จดหมายถึงตนเอง
อาจารย์โยเอ๋ย สอนคน โค้ชคน พึงนึกถึงทฤษฎี Flow ที่คุณชอบ
Flow พูดถึงภาวะลื่นไหล ลองสังเกตเราอ่านหนังสือกำลังภายในได้ทั้งคือน มันเพลินแทบไม่อยากวางปะรมาณนั้นละครับ Flow สรุปได้ง่ายๆ
กลุ่ม 1. ความท้าทายในภาระกิจสูง แต่นักศึกษามีทักษะไม่สูงพอ ผลก็คือหมดไฟในที่สุด
กลุ่ม 2. ความท้าทายในภาระกิจสูง และนักศึกษามีทักษะเพียงพอ ตรงนี้จะเกิดภาวะ The Flow ไหลลื่อน มีความสุข
กลุ่ม 3. ความท้าทายในภาระกิจต่ำ และนักศึกษามีทักษะพอ จะเสร็จเร็วมาก และอาจหันไปทำอย่างอื่นเพราะไม่มีอะไรทำแล้ว
กลุ่ม 4. ความท้าทายในภาระกิจต่ำ แต่ทักษะสูงมาก อันนี้เบื่อแน่นอน อาจละภาระกิจกลางคัน
ทางแก้ จากประสบการณ์
กลุ่ม 1. ลอง Coach ให้เขาค้นหาภาระกิจที่สอดคล้องกับทักษะปัจจุบันเพื่อให้เกิดความสำเร็จก่อน ขณะเดียวกันก็ coach เพิ่มทักษะไปเรื่อยๆ
กลุ่ม 2. Coach ต่อครับมาถูกทางแล้ว จากนั้นร่วมกันค้นหาจุดแข็ง และโอกาส ขยายโอกาสไปอีก
กลุ่ม 3. สังเกตให้เจอแต่ต้น มาคุยเป้าหมายกันใหม่
กลุ่ม 4. กลุ่มนี้อาจเจอความ้ทาทายเรื่องทัศนคติ พยายามนัดให้มาเจอคนที่สำเร็จกว่าเขาไปสักก้าวหนึ่ง พอจะดึงกันได้ แต่ต้องใช้เวลา
อ.โย มิใช่ผู้สัดทัดกรณีไปเสียทุกเรื่อง ผู้รู้โปรดแบ่งปันปัญญาด้วยครับ
ความท้าทายสูง และความสามารถสูง อันนี้ไม่ต้องพูดถึง...สำเร็จและเกิดความสุขในการทำภารกิจแน่นอน แต่ในกลุ่ม 4 ถ้าความท้าทายต่ำแต่ความสามารถสูง อันนี้น่าลองจะทำเหมือนเรื่องเล่าของญี่ปุ่น ที่ใส่ปลาฉลามเข้าไปในแท้งค์ ปลาเล็กปลาน้อยที่อยู่ในแท้งค์ ว่ายกันไปเฉื่อยๆ จะต้องหาทางว่ายเอาตัวรอดสุดชีวิตไม่งั้นตายแต่ อันนี้แหละความท้าทายเกิดแล้ว คิดว่าบางทีการโค้ชแบบแนะให้พบกับคนที่ประสบความสำเร็จอาจใช้เวลานานกว่าจะ build ขึ้น (หรืออาจไม่ขึ้น) น่าจะนาน ปรับภารกิจให้ยากหรือกำหนดให้ความสำเร็จหรือล้มเหลวของภารกิจมีผลโดยตรงกับชีวิตของเขา น่าจะ work กว่า (ขอร่วมแชร์จากความรู้วอันน้อยนิด)