วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิด beeman ปีนี้ทางสุริยคติ ตรงกับวันเสาร์ที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ส่วนทางจันทรคติตรงกับวันแรม ๕ ค่ำเดือน ๑๒ ปีฉลู อยู่หลังวันลอยกระทง ๕ วัน
ในตอนปีเกิดจริงนั้น ทางจันทรคติผมเกิดก่อนเทศกาลลอยกระทงครับ และปีนี้เป็นปีที่อายุครบเปลี่ยนเลขตัวหน้า..อิอิ
มีลูกศิษย์อยู่คนหนึ่ง เรียนจบปริญญาเอกและมาเป็นอาจารย์ที่มน. ตอนผมมาสอนที่นี่ใหม่ๆ ลูกศิษย์คนนี้เรียนอยู่ชั้นปีที่ ๓ อายุเราห่างกัน ๖ ปี เมื่อปีที่ผ่านมาอายุซึ่งเป็นเพียงตัวเลขของแก เลขตัวหน้าเป็นเลขตัวเดียวกัน แกก็จะเทียบรุ่นกับผม แต่ปีนี้ตัวเลขหน้าเราอยู่กันคนละตัวแล้ว แสดงว่าเป็นคนละรุ่น..อิอิ
บันทึกประจำวัน วันคล้ายวันเกิด
วันนี้ตั้งใจไว้ว่าจะไปตักบาตร คิดไว้ว่าถ้าตื่นก่อน ๖ โมงก็จะชวนแม่ไปตักบาตร แต่ตื่นหลัง ๖ โมง (6.10 น.) เลยไม่ไปดีกว่า (ไม่ได้ตั้งใจแน่วแน่-สบายๆ) เมื่อคืนดูหนังเคเบิล เป็นหนังจีน
- เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระราชธิดาฮ่องเต้ เกิดมาเป็นคนที่กลิ่นตัวแรง ใครเข้าใกล้จะเหม็นมาก ผ่านมา ๑๖ ปี ก็จำเริญวัยเป็นสาว ฮ่องเต้เลยคิดว่าจะเลือกคู่ให้
- โดยประกาศว่า ใครก็ตามที่คิดค้นยาให้พระราชธิดาหายจากการมีกลิ่นตัวแรงนี้ จะให้อภิเษกกับพระราชธิดา
- มีผู้เสนอตัวมาคัดเลือก ๗ คน ผ่านการคัดเลือก ๒ คน เป็นคนหนุ่มทั้งคู่
- ชายที่เป็นพระเอกเป็นคนธรรมดาสามัญ ชอบต้นไม้เป็นชีวิตจิตใจและมีเนสเซอรี่ที่บ้าน
- เขามีเวลา ๓ เดือน ที่จะคิดค้นสูตรยาที่จะทำให้กลิ่นตัวของเจ้าหญิงหายไป
- ระหว่างนั้นเจ้าหญิงก็ปลอมตัวออกไปอยู่กับชาวประมง ๓ คน ซึ่งไม่รังเกียจกลิ่นตัว เพราะเคยชินกับกลิ่นปลาเน่า และชายหนุ่มก็ไปพบเธอเข้า เลยเป็นเพื่อนสนิทกัน
- เผอิญเธอก็มีกลิ่นตัวแรงเหมือนกัน เขาจึงใช้เธอเป็นหนูทดลองยาให้เขา
- ครบ ๓ เดือน เขาคิดสูตรยาเกือบสำเร็จ ไปลองใช้กับพระธิดาแต่ใช้ไม่ได้ผล เขาจะถูกประหารชีวิต แต่เขาขอเวลาอีก ๗ วัน
- ครบ ๗ วัน เขาคิดยาสำเร็จ แต่เขาพบว่า เขารักสาวที่เป็นเพื่อนแท้ซึ่งอยู่กับชาวประมง เขาตัดสินใจให้ยาเธอรับประทาน แล้วเขาก็ไปรับโทษทัณฑ์กับพระราชา
