ผมเขียนถึงพระภิกษุรูปหนึ่งที่เคารพนับถือ อยากจะแบ่งปันคุณค่าเหล่านี้ สำหรับผู้สนใจด้วยครับ
+++++++++++++++++++++
นับย้อนหลังราวสามสิบปีที่แล้ว เมื่อหลวงพ่อแปเดินทางจากในตัวเมืองเข้ามาในวัดนาสาม ซึ่งเป็นวัดในหมู่บ้านเล็ก ๆ ห่างจากตัวเมืองราวสิบสองกิโลเมตร เป็นวัดที่หลวงพ่อบรรพชาที่นี่ ในฐานะที่ผมเป็นสามเณรน้อย ผมมีหน้าที่ที่จะต้องต้อนรับ รับเอาย่ามของท่านแล้วก็อุ้มเดินขึ้นไปบนกุฏิ เพื่อไปพบกับหลวงพ่อพระครูธรรมกิจวิธาน (เกียรติ์ พิมโพ) ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสในสมัยนั้น ผมมีหน้าที่ที่จะต้องจัดหาน้ำฉัน น้ำชา แล้วก็นิมนต์พระภิกษุสามเณรทั้งวัด ให้ไปกราบเป็นการแสดงความเคารพโดยพร้อมเพรียงกัน
ในความรู้สึกของผม ท่านเป็นพระภิกษุที่มีรูปร่างค่อนข้างสูง ท่านจึงดูมีสง่า มีราศี ภูมิฐานและเหมาะสมกับสถานะที่เป็นพระผู้ใหญ่ระดับเจ้าคณะอำเภอเมืองสุรินทร์ พูดจาไม่รวดเร็ว ไม่รีบร้อน แต่ละคำมีน้ำหนัก สามเณรน้อยอย่างผมจึงค่อนข้างจะประทับใจท่าน อยากฟังท่านพูด อย่างเห็นท่าน อยากอยู่ใกล้ๆ อยากจะยึดท่านเป็นแบบอย่าง อยากจะมีตำแหน่ง มีอำนาจหน้าที่เหมือนท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านเป็นลูกศิษย์ของวัดนาสามเช่นเดียวกัน ทำให้ผมดูจะภาคภูมิใจสำนักเรียนแห่งนี้อย่างยิ่ง
ผมได้พบปะท่านใกล้ชิดขึ้นอีก เมื่อผมไปเข้าเรียนในเมือง แม้จะอยู่วัดพรหมสุรินทร์ แต่ก็ไปเรียนพระปริยัติธรรมสามัญที่วัดกลาง จึงได้มีโอกาสพบปะท่านบ่อยครั้งมากขึ้น ผมย้ายจากสุรินทร์ไปอยู่วัดมหาพฤฒาราม กรุงเทพฯ โดยพักอาศัยกับหลวงพ่อพระมหาสอ สีลสังวโร ก็ได้มีโอกาสพบปะท่านอีกเมื่อท่านได้มีโอกาสเข้าไปกรุงเทพฯ แม้จะไม่บ่อยครั้ง แต่ก็ได้มีโอกาสรับใช้อย่างใกล้ชิด
ผมประจักษ์ในความเป็นพระสงฆ์ผู้ใหญ่ของท่าน เมื่อคราวที่ผมถูกร้องเรียนว่าเป็นพวกพระหัวแข็งพระหัวดื้อ ชอบก่อเรื่อง ถ้าเป็นสมัยเผด็จการก็ต้องบอกว่าพวกคอมมิวนิสต์นั้นแหละ ท่านเรียกผมไปพบ แล้วก็พูดคุยสนทนาอย่างเป็นกันเอง ท่านเปิดโอกาสให้ผมได้แสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ และสนทนาอย่างเข้าใจพวกเรา นี่แหละคือคุณธรรมของท่านที่มีต่ออดีตสามเณรน้อยที่เคยรับใช้ท่าน ผมอยากจะเรียกว่า “ความเมตตาธรรม” และ “การรับฟังข้อคิดความเห็นของผู้อื่น” คือ คุณธรรมที่เป็นแบบอย่างของท่าน ลองคิดดูสิครับว่า ถ้าผู้บริหารของทุกองค์กร ทุกหน่วยงาน มีเมตตาธรรมและรับฟังผู้อื่น แม้ผู้นั้นจะมีความรู้ ประสบการณ์ และยศถาบรรดาศักดิ์น้อยกว่าก็ตาม การรับฟังทำให้เราได้มุมมองและแง่คิดกว้างขึ้น หลากหลายขึ้น การรีบที่จะให้ความเห็น รีบที่จะตัดสิน รีบที่จะแสดงความเห็น อาจจะทำให้ดู “มีอำนาจ” แต่อำนาจที่ “ปราศจากเมตตาธรรม” ไม่เคยดำรงอยู่ได้ยืนนาน
หลวงพ่อพระครูบรรณสารโกวิท ได้ดำรงสมณศักดิ์เพียงชั้นพระครูนับเป็นหลายสิบปี ท่านไม่ได้เป็นพระภิกษุนักเทศน์ ไม่ใช่พระที่เจ้าคารม ไม่ถนัดการกระดกลิ้นปลิ้นปล้อนซับซ้อนวาทกรรม ไม่ถนัดในการระดมเงินบุญมาก่อสร้าง ไม่ถนัดในการออดอ้อนสาธุชน ไม่ถนัดในการแสวงหาลาภสักการะ และก็ไม่ถนัดที่จะทำตัวให้ได้หน้าได้ตากับพระผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจ ไม่ถนัดจัดงานของวัดให้ยิ่งใหญ่ประเภทอภิมหากุศล ทำหน้าที่เพียงปกครองดูแลคณะสงฆ์ในสังกัด ด้วยความยุติธรรม ไม่มีอคติลำเอียง ไม่เห็นแก่อามิสและอติเรกลาภใด ๆ ดูแลพระภิกษุสามเณรให้ได้รับการศึกษาทั้งทางบาลี ทางธรรม และทางฝ่ายสามัญศึกษา ให้มีความสุขและมีความเจริญก้าวหน้าตามฐานานุรูป
หลวงพ่อแปเป็นพียงพระภิกษุที่พอเพียงแล้ว พอเพียงที่จะเดินทางสู่ยังปรภพ ด้วยบุญ ด้วยกุศล และความดีงามที่หลวงพ่อได้บำเพ็ญมาตลอดชั่วอายุของท่าน แบบอย่างของหลวงพ่อควรจะเป็นอนุสติสำหรับพระภิกษุที่ยังครองสมณเพศอยู่ ตลอดจนสาธุชนทุกคนว่า เราได้เตรียมบุญ เตรียมกุศล สั่งสมความดีงามที่พร้อมและพอเพียงที่จะเดินทางไปสู่ปรภพด้วยความเอิบอิ่มและปีติสุขแล้วหรือยัง
อนุโมทนาที่อาจารย์นำคุณความดีของพระดีมาเผยแพร่
อนุโมทนาสาธุครับ
อนุโมทนาค่ะ