หน้าโรงแรมที่พัก
บิงคลาบาเมียนม่าร์
27 – 29 ตุลาคม 2552 เป็นเวลา 2 คืน 3 วัน มีโอกาสเดินทางไปสู่สยาม ในอดีต นั่นคือเชียงตุง(Kyaing Tong) ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของพี่น้องชาวไทยใหญ่ ไทยลื้อ ไทยเขิน และชาวพม่า และชมบรรยากาศความรุ่งเรืองยุคสมัยใหม่ที่เมืองลา(Mong La) ชายแดนพม่า-จีน ซึ่งได้รับการขนานนามว่า ลาสเวกัสแห่งเอเชีย
วันที่ 27 ตุลาคม 2552
10.30 น. ทำพิธีผ่านแดน ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-พม่า ไปเมืองท่าขี้เหล็ก ไกด์ประจำรถชื่อ น้องจอย ก็บรรยายสภาพภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ของพม่า เชียงตุงให้พวกเราฟังละเอียดละออสมกับเป็นไกด์มืออาชีพ น้องจอย วางไมค์ก็คีย์เพลง คาราโอเกะให้สมาชิกบนรถร้องเพลงกันอย่างสนุกสาน จากท่าขี้เหล็ก รถแล่นผ่านหมู่บ้าน ชาวพม่า ไทยใหญ่ ไทยลื้อ ชาวเขาต่างๆ หลายแห่ง ผ่านด่านตรวจ แวะทำธุระส่วนตัวที่ด่าน 2 แห่ง เส้นทางผ่านไม่มีปั้มน้ำมัน และบริการห้องสุขาเหมือนกับเมืองไทย ต้องจอดแวะด่าน เวลาประมาณ 13.30 น. เข้าเขตเชียงตุง รถจอดรับประทานอาหารกลางวันที่เชียงตุง ที่ภัตตาคารเบสช้อย มีภาษาไทย เขียนว่า เซก ไตย จ้า ร้านอาหารเป็นอาหารจีนยูนาน เนื่องจากรถวิ่งช้า ถนนแคบ ขึ้นภูเขาเป็นส่วนใหญ่ จึงรับประทานไม่ตามกำหนดเวลาในโปรแกรม
เวลา 14.30 น.รถพาคณะมุ่งสู่เมืองลา ออกจากเชียงตุง สภาพถนนแย่มาก ๆ เป็นหลุมเป็นบ่อไม่มีการปรับปรุงเอาเสียเลย ถนนแคบด้วย ถนนชำรุดความยาว ประมาณ 10- 20 กม. ถ้าฤดูฝนจะลำบากมากมายหลายเท่า สองข้างจะเห็นชาวนาเก็บเกี่ยวข้าว กันเป็นส่วนใหญ่ แต่บ้านเรา (เชียงราย)ข้าวในทุ่งนารวงข้าวเป็นสีเขียวอยู่เลย ยังไม่ถึงเวลาเก็บเกี่ยว รถจอดแวะ ที่ด่านท่าปิง ให้สมาชิกลงรถลดน้ำหนัก กลุ่มผู้ชาย อาศัยพุ่มไม้ข้างทาง เพราะห้องสุขามีจำกัด ตลอดเส้นทางมีแต่ขึ้นเขาลงเขา ถนนก็คดเคี้ยว ไม่รู้ว่ามีกี่โค้ง งีบหลับไปบ้าง ตื่นบ้าง สังเกตว่าที่นี่เขาปลูกยางพารากันเยอะเหมือนกัน พืชอื่น ๆ เช่น มะม่วง ลำไย กล้วยหอม ป้ายจารจร ป้ายหมู่บ้าน ไม่ค่อยนิยมทำกัน ป้ายวัด จะเขียนอักษรไทยกำกับด้วย ส่วนโรงเรียนประถมของหมู่บ้าน จะเป็นตึกอาคารหลังเดียวเก่าครำคร่า พื้นที่ไม่เกิน 2 ไร่ จนถึงเวลา 17.30 น ก็ถึงเมืองลา เข้าสู่ที่พัก โรงแรม ไดม่อน ฮอลล์ รับประทานอาหารเย็นที่ภัตตาคารจางจี้ ทางบริษัทจัดกิจกรรม ฉลองวันเกิดให้แก่ลูกทัวร์ 2 คน ข้าพเจ้าอีกคนหนึ่งที่มีวันเกิดตรงกับวันนี้ เขาโดยเตรียมเค็กก้อนโต และร่วมร้องเพลง Happy Birth Day อย่างสนุกสนาน จากนั้นแยกกลุ่มเที่ยวที่ตลาดเมืองลา
วันที่ 28 ตุลาคม 2552
