เมื่อวานมาถึงโรงแรมขนอมโกลเด้นท์บีชรีสอร์ทตอน ๔ ทุ่มกว่าๆ (จะได้เล่าในบันทึกนี้) สำหรับตอนเช้าวันนี้ก็ไปเดินเล่นที่ชายหาด ได้พูดคุยกับท่านเหล่านี้ทั้งที่ชายหาดกับที่โต๊ะอาหาร

  • คุณจาตุรนต์
  • คุณเที่ยง มอ.
  • ท่านอาจารย์สมชาย มข.
  • ท่านอาจารย์นงเยาว์ มอ.
  • ท่านอาจารย์รังสรรค์ มข.

   หลังจากนั้นก็ไปทำธุระส่วนตัว แล้วกลับมาลงทะเบียนตอน ๘.๓๐ น. ได้รับแจกกระเป๋าผ้าสังเคราะห์ มีเอกสารเป็นกำหนดการและหนังสือประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัย

   เริ่มเรียกน้ำย่อยโดยท่านอาจารย์นิรันดร์ จินดานาค ทำหน้าที่เป็นพิธีกรเชิญชวนแขก และจะเริ่มพิธีการโดยการกล่าวรายงานของท่านอาจารย์กีร์รัตน์ และกล่าวเปิดโดยท่านอธิการบดีไทย ทิพย์สุวรรณกุล (คำกล่าวเปิดและคำกล่าวรายงาน คลิกที่นี่)

   บรรยากาศการจัดโต๊ะเป็นรูปตัวยู ๒ ชั้น หากต้องการชมภาพให้ติดตามได้ที่บล็อกของท่านอาจารย์ JJ ครับ (ที่นี่)

   ก่อนเริ่มพิธีเปิด ได้ชมสื่อ VCD ประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งมีคำขวัญว่า"รวมบริการ ประสานภาระกิจ"

   ทีมงานดำเนินงานครั้งนี้ มีไม่ต่ำกว่า ๔๕ ชีวิต มาฝังตัวอยู่ที่โรงแรม ๑๕ ท่าน และเดินทางมาจากมวล ด้วยรถตู้ ๓ คัน อีก ๓๐ ท่าน (เดินทาง ๙๐ กม. ประมาณ ๑ ชั่วโมง ๑๐ นาที)

   กระบวนการ KM ที่จะใช้ ตอนนี้ทีมงานเตรียมกระดาษรูปหัวใจขนาดใหญ่ประมาณ ๕ สี เตรียมแจกผู้ร่วมงาน ผู้ที่เป็นวิทยากรกระบวนการช่วงแรกนี้คือ ท่านอาจารย์วัลลา ตันตโยทัย

   กิจกรรมแนะนำตัว (๙.๓๐ น.) ดำเนินการโดยอ.นิรันดร จินดานาค และ อ.มณเฑียร สุขกุล กิจการนักศึกษา

  • เขียนเลข 8 แนวนอน ทิศทางเดียวกัน และสลับทิศทาง
  • เอามือขวาจับจมูก เอามือซ้ายอ้อมไปจับหู ต่อมาสลับมือ
  • ฯลฯ
  • แนะนำตัว โดยใช้ชื่อเล่น และมีสร้อยต่อท้าย

   แจกกระดาษรูปหัวใจ แบ่งเป็น ๔ ช่อง

  • ช่องที่ ๑ ชื่อเล่น
  • ช่องที่ ๒ ความคาดหวัง
  • ช่องที่ ๓ การเตรียมตัว
  • ช่องที่ ๔ เว้นไว้ก่อน

   ค้นหาซึ่งกันและกัน

    ต่อมาอ.วัลลา ใช้ Powerpoint พูดเรื่อง Peer Assist เพื่อนช่วยเพื่อน โดยเล่าเรื่องของเครือข่ายเบาหวาน

    ใช้เครื่องมือ ๓ ตัว

    ตัวที่หนึ่ง : การเล่าเรื่อง Storytelling เรื่องเล่าความสำเร็จ วิธีการที่ภาคภูมิใจ ไม่เอาปัญหามาระดมสมอง เอาความสำเร็จมาแลกเปลี่ยน เพื่อสกัดเอาความรู้ฝังลึก ต้องเล่าให้เห็นภาพ ในบรรยากาศสบายๆ เป็นกันเอง เป็นความสำเร็จเล็กๆ เล่าตามความจริงไม่ใส่สี เล่าเรื่องย้อนศรสั้นๆ ๒-๓ นาที

   ตัวที่สอง : ผู้ฟัง ต้องฟังอย่างลึกซึ้ง (Deep Listening) ฟังแบบตั้งใจเปิดใจ ไม่ด่วนตัดสินว่าเขาพูดว่าถูกหรือผิด ใช้หลักโยนิโสมนัสิการ ฟังแล้วคิดตามไปด้วย ฟังแบบพร้อมที่จะรับสิ่งใหม่ตลอดเวลา รับรู้อารมณ์ของเขาที่เขาสื่อออกมาด้วย "เปิดหู เปิดตา เปิดใจ ใช้ภาษากาย" ฟังแบบชื่นชม (ออกมาจากแววตา)

   ตัวที่สาม : ผู้เล่า ใช้สุนทรียสนทนา (Dialogue) คือ เล่าออกมาจากใจ พูดจากความรู้สึก จากประสบการณ์ตรง โดยผู้ฟังอย่างลึกซึ้ง ไม่ถามระหว่างทาง แต่ชื่นชมได้..

 

beeman by Apinya

มนุษย์ผึ้งมหัศจรรย์  
神奇的蜂爷
  
(shen2  qi2  de1  feng1  ye2)