ถือว่าได้บันทึกคำสอนของพระพุทธเจ้าครั้งแรกในเมืองจีนนั้นแล.

ช่วงนี้มีเรื่องเล่าต่อจากตอนที่แล้วเมื่อมองย้อนเข้าไปดูพุทธศาสนาในจีนสมัยราชวงศ์เว้ในปี พ.ศ. 989 องค์จักรพรรดิและเหล่าบริวารมองพุทธศาสนาในแง่ลบเพราะต้องสูญเสียกำลังพล จ่ายค่าภาษีให้แก่นักบวชและค่าบำรุงวัด

จึงออกคำสั่งให้พระลาบวชออกมาเป็นชาวบ้านพร้อมฆ่าพระสงฆ์และภิกษุณีที่ขัดขืนคำสั่งพร้อมทำลายวัดอารามและพระพุทธรูป กระทำอยู่อย่างนี้ทั่วแดนดินจีนกินเวลาถึง 5 ปี

แล้วยอยกลัทธิเต๋าขึ้นมาแทนพุทธศาสนาที่กำลังริบรี่ลงมีแสงเพียงดังแสงแห่งหิ่งห้อย  จนผ่านมาถึงปี พ.ศ. 1383 แดนดินถิ่นจีนเข้าสู่ยุคราชวงศ์ถัง มีจักรพรรดิชื่อหวู่จง ได้นับถือลัทธิเต๋าแล้วกำจัดพุทธศาสนาในประวัติศาสตร์จีนบันทึกถึงเรื่องนี้ทำนองว่า...

ออกคำสั่งยึดทรัพย์ยึดที่ดินยึดวัดทุบทำลายรื้อทิ้งสถูปองค์เจดีย์ บังคับขู่เข็ญพระสงฆ์ให้สึกออกมามาก การกระทำอย่างนี้เองเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พุทธศาสนาเกือบสูญสิ้นไปจากแผ่นดินจีนแต่ยังมีนิกายฉานหรือนิกายเซนค่อย ๆ รุ่งเรืองขึ้นมาแทนในปี พ.ศ. 1388 นั้น

 ต่อมาในปี พ.ศ. 1515 ถึง 1526 ก็มีการประดิษฐ์แม่พิมพ์ไม้เป็นอักษร 1 แสน 3 หมื่นชิ้น เพื่อพิมพ์คำสอนของพระพุทธเจ้าเรียกว่าพระไตรปิฎก ทำอยู่ประมาณ 12 ปี จึงแล้วเสร็จถือว่าได้บันทึกคำสอนของพระพุทธเจ้าครั้งแรกในเมืองจีนนั้นแล.