ตื่นเช้ารับประทานอาหารเช้าบุฟเฟต์ที่ภัตตาคารจางจี้ เสร็จแล้วเดินทางไปชมตลาดเมืองลา มีสินค้าจากจีน ในท้องถิ่น และจากประเทศไทย หลายอย่าง ที่แปลกก็คือมีสัตว์ป่าขายด้วย ทั้งของสดของแห้ง เช่น เก้ง ของแห้งจะเป็นพวก เขา ดี หนัง ตีนหมี ขนเม่น นำมาวางขายตามพื้น จากนั้นดินทางไปนมัสการเจดีย์มิตรภาพวัดมังกรทอง บนเนินเขาห่างจากที่พักไม่ไกลนัก ข้าพเจ้าอ่านป้าย ซึ่งเหมือนอักษรล้านนาเขียนว่า พระธาตุหลวงจ๋อมคำ เทวนคร จากนั้นไปชมพิพิธภัณฑ์ปราบฝิ่น ข้างล่างที่อยู่ไม่ไกลวัด เลือกซื้อที่ของระลึกที่ร้านบริเวณพิพิธภัณฑ์ จากนั้นรับประทานอาหารเที่ยงที่ภัตตาคารลักกี้ เมนู มีน้ำพริกอ่องด้วย เวลาประมาณ 13.30 น.เข้าชมฟาร์มเลี้ยงหมี บนเขามีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่อยู่ทางด้านทิศใต้เมืองลา เห็นหมีควาย ในกรงขัง ที่เขาเลี้ยงไว้หลายสิบตัว เขาเจาะเอาดีมาทำเป็นยา มีสมาชิกของเราซื้อกันหลายคนบางชนิดเป็นยาชูกำลัง นะ ฟาร์มแห่งนี้ เก้าอี้นั่ง ชุดรับแขก ตู้เก็บสินค้า มีแต่ฝุ่นขาดการทำความสะอาด เสร็จแล้วเดินทางกลับที่พักคือโรงแรม ให้พักผ่อนตามอัธยาศัย ทางทัวร์ตัดรายการในโปแกรมออก 2 แห่ง วัดพระนอน โรงงานหยกสมาชิกส่วนหใหญ่ไม่ไป ส่วนชายแดนพม่า –จีน ทางการห้ามเข้า ตอนเย็นเดินเล่นใกล้ที่พัก สังเกตอาคารพาณิชย์หลายแห่งรกร้างว่างเปล่า มีหญ้าขึ้น ห้างสรรพสินค้าร้าง สถานบันเทิงเริมรมย์ แต่เลิกกิจการนานแล้ว ได้ถ่ายภาพมาด้วย น้องจอย บอกว่า ตอนนี้เขาย้ายบ่อน ไปอยู่ที่เมืองม้า เมืองม้าก่อนจะถึงเมืองลาประมาณ 15 กม. ไกด์บอกว่า วันนี้ เมืองลาเงียบเหงากว่าแต่ก่อนมาก มีไกด์สาวไทยใหญ่ ชื่อ นางเกี๋ยงคำ เป็นคนนำเที่ยว เธอเป็นนางสาว สามารถพูดภาษาไทยชัดเจนดี เธอบอกว่าที่พม่าไม่ใช้คำนำหน้า นางสาว ใช้คำว่า นาง อย่างเดียว
วันที่ 29 ตุลาคม 2552
รับประทานอาหารเช้าที่ภัตตาคารจางจี้ เวลาประมาณ 7.30 น. เดินทางกลับ เส้นทางเดิม ถึงเชียงตุงเวลา 10.30 น แวะซื้อของที่ตลาดเชียงตุง ก็เหมือนกับตลาดทางภาคเหนือของเรา ไปนมัสการพระชี้นิ้ว(วัดพระยืน) ที่ใหญ่ที่สุดในเชียงตุง ออกจากวัด นั่งรถ ผ่าน วัดจอมคำ หนองตุง วัดมหาเมียะมุนี ต้นยางยักษ์ ขนาด 10 คน โอบ อายุ 250 ปี จากนั้นไปรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านปานกะป่า รับประทานอาหารเสร็จ ขึ้นรถเดินทางกลับตามเส้นทางเดิม ถึงท่าขี้เหล็กเวลาประมาณ 17.00 น.รถจอด ลงไปซื้อของที่ตลาดท่าขี้เหล็ก เข้าสู่ฝั่งประเทศไทยที่แม่สายประมาณ 18.00 น. กลับถึงบ้านประมาณ 19.00 น.โดยสวัสดิภาพกันทุกคน หมายเหตุ เมืองเชียงตุง เมืองลาเป็นเมืองที่น่าไปเที่ยว ไม่แพง ที่เมืองลา ใช้เงินหยวน อัตราการแลกเปลี่ยน 1 หยวนเท่ากับ 5.50 บาท มีหลายบริษัทที่ให้บริการ สำหรับคนเชียงรายราคาทัวร์ ก็ถูกหน่อย เพราะอยู่ใกล้
ท่าขี้เหล็ก-เชียงตุง 160 กม.
เชียงตุง – เมืองลา 85 กม.