- แต่การกลับเป็นว่า ฮ่องเต้เตรียมจัดงานอภิเษกสมรสให้ ก็เพราะเพื่อนสาวชาวประมงกับพระราชธิดาเป็นคนเดียวกันนั่นเอง..จบ
เช้าตื่นขึ้นมา ก็มาอ่านหนังสือชีวประวัติของยาขอบ ที่เขียนโดย ส.พลายน้อย อ่านสนุกน่าติดตาม ลองไปค้นชีวประวัติในวิกิพีเดียมาให้อ่านกัน (ลอง Link ไปดู ยาขอบ) ประวัตินั้นสั้นมากไม่ชวนให้น่าติดตามเท่าไร เอาไว้ผมลองเรียบเรียงให้อ่านใหม่ก็แล้วกัน
- อัตชีวประวัติของยาขอบในหนังสือ กับที่ค้นใน Google ก็คล้ายๆ กัน แต่ในหนังสือเขียนในแง่มุมเชิงลึก ทำให้เห็นอุปนิสัยของยาขอบได้ดี
- ได้ทราบที่มาของนามปากกา "ยาขอบ"
- เรื่องที่ยาขอบ จะมาเป็นนักประพันธ์ และแต่งเรื่อง "ปลอมพงศาวดาร" ที่ทำรายได้ให้กับยาขอบเป็นกอบเป็นกำ ก็คือเรื่อง "ผู้ชนะสิบทิศ"
- เรื่่องผู้ชนะสิบทิศนี้ ผมไม่เคยอ่าน (เคยอ่านแต่ "สามก๊ก" ฉบับวณิพก) จำได้ว่า เมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว อาจารย์คงศักดิ์ พร้อมเทพ ซึ่งเป็นนักอ่านตัวยงตั้งแต่ตอนเรียนหนังสือเล่าว่า ยาขอบ เขียนมาจากพงศาวดารพม่า ซึ่งมีอยู่ ๘ บรรทัด แต่สามารถนำมาเขียนเป็นหนังสือได้ถึง ๘ เล่ม (ในงาน Nu book fair มีฉบับพิมพ์ใหม่ ๒ เล่มโต ราคาชุดละ 640 บาท-เป็นราคาที่ลดแล้ว)
- นั่นเป็นสิ่งที่คนส่วนมากรู้ แต่ที่ไม่รู้คือว่า พงศาวดาร ๘ บรรทัดเขียนไว้ว่าอย่างไร ผมลองค้นใน Google ก็ไม่มีครับ เลยขอบันทึกเอาไว้ ณ ที่นี้ เพื่อการค้นคว้าในอนาคต
- พงศาวดารพม่า หน้า ๑๐๗ บรรทัดที่ ๔ (หน้า ๑๒๙ ของหนังสือ : ยาขอบ ชีวิตและงานของผู้แต่งอมตะนิยาย "ผู้ชนะสิบทิศ" เรียบเรียงโดย ส.พลายน้อย ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๔ พ.ศ. ๒๕๔๗ สำนักพิมพ์ศรีปัญญา ราคาปก ๑๔๕ บาท)
- "ราชกุมาะกุมารีและจะเด็ดทั้ง ๓ ก็เล่นหัวสนิทสนม เจริญวัยมาด้วยกันในพระราชวังเมืองตองอูจนรุ่งขึ้น อยู่มาวันหนึ่งพระราชเทวีทรงสังเกตเห็นอาการสนิทสนมกันอย่างไม่ชอบกล เหลือจะอภัยโทษได้ในระหว่างพระราชบุตรีกับของจะเด็ดบุตรพระนมของพระราชกุมารมังตรา อันเป็นอนุชาต่างพระมารดาของพระราชธิดาองค์นั้น