เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2549 ที่ผ่านมา ได้เกิดฝนตกหนักในจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ได้แก่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย แพร่ น่าน ลำปาง พิษณุโลก ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน (Flash flood) ถล่มเข้าสู่หมู่บ้านต่าง ๆ จนทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตแลทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก รายละเอียดท่านคงทราบจากข่าวหนังสือพิมพ์และข่าวโทรทัศน์ทุก ๆ วันอยู่แล้ว เหตุการ์ดังกล่าวนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกนะครับ

 

ไม่ใช่ว่า การเกิดฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากพัดพาบ้านเรือน ทรัพย์สินต่างๆ และชีวิตคนให้จมน้ำจะเพิ่งอุบัติขึ้น หากทว่า ในอดีตนั้น การเกิดน้ำท่วม โคลนถล่มปรากฏขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาหลายต่อหลายครั้ง เช่นเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2544 น้ำป่าทะลักจากอุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย ถล่มใส่หมู่บ้านในอำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ มีผู้เสียชีวิตไปกับทะโลโคลน 23 คน ศูนย์หาย 16 คน บาดเจ็บ 58 คน ต่อมาอีก 3 เดือน เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2544 ก็เกิดที่ตำบลน้ำก้อ ตำบลน้ำชุน ตำบลหนองไขว่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ มีผู้เสียชีวิตมากกว่า131 คน บ้านเรือนเสียหาย 515 ครัวเรือน หรือแม้แต่ที่ตำบลกะทูน อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2531 ก็ล้วนแต่เป็นบทเรียนอันล้ำค่าที่ทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันหาทางป้องกัน

ที่นี้มาคิดถึงจังหวัดอุบลราชธานีของเราบ้าง ว่าเคยมีปรากฏการณ์น้ำท่วมหนัก ๆสุดๆ และหนักมาก ๆ เมื่อใดบ้าง หวังว่าทุกท่านคงไม่ลืมหรอกนะครับ .. จังหวัดอุบลราชธานีของเราได้ชื่อว่าเป็น ดินแดนแห่งดอกบัวงาม แม่น้ำสองสี มีปลาแซบหลาย หาดทรายแก่งหิน ถิ่นไทยนักปราชญ์ ทวยราฎร์ใฝ่ธรรม งามล้ำเทียนพรรษา ผาแต้มก่อนประวัติศาสตร์.. สี่พันปี  มีพรมแดนติดกับ สปป.ลาว และกัมพูชา สามารถไปเที่ยวลาวได้โดยผ่านทางพรมแดนช่องเม็ก เข้าสู่แขวงสุวรรณเขต เมืองปากเซ ไปชมธรรมชาติของลาวใต้ได้มากมายหลายแห่งซึ่งผมนำภาพมาลงไว้แล้ววันก่อน

 

ครั้ง ที่ 1 เมื่อ เดือนตุลาคม พ.ศ. 2521 เป็นปีที่น้ำท่วมหนักสูงสุดเป็นประวัติการณ์  น้ำท่วมสูงระดับกี่เมตรจำไม่ได้ แต่ให้นึกถึงว่าถนนคู่ขนานจากอ.เมืองไป อ.วารินชำราบ น้ำขึ้นสูงถึงประมาณ 2 เมตร จากระดับถนน ผมมีรูปภาพเป็นภาพสีและภาพสไลด์อยู่วันหลังจะนำมาสแกนลงภาพให้ดู เพราะเวลาผ่านมา ร่วม 28 ปีแล้วครับ

ครั้งที่ 2-3 ประมาณ ปีพ.ศ. 2544-2545 ทุกท่านคงจำกันได้นะครับ  ครั้งนี้ไม่หนักเท่าปี พ.ศ. 2521  ความรุนแรงน้อยกว่ากันครึ่งต่อครึ่ง แต่ก็สร้างความเสียหายต่อชีวิตทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก สาเหตุเกิดมาจากอะไร ก็เกิดจากฝนตกหนัก แม่น้ำรับน้ำระบายน้ำไม่ทัน ตัดไม้ทำลายป่า ปลูกสิ่งก่อสร้างขวางทางน้ำไกล ทำให้น้ำหลงทาง เขื่อนกักเก็บน้ำไว้มากเกินไป กลัวเขื่อนแตกเลยปล่อยน้ำลงมา ร่วมกับน้ำฝน.. ท่านต้องไม่ลืมนะครับว่าจังหวัดอุบลฯ เราเป็นเมืองปลายน้ำที่มีแม่น้ำมูลไหลผ่านเข้ามายัง อ.เมือง และ อ. วาริน ฯ  มีแม่น้ำชี ไหลเข้ามาสมทบกับแม่น้ำมูลที่ บ้านวังยาง อ. เมือง อุบลราชธานีอีกสายหนึ่ง แล้วไหลลงไปยังปากมูล ลงสู่แม่น้ำโขงที่ อ.โขงเจียม ครับ ระยะทางที่แม่น้ำมูลที่อยู่ในเขตจังหวัดอุบลฯ มีความยาวประมาณ 100 กิโลเมตร ก่อนที่จะลงแม่น้ำโขง มีสายน้ำที่โค้ง คดเคี้ยวไปมา เหมือนงูใหญ่ เมื่อมองจากทางเครื่องบิน จะมีปริมาณน้ำมหาศาลที่อยู่เหนือ อ. เมือง ขึ้นไป เมื่อไหลลงมาแล้ว ก็นับมาตั้งแต่มูลชีบรรจบกัน เรื่อยลงมา ถึงหนองกินเพล หาดคูเดื่อ ลำมูลน้อย เข้าสู่ อ.เมือง อ. วารินฯ จะไปไหนรอด ยิ่งผมเห็นสร้างถนนสายรอบเมือง อุบลฯ วารินฯ ยกระดับขึ้นอีกเป็นเมตร คู่ขนานกัน 2 สาย มี มหาวิทยาลัยราชธานี สร้างขึ้นอีก อุบลวัสดุถมที่สูงขึ้นสร้างโกดังเก็บของขึ้นอีก สิ่งปลูกสร้างเหล่านี้ผมว่าสร้างขวางกันทางเดินของน้ำทั้งสิ้น ท่านจะต้องหาทางเบี่ยงสายน้ำให้อ้อมเมือง ออกไปเท่านั้นจึงจะรอดการถูกน้ำท่วม.... จะเบี่ยงไปทางไหน อย่างไร มีคนคิดคนทำ กันแล้วหรือยัง.... ถ้ายังก็คงคอยดูผลต่อไปในอีกไม่ช้า... ผมจะขอนำรูปภาพ ทิวทัศน์ของจังหวัดอุบลฯ และเหตุการณ์น้ำท่วม ทะยอยลงให้ท่านได้ชมเรื่อย ๆ ในบันทึกนี้นะครับ ... เป็นภาพที่ไม่ค่อยมีคนนำมาเปิดเผย และเผยแพร่ ... ผมถ่ายเก็บมาหลายปีแล้วครับ...กรุณาเลือกชมได้ตามอัธยาศัยครับ........