าเล่าเรียนของ University of Iowa ถูกกว่าหน่อย คือหน่วยกิตละ 71 เหรียญดอลลาร์ ค่าลงทะเบียน 15 ดอลลาร์ ค่าเล่าเรียนของ California National University (CNU) นักศึกษาต่างชาติ ระดับปริญญาตรี หน่วยกิตละ 210 ดอลลาร์ ถ้าเรียน 3 หน่วยกิตพร้อมกัน 2 วิชา คิดเพียง 1,260 ดอลลาร์ สำหรับปริญญาโทเพิ่มอีก หน่วยกิตละ 20 ดอลลาร์ ถ้าเรียนพร้อมกัน 2 วิชา 3 หน่วยกิต คิดเพียง 1,380 ดอลลาร์ รวมแล้วโดยเฉลี่ยค่าเล่าเรียนตกประมาณ 250-400 ดอลลาร์ หรือ 6,250-10,000 บาท ถ้าเรียนปริญญาตรี 120 หน่วยกิต ตกประมาณ 250,000 บาท ถึง 300,000 บาท ปริญญาโทก็ลดลงหน่อย เช่น ถ้าเรียน 36 หน่วยกิต ก็ตกประมาณ 120,000 บาท อย่างไรก็ตามค่าเล่าเรียนจะแตกต่างกันไปในแต่ละมหาวิทยาลัย
การจัดการเรียนการสอนผ่านเว็บ (Web-Based Instruction : WBI)
แบบไหนถึงเรียนว่า WBI ก่อนอื่นจะต้องทำความเข้าใจก่อนว่า WBI คืออะไร WBI ย่อมาจากWeb based instruction WBI ไม่ใช่ CAI WBI เป็นเครื่องมือสำหรับการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ E-Leaming ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ E Education และเป็นส่วนย่อยของระบบใหญ่ E Commerce
WBI เป็นการจัดการศึกษาในรูปแบบ Web Knowledge Based On Line เป็นการจัดสภาวการณ์การเรียนการสอนในรูปแบบ On Line โดยมีข้อกำหนด
อย่างไรจึงจะเรียกว่า WBI การจะเป็น WBI จะต้องมีสิ่งต่อไปนี้อย่างสมบูรณ์ ได้แก่ ความเป็นระบบ ความเป็นเงื่อนไข การสื่อสารหรือกิจกรรม Learning Root
ความเป็นระบบ System
ความเป็นระบบสามารถแบ่งเป็น
Input ได้แก่
- ผู้เรียน
- ผู้สอน
- วัตถุประสงค์การเรียน
- สื่อการสอน
- ฐานความรู้
- การสื่อสารหรือกิจกรรม
- การประเมินผล
- อื่น ๆ ฯลฯ (แล้วแต่สถาบันจะกำหนดปัจจัยที่นอกเหนือจากนี้)
Process ได้แก่
การสร้างสถานการณ์หรือการจัดสภาวะการเรียนการสอน โดยใช้วัตถุดิบจาก Input อย่างมี กลยุทธ์ หรือ ตามที่กำหนดไว้ในแผนการสอน
Output ได้แก่
ผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ซึ่งได้จากการประเมินผล
ความเป็นเงื่อนไข
อะไร คือ เงื่อนไข เงื่อนไขนับว่าเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งสำหรับ WBI อาทิกำหนดเงื่อนไขว่าเมื่อเสร็จสิ้นจากการเรียนแล้วจะต้องทำแบบประเมินการเรียนหากทำแบบประเมินผ่านตามคะแนนที่กำหนดไว้ก็สามารถไปศึกษาบทเรียนอื่นๆ หรือบทเรียนที่ยากขึ้นเป็นลำดับได้ แต่ถ้าไม่ผ่านตามเงื่อนไขที่กำหนดก็จะต้องเรียนซ้ำจนกว่าจะผ่าน