จึงกราบทูลฟ้องพระมหากษัตริย์ พระมหากษัตริย์กริ้ว พระมหาเถรขัติยาจารย์ขอพระราชทานโทษจึงโปรดอภัยให้ แล้วตรัสให้ไปรับราชการเป็นเจ้าพนักงานผู้น้อยอยู่ในกรมวัง จะเด็ดพากเพียรพยายามเอาใจใส่ในราชการโดยจงรักภักดีอย่างแข็งแรงที่สุด จึงได้เลื่อนยศบรรดาศักดิ์ขึ้นโดยลำดับ จนได้เป็นนายทหารมีตำแหน่งแลยศสูง"
๘.๔๕ น. หาข้าวให้แม่รับประทาน และก็ทานพร้อมแม่ด้วย ถึงแม่ไม่ได้ตักบาตรพระ แต่ตักบาตรให้แม่แทน หาข้าวให้ทาน ก็ถือเป็นการตักบาตร "พระในบ้าน" เหมือนกัน
๙ โมงกว่าๆ ก็ไปอ่านหนังสือชีวประวัติของยาขอบต่อ ช่วงนี้ลูกสาวก็นำการ์ดวันเกิดแผ่นใหญ่มาให้ ปีนี้เขียนข้อความว่า "สุขสันต์วันเกิดคร๊าบ ขอให้พ่อแข็งแรงมากๆ นะคร๊าบ (ปกติก็เดินสุดจะไวอยู่แล้ว -_-) ขอให้ร๊วย รวย รวยมากๆ นะคะ (รวยสักทีก็ดีเหมือนกัน ^_^) และสุดท้ายมีความสุขมากๆ ค่ะ" ส่วนลูกชาย ก็เขียนต่อว่า " HBD ครับ ขอให้มีความสุขมากๆ"
ตอนเที่ยง ไปอาบน้ำ แต่งตัว ทานข้าวเสร็จ พอเดินออกจากหอพักจะไปที่ออฟฟิศ พอลงไปข้างล่าง แม่รู้ว่าวันนี้เป็นวันเกิด เลยส่งสตางค์มาให้ทางอากาศ (ปล่อยสตางค์จากชั้นสอง) เป็นธนบัตรสีม่วง ๑ ใบ
ผมมาทำงานที่ตึกจนถึงบ่ายโมงกว่าๆ แล้วไปดูหนังสืองาน NU book fair (ครั้งนี้ มีคนบันทึกว่าจัดเป็นครั้งที่ ๑๐ แล้ว) พบอ.สมจิตรและอ.สุนีย์ (มากับปิงปอง) ครั้งนี้ไปซื้อหนังสือเก่าราคาถูกมาได้ ๙ เล่ม เป็นเงิน ๕๒๐ บาท มีหนังสือดังนี้
- คลังหลวง ฉบับของหลวงตามหาบัว หนา ๒๙๔ หน้า ราคา ๑๐๐ บาท สภาพหนังสือ ๗๕%
- คู่มือสมณศักดิ์ พัดยศ ฉบับสมบูรณ์ หนา ๓๒๐ หน้า (A4) ราคา ๑๐๐ บาท สภาพ ๘๕%
- พุทธธรรม (ฉบับเดิม) พระพรหมคุณาภรณ์ หนา ๓๗๕ หน้า (A4) ราคา ๘๐ บาท สภาพ ๙๐ %
- จาริกบุญ จารึกธรรม พระพรหมคุณาภรณ์ หนา ๕๒๖ หน้า ราคา ๖๐ บาท สภาพ ๙๕% คือใหม่
- พระพุทธเจ้าและพระธรรมสูตรฝ่ายมหายาน ภิกษุจีนวิศวภัทร หนา ๒๑๖ หน้า ราคา ๓๐ บาท สภาพ ๙๕% คือใหม่
- มงคลชีวิต ๓๘ ประการ ของพระธรรมโกศาจารย์ เล่มเล็กหนา ๑๘๒ หน้า ราคา ๓๐ บาท สภาพ ๘๐%
- พุทธมงคล อานิสงส์ ของพระชุมพล พลปญฺโญ หนา ๔๐๐ หน้า ๔๐ บาท
- หนังสือ "ทางพิเศษ" ของกรุงเทพมหานคร ภาพ 4 สี สวยงาม ราคา ๒๐ บาท
