แลกรูปีได้ 39.74 รูปีเงินของอินเดียนั้นแล.

ช่วงนี้มีเรื่องเล่าต่อจากตอนที่แล้วคือ  เมื่อย้อนมองไปในอดีตกาลอินเดียมีทั้งฟุบและฟูเฟื่องรุ่งเรืองและเสื่อมถอยเป็นอนิจจัง  เมื่อราวก่อน พ.ศ. 2000 ปีมาแล้วที่เห็นแหล่งอารยธรรมโบราณที่เคยเจริญรุ่งเรืองที่สุดในโลกแห่งหนึ่งคืออาณาจักรโมเฮ็นโจดาโรและฮารัปปาแห่งลุ่มแม่น้ำสินธุ 

 ความมีเสน่ห์แห่งดินแดนนี้ทำให้ชนหลายเผ่าต้องการเข้ามาครอบครอง  อย่างชาวอารยันมาสรรสร้างระบบวรรณะ 4 คือพราหมณ์  กษัตริย์  แพศย์ และศูทร แต่ละวรรณะต้องทำตามกำหนดหน้าที่ไว้ในยุคศาสนาพราหมณ์ 

 ก่อนเกิดหลายศาสนาตามมา  เมื่อโลกเปลี่ยนโฉมหน้าล่าอาณานิคมกันจนทำให้ชาวยุโรปอย่างอังกฤษเข้ามาปกครองอินเดีย  กว่าชาวอินเดียจะลุกขึ้นสู้เรียกร้องเอกราชก็ปาเข้าไป 100 กว่าปีแล้วจนมาถึงปี พ.ศ. 2490 เกิดมีการต่อสู่แบบอหิงสา นำโดยมหาตมะ  คานธี แล้วมีชัยชนะในปี พ. ศ. 2493

 อินเดียกลายมาเป็นสาธารณรัฐมีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายปกครองประเทศสูงสุดมาจนเท่าทุกวันนี้

เวลาในอินเดียนั้นเนื่องจากดินแดนอินเดียอยู่ทางทิศตะวันตกของไทย  อินเดียจึงมีเวลาช้ากว่าบ้านเมืองเรา 1 ชั่วโมงครึ่ง 

อากาศในอินเดียมี 3 ฤดู คือช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคมเป็นฤดูหนาว  ช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายนเป็นฤดูฝน  ช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายนเป็นฤดูร้อน ช่วงเวลาท่องเที่ยวอินเดียเหมาะในฤดูหนาว

ที่เมืองพาราณสีที่ผมเคยอยู่มาในฤดูหนาวมีอุณหภูมิต่ำสุดถึงสูงสุดดังนี้

เดือน ต.ค. 19-30 โดยประมาณ  เดือน พ.ย.12-28 โดยประมาณ  เดือน ธ.ค. 08-23  โดยประมาณ  เดือน ม.ค. 04-20 โดยประมาณ  เดือน ก.พ. 05-20  โดยประมาณ  เดือน มี.ค. 20-28  โดยประมาณ

สำหรับอัตราการแลกเงินไทยกับเงินรูปีอินเดียนั้นในปี พ.ศ. 2550 เงิน 1 บาทไทยแลกได้เงินรูปีอินเดียประมาณ 1 บาทกับเศษ 25 สตางค์ของรูปี เทียบเงิน 1 ดอลล่าห์สหรัฐแลกได้ 31. 78 บาท แลกรูปีได้ 39.74 รูปีเงินของอินเดียนั้นแล.