สอบเป็นเจ้าหน้าที่คอมพิวเตอร์

หลายวันก่อน ผู้เขียนไปส่งญาติสอบเป็นข้าราชการในหน่วยงานหนึ่ง โดยใช้วุฒิระดับ ปวช. สนามสอบของภาคเหนือตอนบนอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้พบลูกศิษย์ และลูกศิษย์เก่าหลายคน

     หลายวันก่อน ผู้เขียนไปส่งญาติสอบเป็นข้าราชการในหน่วยงานหนึ่ง โดยใช้วุฒิระดับ ปวช. สนามสอบของภาคเหนือตอนบนอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้พบลูกศิษย์ และลูกศิษย์เก่าหลายคน ที่ผู้เขียนเคยไปเป็นอาจารย์พิเศษ มีโอกาสได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับพวกเขา จึงมีเรื่องมาเล่าให้ฟัง ในฐานะผู้สังเกตการณ์

     การสอบข้อเขียนมี 2 ภาค คือ ภาค ก ความสามารถทั่วไป และภาค ข ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง จากการสำรวจครั้งนี้พบว่ามีเวลาสอบ 3 ชั่วโมง ด้วยข้อสอบ 120 ข้อ ผู้ทำข้อสอบส่วนใหญ่ไม่มีปัญหาเรื่องเวลา เพราะหลายคนออกมาตั้งแต่ชั่วโมงครึ่งแรก และเหลือห้องละไม่กี่คนเมื่อผ่านไปสองชั่วโมง สำหรับข้อสอบที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มีไม่ถึง 20 ข้อ เพราะเนื้อหาที่สอบกระจายออกไปทุกหมวด เช่น การคำนวณทางคณิตศาสตร์ การจับใจความ กฎหมาย งานสารบรรณ การใช้คอมพิวเตอร์ และโปรแกรมสำเร็จรูป เช่น word, excel และ internet เป็นต้น

     การหางานทำเป็นเรื่องยาก ผู้คนมากมายไม่พอใจกับงานที่ทำอยู่ หลายคนทำงานด้วยวุฒิ ปวช. แล้วเรียนต่อจนสำเร็จระดับปริญญาตรี แต่ก็ยังได้เงินเดือนเท่าเดิม เพราะบริษัทเอกชนส่วนใหญ่ไม่พิจารณาการขึ้นเงินเดือนจากการมีความรู้เพิ่ม หรือไม่มีระเบียบการเรียนปรับวุฒิ เพื่อนท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า บริษัทที่เขาทำงานอยู่ให้เงินเดือนเพียง 6,000 บาท มา 10 ปี และไม่เคยมีแผนขึ้นเงินเดือน แต่เขาก็ต้องทำงานนี้ต่อไป เพราะใกล้บ้าน และยังไม่มีที่ไปที่มั่นใจว่าดีกว่า

     ตำแหน่งเจ้าหน้าที่คอมพิวเตอร์ 1 ในเขตนี้ ประกาศรับเพียง 1 อัตรา แต่มีผู้สมัคร และโอนเงินค่าสมัครแล้วกว่า 700 คน ที่น่าแปลกใจคือมีผู้ขาดสอบหลายร้อยคน อาจเป็นเพราะตำแหน่งดังกล่าวรับวุฒิ ปวช. ผู้สมัครอาจมีวุฒิล่าสุดเป็นปริญญาตรี อาจมีงานประจำ มีภาระทางครอบครัว หรือยังเตรียมสอบไม่พร้อม ทำให้เปลี่ยนใจไม่เข้าสอบ ผลการคัดเลือกพิจารณาจากผู้ที่ได้คะแนนสอบมากกว่า 60% ขึ้นไปทุกภาค จึงจะได้รับสิทธิเข้าสอบสัมภาษณ์ และขึ้นทะเบียนเรียงตามลำดับคะแนนต่อไป

     ลูกศิษย์ที่เรียนจบปริญญาตรีให้เหตุผลการไปสอบเป็นข้าราชการ โดยใช้วุฒิ ปวช. ว่างานใกล้บ้านหายาก เงินเดือนข้าราชการสมัยนี้เพิ่มขึ้นเร็วกว่าเอกชนหลายแห่ง งานมีความมั่นคง โอนย้ายได้ และทุกวันนี้ว่างงาน บางคนกำลังเรียนชั้นปีที่ 1 แต่ใช้วุฒิ ปวช. ไปสอบ และพร้อมหยุดเรียนทันทีถ้าสอบได้ ก็ให้เหตุผลว่า ความรู้เรียนทันกันหมด สมัยนี้ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ไม่กี่ปีก็จบปริญญาเอกได้ แต่การหาโอกาสเข้ารับราชการอาจยากกว่าถูกหวย 3 ตัวท้ายบนดิน เพราะประกาศรับสมัครข้าราชการไม่ได้มีเดือนละ 2 ครั้ง ผู้เขียนมีเว็บเพจแนะนำเว็บไซต์หางานที่ thaiall.com/job ซึ่งไม่มีประโยชน์เลยสำหรับลูกศิษย์ที่หางานใกล้บ้าน เพราะงานในต่างจังหวัดที่ประกาศในเว็บไซต์หางานมีน้อยมาก

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ไอทีในชีวิตประจำวัน

คำสำคัญ (Tags)#article

หมายเลขบันทึก: 31078, เขียน: 26 May 2006 @ 19:49 (), แก้ไข: 11 Feb 2012 @ 15:01 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก


ความเห็น (2)

คนสวยเทคโน
IP: xxx.29.37.21
เขียนเมื่อ 

จริงคะอาจารย์บางคนจบปริญญาโท ยังทำงานเป็นอัตราจ้างอยู่เลย...หรือว่าบางคน (ตัวผู้เขียนเอง) กำลังเรียนปริญญาเอก อยู่ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจบมาแล้วเค้าจะบรรจุให้หรือเปล่าเลย เหอ ๆ

อ่านแล้ว..ทุกอย่างเป็นจริงอย่างที่อ่านเลยนะคะ แต่อยากจะให้คำแนะนำนิดหนึ่งตรงที่ ถ้าหากคุณสอบเข้ากันได้แล้ว ให้รีบเรียนต่อทันที ไม่เช่นนั้นคุณจะเสียสิทธิในเรื่องไร้สาระ โดยเฉพาะกับกระดาษใบเดียวที่บ่งบอกคุณวุฒิคุณได้พอสมควรเลยคะ ในวงราชการ แค่ความสามารถไม่พอหรอกคะ ต้องมีวุฒิให้เค้าเห็น เค้าจึงยอมรับ แม้จากประสบการณ์ที่ผ่านมา บางคนมีวุฒิ แต่ไม่มีความสามารถในวุฒินั้นเลย เค้าก็ก้าวหน้า... เห็นมาเยอะแล้วคะ.. เริ่มจะต้องปลงกับชีวิตราชการที่ยังคงเหลืออีกยาวนาน ^_^