- หนังสือ "บ้านของเต่าทะเล" สำนักงานสลากกินแบ่งฯ ภาพ 4 สี ๘๕ หน้า ๖๐ บาท สภาพ ๘๕%
สรุปงานมหกรรมหนังสือ ไปเดินมา ๔ วัน ซื้อหนังสือมาประมาณ ๒๘ เล่ม จ่ายเงินไปยอดรวมประมาณ 3,263 บาท (เป็นของขวัญวันเกิดตัวเอง ๒๐ เล่ม 1,140 บาท)
หลังจากเดิืนเลือก-ซื้อหนังสือ ประมาณ ๑ ชั่วโมง ตั้งแต่บ่ายโมงครึ่งถึง ๒ โมงครึ่ง ได้หนังสือมาพอสมควร และงบประมาณร่อยหรอลงมากแล้ว ขับรถเข้าไปในเมืองพิษณุโลก ด้วยจุดประสงค์ ๓ เรื่อง (ค่าใช้จ่ายครั้งละ 120 บาท-ต้องวางแผนการเดินทางให้คุ้มค่า-ทำภาระกิจให้มากกว่า ๑ อย่าง)
- ไปเติมเงินวันเกิดที่สถานบริการ ศูนย์ DTAC
- ไปตัดผมร้าน "ผมชาย"
- ไปใช้คูปอง ๒๕ บาท คู่กับบัตร city bank + BiG C card ที่ห้าง BiG C ซื้อของราคา 300 บาท ขึ้นไป
บ่าย ๓ กว่า เดินทางถึงศูนย์ DTAC ได้เข้าช่องบริการหมายเลข ๙ (ครั้งนี้ไม่ต้องรับบัตรคิว เพราะพนักงานว่างอยู่)
- มี sim 3 หมายเลข ซึ่งสมัคร Happy bank ไว้ สามารถเติมเงินในวันเกิดได้ ๓ หมายเลข หมายเลขละ ๕๐๐ บาท แต่เลือกเติมแค่ ๒ หมายเลข
- ให้พนักงานตรวจเช็คหมายเลขให้ก่อนว่า วันนี้เป็นวันเกิด และเติมเงินไม่เกิน 500 บาท จะได้เงิน ๒ เท่า เข้ากระเป๋าหลัก และกระเป๋าโบนัส
- ใช้บัตรเครดิตเติมเงิน 500 บาท ๑ หมายเลข และ 100 บาท อีก ๑ หมายเลข (ที่ไม่เิติมเต็มพิกัด ๓ หมายเลขๆ ละ 500 บาท ทั้งที่มีงบประมาณ เติมเงินฟรีให้ ๑,๕๐๐ บาท โดยบริษัทบัตรเครดิตออกให้ เพราะจะได้เงินโบนัสมาก เดี๋ยวบริหารไม่ทันจะเสียดาย)
- รูดเงินไป 600 บาท ได้กลับคืน 0.5 % หมายความว่าเราจ่ายจริงเพียง 597 บาท ประหยัด 3 บาท เอาไปถัวเฉลี่ยให้ค่าน้ำมัน
- ความจริง เติมเงินเสร็จประมาณ 15.36 น. ควรจะต้องเสร็จธุระแล้ว แต่ขอเช็คเรื่อง Promotion ของซิมรับสายรับทรัพย์ ซึ่งพนักงาน ๒ คนก่อน เคยบอกว่าหมด Promotion 30 พ.ย.52 และครั้งนี้พนักงานก็ยืนยันเช่นกัน
