รัฐสภา 18 พ.ย.– สภาฯ รับทราบกรอบการใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาท หลังจาก ส.ส.ฝ่ายค้านติงไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน และเห็นว่าไม่ควรกู้ถึง 4 แสนล้าน ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแจงเงินที่เหลือจากใช้ปิดหีบจะนำไปลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่
ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อเวลา 13.30 น.ได้มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาฯ ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม โดยมีวาระรับทราบเรื่องกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจพ.ศ.2552 ซึ่ง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้ทักท้วงการเสนอเรื่องรับทราบดังกล่าวให้รับทราบพิจารณา เพราะเห็นว่ารัฐบาลได้ทำผิดกฎหมาย โดยนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากเสียงข้างมากในสภาฯ ลงมติให้พิจารณารับทราบกรอบการใช้เงินนี้ พรรคเพื่อไทยจะเข้าชื่อเพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพราะเห็นว่ามีการกระทำที่ขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 184 โดยตอนแรกรัฐบาลได้เสนอกรอบการกู้เงินตาม พ.ร.ก.จำนวน 2 แสนล้านบาทว่าจะนำเงินส่วนนี้ไปปิดหีบงบประมาณ กลับปรากฏว่ามีการนำโครงการที่ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนและเป็นโครงการตาม พ.ร.บ.กู้เงินมาใส่ไว้ในการใช้เงินตาม พ.ร.ก. ซึ่งไม่สามารถทำได้ "รัฐบาลกำลังดำเนินการขัดกับคำแถลงที่ให้ไว้ต่อศาลรัฐธรรมนูญว่ารัฐบาลจะนำเงิน 2 แสนล้านบาทไปปิดหีบงบประมาณ หากทำเช่นนี้ถือว่ารัฐบาลได้ให้การเป็นเท็จต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือว่าเข้าข่ายถูกถอดถอนตามรัฐธรรมนูญ" นายวรวัจน์ กล่าว นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า รัฐบาลได้แบ่งการใช้เม็ดเงินตาม พ.ร.ก.เป็น 2 ส่วน คือ 1.จำนวน 2 แสนล้านบาทเพื่อนำไปปิดหีบงบประมาณ และ 2.จำนวน 2 แสนล้านบาทนำไปใช้ในการลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ แต่จากการที่รัฐบาลสามารถจัดเก็บภาษีได้ตามเป้า สุดท้ายจึงใช้เงินในส่วนปิดหีบงบประมาณเพียง 5 หมื่นล้านบาท ทำให้เหลือเงินจำนวน 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งเงินในส่วนนี้สามารถนำไปลงทุนในโครงการต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและประชาชนได้ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเสนอกรอบการใช้เงินตาม พ.ร.ก.แม้รัฐบาลจะใช้เงินไปเพียง 5 หมื่นล้านบาท หากจะใช้เงินในส่วนที่เหลือ รัฐบาลต้องมีการนำเสนอกรอบการใช้จ่ายงบประมาณเข้ามาใหม่ ไม่ใช่รายงานว่านำเงินส่วนนี้ไปใช้ในโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส.ส.ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงในการอภิปรายวาระรับทราบเรี่องดังกล่าว ท่ามกลางการประท้วงของ ส.ส.รัฐบาลที่เห็นว่าอภิปรายซ้ำและมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านจำนวนมากมารอรับฟังร่าง พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ จึงขอให้ปิดอภิปราย จนต้องพักการประชุมไปหนึ่งครั้ง และมีการขอให้ถอนข้อเสนอปิดอภิปราย แต่สุดท้าย ส.ส.พรรคเพื่อไทยกลับเสนอปิดอภิปราย เท่ากับว่าที่ประชุมรับทราบเรื่องดังกล่าว จากนั้นที่ประชุมได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ ที่คณะกรรมาธิการร่วมพิจารณาเสร็จแล้ว โดยเห็นชอบตามรายงานของกรรมาธิการฯ ที่ให้เพิ่มข้อความว่า "การยกเลิกตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน จะกระทำไม่ได้" ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยคะแนนเอกฉันท์ 373 เสียง ไม่ลงคะแนน 16 คะแนน.-สำนักข่าวไทย อัพเดตเมื่อ 2009-11-18 19:37:39
| ที่มา : สำนักข่าวไทย |