การสื่อสารหรือกิจกรรม
อะไรคือ การสื่อสารหรือกิจกรรม กิจกรรมจะเป็นตัวกระตุ้นให้นักเรียนเกิดการปฏิสัมพันธ์ หรือการสื่อสารขึ้นภายในสถานการณ์การเรียน โดยไม่ต่างจากห้องเรียนปกติอาจเรียกว่า Virtual Classroom กิจกรรมจะเป็นตัวช่วยให้การเรียนเข้าสู่เป้าหมายได้ง่ายขึ้น เช่น ใช้ Mail Chat Webboard Search ฯลฯ
Learning Root
Learning Root มิใช่ Learning Link กล่าวคือ Learning Root เป็นการกำหนดแหล่งความรู้ภายนอกที่เกี่ยวข้องกับบทเรียน โดยมีเงื่อนไข เช่น แหล่งความรู้ภายนอกที่มีความยากเป็นลำดับ หรือเกี่ยวข้องกับหัวข้อการเรียนเป็นลำดับ การกำหนด Learning Root โดยใช้เทคนิค Frame จะช่วยให้ผู้เรียนไม่เกิดภาวะหลงทาง
เอกสารอ้างอิง
บุญเกื้อ ควรหาเวช. นวัตกรรมการศึกษา. กรุงเทพ : ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542.
อุทัย ภิรมย์รื่น. “โฉมหน้ามหาวิทยาลัยในศตวรรษที่ 21” สารศรีปทุม. 2540.
(กุมภาพันธ์-พฤษภาคม), 21-30.
http://boriharn.com/sangob/2006/12/09/
http://gotoknow.org/blog/theerajom/154013
http://learners.in.th/file/orathai22/5.doc
http://ultramim.multiply.com/journal/item/15
http://yalor.yru.ac.th/~sittichai/innovation/fram/contents/process/vr2.html
ให้เพื่อนๆที่ทำงานด้านครูทุกคน
สามารถเข้ามาอ่านได้ หรือเข้าhttp://gotoknow.org/blog/montree002/318965
ข้อมูลที่อ่านดีมากๆ
ห้องเรียนเสมือนจริงก็ดีแต่สอนแบบโบราณสมัย30 ปีจะดีกว่าเพราะใกล้ชิดกว่าได้เห็นตัวจริงเสียงจริงด้วย
อย่างให้ทำทุกโรงเรียน
มีความรู้ดี
ข้อมูลที่ให้มาน่าอ่านมากค่ะ
ขยันจัง..ขอให้ได้เกรด4ดังหวังได้เกียรตินิยมอันดับ1เด้อ.หลาน..
(016) *--* อ่าน แล้ว ก็คิดตามได้ค่ะ
ข้อมูลดีสามารถนำไปใช้กับการเรียน ป.บัณฑิตได้
ห้องเรียนเสมือนจริงของท่านดีมากค่ะทำให้เด็กใช้คอมพิวเตอร์ในทางที่ดี
ห้องเรียนอาจารย์ดีมากค่ะทำให้ผู้เรียนไม่เบื่อหน่ายและจำเจกับห้องเรียน เพราะห้องเรียนอาจารย์เรียนได้ทุกสถานที่
การสอนแบบนี้ก็ดีนะคะขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ
ก็โอเคดีค่ะ ได้ความรู้แบบใหม่ดี
อยากให้วิทยาลัยทำอย่างนี้จริงๆ คงจะดี มีความรู้ด้วย
ได้เรียนรู้เกี่ยวกับห้องเรียนเสมือนจริง ก็ได้ความรู้ดีค่ะ
เหมือนได้อยู่ในสถานที่จริงเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ
(016) ดีค่ะอ่านแล้วได้ความรู้ดี
อ่านแล้วก็ได้คิดตามคับป๋มดีมากๆๆเลยคับ(016)
ชอบมากค่ะ ไม่เบื่อหน่ายกับการเรียนดี ได้ความรู้มากมาย