- แต่ผมขอให้เขาช่วยเช็ครายละเอียดจาก ตัวโปรโมชั่นหลักอีกครั้ง ซึ่งผมมั่นใจว่า Promotion ได้ขยายไปเป็น 31 มีนาคม 2553 แล้ว แต่ตัวข้อมูลที่เขามีอยู่ยังไม่ update ซึ่งพอเขาเช็คแล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เขาเลยค่อนข้างเชื่อว่าข้อมูลของเราแม่นกว่าเขา จึงสนใจในตัวเรา และจากการที่ผมเคยไปที่นี่บ่อยๆ เขาก็จำได้ว่า ผมอยู่มน. ก็เลยถามว่าเป็นอาจารย์ที่มน.ใช่ไหม ก็ตอบว่าใช่
- ผมเลยคุยเกี่ยวกับเรื่อง "การจัดการความรู้-การบริหารค่าโทร" ซึ่งผมบอกว่า มีการจดบันทึกและเขียนลงบล็อกด้วย สามารถค้นหาได้ใน Google เขาก็เลยสนใจอยากอ่านความรู้ที่ผมเขียน ให้ผมช่วยจด keyword ในการค้นหาให้ด้วย ผมเลยจด keyword 2 คำ คือ beemanNUKM และ DTAC
- คุยรายละเอียดมากจนถึง เกือบ ๔ โมงครึ่ง ตอนเขาจะเลิกงาน เห็นมีคนมารอคิวเลยขอกลับก่อน (ไม่งั้นคุยกันอีกนาน) สรุปว่าผมพูดมากกว่าพนักงาน คุยกัน ๑ ชั่วโมง (ผมจึงมาคนเดียวไม่มีผู้ติดตาม-เพราะกลัวว่าเขาจะรอผมเม้าท์จนเบื่อ)
- รายละเอียดดีๆ ผมจะนำไปเขียนเป็นบันทึกใน series : รู้ทัน DTAC ซึ่งเขียนไป ๙ ตอนแล้ว
ผมขับรถต่อไปในเมือง หาที่จอดรถและเดินไปร้านตัดผม "ผมชาย" พอไปถึงร้าน เก้าอี้ว่างหมดไม่มีแขก ยกเว้นเก้าอี้ตัวที่ผมจะไปนั่งตัด ช่างประสิทธิ์ เสือเม่น กำลังแค่หูให้ชายคนหนึ่ง ผมขาวๆ (ตอนนั้นน่าจะเป็นเวลาใกล้ๆ ๕ โมงเย็น)
ผมถามว่ายังอีกนานไหมจะถึงคิวผม เขาบอกว่าไม่นาน (แต่ผมคงรออยู่ประมาณ ครึ่งชั่วโมง) ผมเลยนั่งรอ อ่านหนังสือพิมพ์
- มีโทรศัพท์ดังเข้ามาถึงชายคนนั้น เพราะมีนัดกับชายอีกคนหนึ่ง อีกประมาณครึ่งชั่วโมงจะพบกัน จำได้ว่า คนที่อยู่บนเก้าอี้ตัดผมคือ ท่านอาจารย์ชุมพณ กันทะ
- พอผมไปนั่งเก้าอี้ตัดผมตัวนั้น ท่านอาจารย์ชุมพณ ก็ถามถึงเรื่องงานประชุมผึ้งเอเชียที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ว่าผมจะไปไหม ผมบอกว่าอาจจะไม่ว่างไป
- แล้วท่านก็คุยว่า ได้ขายบ้านไปแล้ว ราคา 470,000 บาท และก็ขนของไปไว้ที่เชียงใหม่แล้วประมาณ 10 เที่่ยว (รถกระบะ) และจะเอาของหนักขึ้นรถ 6 ล้อกลับในเดือนนี้ อยู่ช่วยงานสอนเขาได้ ๑ ปี และปีนี้ไม่ได้จ้างต่อ แต่ก็ยังช่วยสอนในส่วนที่ยังค้างอยู่
- คนที่คุยโทรศัพท์ด้วยเมื่อสักครู่คือ อาจารย์สว่าง ปิยาภิชาต ซึ่งจะไปช่วยงาน ศ.ดร.สิริวัฒน์ จัดงานผึ้งที่เชียงราย