ป้ายโครงการ จัดงาน
ที่หน้าโรงแรม ทั้งหมดตรง เตรียมตัวเคารพธงชาติ

สะพานข้าแม่น้ำม้า และถนนสี่เลน ในเขตเมืองลา

ผอ.สมเจตน์ พุทธวงค์ ร.ร.จำหวาย กับไกด์ สาวไทยใหญ่ "เกี๋ยงคำ"

ที่เมืองลา ควายเจ้าของถนน เจ้าของกำลังนำออกไปเลี้ยงนอกบ้าน

ตลาดเช้าเมืองลา มีสินค้าผลไม้หลากหลายชนิด ส้ม อ้อย ส้มโอ

ข้าวซอย อาหาร

ถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึก ครั้งหนึ่งที่ตลาดเมืองลา (กาดหลวงเมิงลา)

สามเณรน้อย ซ้อนมอเตอร์ไชค์ ที่ตลาดเมืองลา ฟากหอฬิกา

เจดีย์มิตรภาพ วัดมังกรทอง หรือพระธาตุหลวงจ๋อมคำ เทวนคร

ทิวทัศน์เมืองลา มองจากวัดมังกรทอง หรือ พระธาตุจ๋อมคำเทวนคร

มุมมองจากตลาด ที่วงเวียนตลาดเมืองลา

มุมหนึ่งของวัด กุฏิพระหลังคามุงด้วยกระเบื้องดินขอ

น่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าที่เลิกกิจการ

สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง เลิกกิจกรรมไปแล้ว

ชาวนาเชียงตุง เก็บเกี่ยวข้าวกันอย่างแข็งขัน
ภัตตาคารที่เชียงตุง Best Choice เซก ไตย จ้า ร้านอาหาร

สาวอาข่า ที่เชียงตุง อัธยาศัยดี หาน้ำดื่มให้ ผอ.บุญทวี คำหมื่น

ที่ตลาดเชีบงตุง เครื่องครัวทานที่นำไปถวายวัด รอการบริจาคทำบุญ

รถบัสในกลุ่มของเรา กำลังเข้าโค้ง ที่ด่านท่าปิง

ทิวทัศน์สองข้างทางระหว่างเมืองลา เชียงตุง ตอนขากลับ