ในขณะที่คนรุ่นใหม่กำลังห่างนา แต่เศรษฐีชาวต่างชาติกลับมองหาที่ทำนา

            ช่วงนี้เป็นช่วงที่ท้องทุ่งนามีสีเหลืองอร่าม ทำให้นึกถึงบทเพลงของคุณชรินทร์  นันทนาคร  “ทุ่งเอ๋ยทุ่งรวงทอง.......” ไม่ว่าจะมองไปทิศใดของท้องทุ่งนา สีเหลืองไปหมด ย่างเข้าฤดูหนาวมีส่วนช่วยให้การเก็บเกี่ยวข้าวของชาวนาสบายมากขึ้น

            โรงเรียนร่องคำ โดยผู้อำนวยการ ประพันธ์  ทักษิโณ ท่านได้สนับสนุนหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ท่านอยากให้แนวคิดเรื่องนี้เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนด้วย จึงให้มีศูยน์เรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงเพิ่มมาอีกหนึ่งศูนย์คือศูนย์ที่สอง วันนี้ข้าวในนาที่ศูนย์เรียนรู้ที่สอง กำลังสุกเต็มที่ ท่านอยากจะรักษาประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว จึงนัดเช้าวันนี้ (19  พฤศจิกายน)ให้คณะครู นักเรียน ได้มาร่วมกันรักษาประเพณีอันดีงามนี้ไว้และที่สำคัญ เป็นการเรียนรู้ร่วมกัน ดิฉันเองจึงไม่ยอมพลาดในเรื่องนี้แน่ๆ

            ช่วงเช้าก่อนที่จะลงแขกเกี่ยวข้าว ทางโรงเรียนได้นิมนต์พระอุดล (ท่านกำลังเรียนปริญาเอกในด้านสมุนไพร) เป็นผู้มาทำพิธีขอขมาข้าว ซึ่งทางท่าน ผอ.พยายามรักษาประเพณีความเชื่อตรงนี้เอาไว้ พระอุดล ได้กล่าวถึงเรื่องการลงแขกอย่างน่าคิดมากว่า "การลงแขกนอกจากจะเป็นประเพณีแล้ว ยังเป็นการแสดงน้ำใจ แสดงความเป็นจิตอาสา เป็นความรัก ความเกื้อกูล ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน นับวันจะจางหายไปในยุคปัจจุบัน ในขณะที่คนรุ่นใหม่กำลังห่างนา แต่เศรษฐีชาวต่างชาติกลับมองหาที่ทำนา"

            วันนี้ทำให้ดิฉันหวนระลึกถึงคนรุ่นพ่อแม่ที่ทำนาเลี้ยงพวกเรามา นึกถึงสมัยเด็ก เราจะสนุกมากเมื่อหน้าเกี่ยวข้าวมาถึง มีคนมาลงแขกกันเป็นที่สนุกสนาน พวกเราเด็กๆไม่ได้เหนื่อยกับเขาหรอก แต่จะสนุกกับสิ่งที่ผู้ใหญ่เขาทำกัน ท่าน ผู้อำนวยการ ได้ทำให้ภาพในอดีตผุดขึ้นมา รื้อฟื้นความทรงจำ ด้วยกันบทเพลงเกี่ยวข้าว มีเสียงแคน เสียงหมอลำ มีการร้องรำกันในท้องนา ครู นักเรียน ไม่เว้นแม้กระทั้งท่านผู้อำนวยการ และท่านรองผู้อำนวยการ ต่างก็ลงมือเกี่ยวข้าวกันอย่างสนุนสนาน มิน่าละการเกี่ยวข้าวในสมัยอดีตถึงสนุกไม่เคร่งเครียดอย่างทุกวันนี้

            ท่านผู้อำนวยการ ได้จำลองเรื่องราวในอดีตได้ดีมาก จะมีครู นักเรียน จำนวนหนึ่งที่จัดเตรียมข้าวปลาอาหารกันอย่างขมักเขม้น เพื่อเลี้ยงผู้ที่มาลงแขกในนา เลียนแบบในอดีตทุกประการ ทุกคนทำงานด้วยรอยยิ้ม ดิฉันเห็นแล้วมีความสุขมาก