- ช่างประสิทธิ์ บอกว่า บริการท่านอาจารย์มานาน ผมลองคำนวณดูว่า ท่านอาจารย์ชุมพณ มาอยู่พิษณุโลกประมาณ 12 ปี คือมาอยู่ประมาณปี 2540 ที่คณะเกษตรศาสตร์ฯ
- ตัดผมประมาณ 40 นาทีก็เสร็จ เสร็จ 6 โมงกว่าๆ ด้านนอกร้านมืดแล้ว จ่ายค่าตัดผม 70 บาท ประมาณ 40 วันตัดครั้งหนึ่ง
- ผมลองคำนวณรายได้ของช่างคนหนึ่ง ร้านเปิด 8 โมงเช้า ปิด 1 ทุ่ม วันหนึ่งตัดได้ไม่เกิน 12 หัวๆ ละ 70 บาท วันหนึ่งรายได้ต่อช่างประมาณ 800 บาท แบ่งกับเจ้าของร้าน 60:40 บาท ช่างก็จะได้เงินไม่เกิน 500 บาท เดือนหนึ่งหยุด 4 วัน รายได้เดือนหนึ่งน่าจะอยู่ราวๆ 10,000-15,000 บาท นับว่าไม่สูงเท่าไหร่สำหรับเศรษฐกิจแบบนี้
6 โมงกว่าๆ ขับรถต่อไปบิ๊กซี ไปถึงราวๆ 6 โมงครึ่ง ออกจากบิ๊กซีราวๆ 3 ทุ่ม อยู่ที่นี่ 2 ชั่วโมงครึ่ง
- จุดประสงค์ที่มาที่บิ๊กซี เพราะมีคูปองเงินสด 25 บาท เงื่อนไขต้องใช้ภายใน 10 พฤศจิกายนนี้ ต้องซื้อของมูลค่า 300 บาทขึ้นไป และจ่ายผ่านบัตร City bank ด้วย
- ผมคำนวณว่า ผมจะต้องซื้อของเป็นมูลค่า 276.50 บาท เนื่องจากครั้งก่อนผมจ่ายเงินเป็นเศษไป 1,023.50 บาท ถ้านำ 2 ยอดมาบวกกันจะเป็นเงิน 1,300 บาท
- ของมูลค่า 276.50 บาท แต่มีเงื่อนไขว่าต้องซื้อของยอดรวมเกิน 300 บาท จึงจะใช้คูปอง 25 บาทร่วมด้วยได้ (ใช้ได้สูงสุด 5 ใบ) ผมก็เอามูลค่า 25 บาท บวกเข้าไปคือผมจะต้องซื้อของเป็นเงิน 301.50 บาท (ถ้ามีคนอื่นไปกับผมด้วย พอเขาเสร็จธุระก็จะเร่งผมกลับ-ดังนั้นเพื่อบรรลุเป้าหมาย ผมจึงต้องไปจ่ายของคนเดียว)
- แล้วผมจะไปเล่าเรื่องนี้ต่อในบันทึก series ครอบครัวตึ๋งหนืด ซึ่งเขียนถึงตอนที่ ๑๓ แล้ว
กลับถึงบ้าน 3 ทุ่มครึ่ง อาบน้ำสระผม อ่านหนังสือที่ซื้อมานิดหน่อย แล้วเข้านอนเวลา 5 ทุ่มกว่าๆ และผมนอนใกล้ๆ แม่ทุกคืน 5 เดือนมาแล้ว โดยแม่จะเป็นคนปูที่นอนให้ผม.. หลายคนคิดว่าผมควรจะปูที่นอนให้แม่ แต่ผมกลับคิดว่าถ้ากลับกันคือแม่ปูที่นอนให้ผม แม่จะมีความสุขกว่า..จบเรื่องเล่า เรื่องราวในชีวิตประจำวัน (เกิด) ตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึง 5 ทุ่ม สำหรับปีนี้ (ภาคห้า-รู้สึกว่าจะเล่าได้ยาวมาก)
![]() |
|
มนุษย์ผึ้งมหัศจรรย์ |
