สวัสดีครับ ท่านผู้มีเกียรติ ที่เคารพรัก ทุกท่าน ครู ท. ขอนำแนวคิดของตัวเองเกี่ยวกับการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย มาเสนอ พอกล่าวได้ดังนี้ ทัศนะเกี่ยวกับการเรียนการสอนภาษาไทย แต่ก่อนนักเรียนเรียนหนังสือวรรณคดีไทยเป็นเรื่องใหญ่ๆ เช่น ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก ปีหนึ่ง อ่าน 13 กัณฑ์ ลิลิตตะเลงพ่ายหนึ่งเล่มอ่านทั้งปี นักเรียนอ่านอย่างละเอียด แล้วก็สามารถอ่านหนังสือวรรณคดีเรื่องอื่นๆต่อไปได้ แต่ปัจจุบันดูเนื้อหา นักเรียนเรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 คิดว่านักเรียน เรียนกว้างเกินไป เมื่อนักเรียนสอบเข้ามาเรียนในระดับมหาวิทยาลัยได้แล้ว ถึงได้รู้ว่าเขาไม่รู้จริง ในหัวของเด็กบรรจุวิชาอื่นๆไว้จนเต็ม บางครั้งไม่มีที่ว่างสำหรับวิชาภาษาไทยเลย ในส่วนครู ครูก็มีความรู้กว้างไม่ลึกซึ้ง ครูให้งานนักเรียนทำนักเรียนไปค้นคว้าบ้าง ถามพ่อแม่บ้าง แล้วทำงานมาส่งครู นักเรียนเรียนพอให้ผ่าน นักเรียนที่เรียนตก เวลาซ่อมทีไร ครูก็ให้ผ่านทุกที ฉะนั้นมาตรฐานของเด็กก็ลดน้อยลงเรื่อยๆ ถ้ามีการสอบตกซ้ำชั้นเหมือนสมัยก่อน จะทำให้เด็กเข็ดหลาบ เขาก็จะตั้งใจเรียนมากขึ้น ครูผู้สอนวิชาภาษาไทย ควรมีความรู้กับกับภาษาไทย ไมใช่ใครสอนวิชาอะไรไม่ได้ ก็จับมาสอนวิชาภาษาไทย ภาษาไทยก็เหมือนวิชานั้นๆ คือครูต้องมีความรู้เกี่ยวกับวิชานั้นๆก่อนที่ครูจะสอนต้องเตรียมความพร้อมเสมอ ครูควรรู้จริงๆ ว่าวิชานี้ต้องสอนอย่างไร สอนให้นักเรียนรู้แค่ไหน ผมสังเกตดู แผนการสอนของครู ที่เขียนผลงานทางวิชาการ เมื่อดูจริงๆแล้ว ครูจะสอนไม่ได้ตามที่เขียนมา คือจะต้องใช้เวลามากกว่าที่กำหนดไว้มาก ดังนั้นครูที่ดีจะต้องไม่กังวลกับเรื่องนี้ เพราะถ้าสอนตามแผนการสอนแล้ว นักเรียนไม่รู้เรื่อง จะสอนไปทำไม ดังนั้น การเขียนแผนการสอนจึงควรเขียนให้ตรงกับสภาพความเป็นจริงในการสอน คือเขียนแล้วต้องสอนได้จริงๆด้วย จากการสังเกต...ทุกวันนี้วิชาภาษาไทย ไม่ค่อยมีคนอยากเรียน เพราะเรียนแล้วไม่รู้ว่าจะเอาไปทำมาหากินอะไร ถ้าเรียนภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส จีน ญี่ปุ่น ก็จะนำไปประกอบอาชีพได้สะดวกกว่า คนเราส่วนมากมักจะคิดถึงอาชีพก่อนอื่น วิชาภาษาไทยหาคนเรียนได้ยาก นอกจากพวกที่มีอุดมคติเท่านั้น...
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ...ครู ทอ.
การเขียนแผนการสอนจึงควรเขียนให้ตรงกับสภาพความเป็นจริงในการสอน คือเขียนแล้วต้องสอนได้จริงๆด้วย
ชอบค่ะข้อความนี้
ขอบคุณค่ะ
ภาษาไทยก้าวไกล
สวัสดีครับ คุณsarawut