            ได้เห็นภาพซึ่งไม่ค่อยเห็นกันมากนัก กับคนเป็นครูที่ถือแต่ปากกามาจับเคียว ได้เห็นนักเรียนเด็กรุ่นใหม่(ทิ้งโทรศัพท์มือถือ)มาจับเคียวเกี่ยวข้าวอย่างชำนิชำนาญ ต้องขอบคุณท่านผู้อำนวยการประพันธ์จริงๆ ที่ท่านได้ฟื้นเรื่องนี้ขึ้นมาทำให้มองเห็นภูมิปัญญาชาวบ้านในอดีตได้ชัดเจนมากขึ้น

            หากไม่เห็นภาพ บันทึกนี้จะไม่เกิดความสมบูรณ์ เชิญท่านชมภาพกิจกรรมนี้ได้เลยคะ

 

 

สืบสานประเพณีไทอีสาน

 

 

พระอุดล  อคฺค ธมฺโม ทำพิธีทางสงฆ์

 

 

นักเรียนชาวนาร่วมในพิธีเปิด

 

 

ท่าน ผอ.ประพันธ์ ทักษิโณ ประธาน ในพิธีเกี่ยวข้าว

 

 

ร่วมแรงร่วมใจ

 

 

พ่อแม่หนูก็ทำนา หนูก็ทำนาได้คะ

 

พระอุดล ท่านสาธิตการนำตอซังข้าวมาเป่าปี่แบบภูมิปัญญาของคนในอดีต

 

ท่านผู้อำนวยการ ประพันธ์ลงมือเองคะ

 

เป็นกำลังใจให้เด็กตลอด

 

เดียวแพ้ท่าน ผอ.เลยต้องเกี่ยวดูบ้าง

 

ท่านแนะนำนักเรียนในการวางข้าว

 

หนูเห็นท่าน ผอ.สมาร์ทแบบชาวนาจังเลย

 

 

คุณครูปริญญาไม่ได้มองข้าวอย่างเดียว เดี่ยวจะเกี่ยวให้ดูคะ

 

 

เด็กรุ่นใหม่ไม่ลืมท้องนา

 

ท่านรองฯสมพร สวมวิญาณชาวนาแล้วคะ

 

ท่านรองฯอิทธิพร สวมทั้งวิญญาณชาวนาและนักดนตรี

 

ดิฉันท้าเกี่ยวข้าวแข่งกับหัวหน้ากลุ่มสาระฯของดิฉันคะ(แต่ได้คนละกำมือ)

 

 

คุณครูโอภาส สาธิตการเกี่ยวข้าว

 

สาวๆรุ่นใหม่ไม่กลัวแดด

 

หนุ่มๆรุ่นใหม่ก็เช่นกัน

 

อนาคตประเทศไทย

 

นี่แหละคะความสนุกในท้องนา

 

ท่านรองฯทั้งสองวันนี้มาคุมวงเองคะ

 

ครูเอนก นักร้องนำ

นี่นักเรียนนักร้องนำตัวจริง เด็กยุคใหม่ใส่ใจภูมิปัญญาไทย

 

ม่วนอีหลี......

 

 

ครู-นักเรียน สร้างความสนุกสนานในท้องนา

 

 

คุณครูไชยยศ ขอสนุกสนานด้วยคน

 

 

มือกลองมือหนึ่ง แต่กลองจำเป็น

 

แฮะๆ.....เดินมาหลายไร่แล้วละ เสียงยังไม่ตก

 

ไม่ทราบว่าพอจะเป็นชาวนาได้หรือไม่ ดร.ขจิต

อันนี้ก็ไม่ใช่นางแบบเกี่ยวข้าวหรอกคะ

 

วิญญาณชาวนากำลังขึ้นคะ

 

ได้ยินเสียงหอบไหมคะ?แฮกๆๆ

 

นี่คะนักเรียนชาวนา

 

ลูกชาวนาต้องทำนาได้

 

กองทัพต้องเดินด้วยท้อง แม่ครัวระดับคหกรรมเชียวคะ