เมล็ดพันธุ์แห่งความดี ครบรอบ 1 ปี สคส.กับการจัดการความรู้เพื่อสังคม

การจัดการความรู้ KM: Knowledge  Management

เมล็ดพันธุ์แห่งความดี 

1 ปี สคส.

(สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม)
</font>
</strong>สัมผัสแรก

(First Impreesion)

            ในอดีตเมื่อพูดถึงการจัดการความรู้ KM มีหลายคนที่เข้าใจไขว้เขวสับสนปนเป นึกว่า MK ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายอาหารสุกี้ ที่มีอยู่ทั่วไป  แม้แต่ตัวผู้เขียนเองก็เข้าใจเช่นนั้น
            วันหนึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้เชิญบรรดาผู้บริหารต้นแบบการปฏิรูปการเรียนรู้ เข้าร่วมประชุมสัมมนาที่ศูนย์ฝึกอบรมบ้านผู้หว่านอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม  บังเอิญผมโชคดีได้มีโอกาสติดตามท่านอาจารย์จิระพันธุ์  พิมพ์พันธุ์  ผู้อำนวยการโรงเรียนจิระศาสตร์วิทยา 

ผู้บริหารต้นแบบของ สกศ. ปี 2545 เข้าร่วมกิจกรรม ตลาดนัดความรู้ซึ่งจัดโดย สคส. ร่วมกับ สกศ.  วันนั้นรู้สึกประทับใจในการนำเสนอเรื่องราวของการจัดการความรู้ ของวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ จาก สคส. หลายท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาสตราจารย์นายแพทย์วิจารณ์  พานิช นอกจากท่านจะมีบุคลิกลักษณะเป็นผู้ใหญ่ใจดี ยิ้มง่ายแล้วท่านยังมีเทคนิคในการนำเสนอเรื่องราวการจัดการความรู้อย่างน่าสนใจ ชวนติดตามและผมยกย่องให้ท่านเป็น บิดาแห่งการจัดการความรู้เมืองไทย  อีกท่านหนึ่งยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำของผมอยู่เสมอ คือท่านอาจารย์ ดร.ประพนธ์ ผาสุกยืด ซึ่งท่านมีพรสวรรค์ในการเขียนหนังสือ ชุด การจัดการความรู้อยู่หลายเล่ม ที่ผมประทับใจมากเล่มหนึ่ง คือ ชุดมือใหม่หัดขับ เล่มนั้นแหละที่ช่วยให้รู้จักโมเดลปลาทู และบทบาทคุณกิจ คุณเอื้อ คุณอำนวย คุณลิขิต ตัวละครในเรื่องการจัดการความรู้ ที่โด่งดังไม่แพ้ก้านกล้วย (ผมว่าน่าจะลองทำเป็นหนังแอนิเมชั่นแข่งกับก้านกล้วยบ้าง ดูจะเท่ห์ไม่เบา)  อีกท่านหนึ่งที่มีบุคลิกเป็นกันเองมาดเข้มนั่นคือคุณธวัช หมัดเต๊ะ ต้นตำหรับธารปัญญา คุณวรรณา  เลิศวิจิตรจรัส และอีกหลายท่านรวมถึง ดร.จันทวรรณ  น้อยวัน เจ้ายุทธจักรแห่งวงการบล็อกเมืองไทย  (ต้องขออภัยที่ไม่ได้เอ่ยถึงทุกท่าน ล้วนแล้วแต่มีคุณูปการต่อวงการจัดการความรู้ของเราทั้งสิ้น)
           

เพาะเมล็ดพันธุ์ การจัดการความรู้ KM: Knowledge Management)

            นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่สถาบันเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม ได้ก่อกำเนิดขึ้นมาท่ามกลางยุคเศรษฐกิจสังคมฐานความรู้ (Knowledge -Based Society) ซึ่งมีปณิธานมุ่งมั่นทำงานอย่างสร้างสรรค์ร่วมกับผู้ปฏิบัติงาน  ภาคีพันธมิตร และเครือข่ายเพื่อขับเคลื่อนสังคมไทยสู่สังคมที่มีความรู้เป็นฐาน และมีพันธกิจที่ชัดเจนในการดำเนินการส่งเสริมจัดการความรู้ในสังคมไทย ทั้งในภาคสังคม เศรษฐกิจพอเพียง และในภาคสังคม-เศรษฐกิจแข่งขัน  ทั้งในภาคราชการ ภาคธุรกิจเอกชน ภาคเอกชนที่ไม่หวังผลกำไร (NGO) และภาคประชาชน  ตลอดจนดำเนินการส่งเสริมการพัฒนาขีดความสามารถในการดำเนินการจัดการความรู้ในบริบทและรูปแบบที่หลากหลายรวมทั้งส่งเสริมขบวนการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่สังคมความรู้และสังคมการเรียนรู้ โดยมีการสร้าง ศาสตร์ ด้านการจัดการความรู้ในสังคมไทยไปพร้อมๆกับการดำเนินการดังกล่าว (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย 2548: 24)

ขยายผลสู่ชุมชน สังคมเป็นเครือข่าย
            จากพันธกิจดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เป็นสิ่งที่ท้าทายการดำเนินการจัดการความรู้เพื่อไปสู่จุดมุ่งหมายที่วาดหวัง ซึ่ง สคส.ได้เน้นการทำงานในลักษณะเครือข่าย (Network) ทำงานเชิงสร้างสรรค์ค์ เพื่อแสวงหารูปแบบของการจัดการความรู้ที่เหมาะสมต่อสังคมไทย  ดังนั้นการทำงานจึงไม่มีสูตรสำเร็จหรือมีรูปแบบที่ตายตัว กล่าวคือ ทำงานในลักษณะ ทำไปเรียนรู้ไป แบบ องค์กรเคออร์ดิก (Chaordic Organization) ซึ่ง สคส.ให้คำนิยามไว้ว่าองค์ประกอบขององค์กรเคออร์ดิก มี 6 ประการ โดยมีต่อย่อที่จำได้ง่าย คือ PPPOCP(สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย 2548: 24)

P – Purpose  มีเป้าประสงค์

P – Principle

มีหลักการ

P – Participation 

มีส่วนร่วม

O – Organization  

มีการจัดองค์การการทำงาน

C – Constitution  

มีกฎกติกามารยาท

P – Practice

มีการลงมือปฏิบัติจริง

จุดมุ่งหมายคือความหวังของคนไทยทั้งชาติ
            จะเห็นได้ว่าการจัดการความรู้ สคส.ไม่ใช่เป็นหน่วยปฏิบัติแต่เพียงผู้เดียว ในทางกลับกัน สคส.ได้บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความดี มีการสร้างเครือข่ายหน่วยงาน สถาบัน สถานศึกษา ชุมชนนักจัดการความรู้อยู่ทั่วแผ่นดินไทย  ดังจะเห็นได้จากปรากฏการณ์ในงานมหกรรมการจัดการความรู้แห่งชาติ ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมมิราเคิ่ล ยังไม่ถึงวันงานมีคนจองเข้าร่วมสัมมนาทะลุเป้า จนกระทั่งแม่งานใหญ่ (คุณหมอวิจารณ์  พานิช) ต้องแถลงข่าวขออภัยที่ไม่สามารถรับได้  ต่างจากงานแถลงข่าวอื่นๆที่ต้องการเรียกคนมาลงทะเบียนให้เต็มตามจำนวน   ปรากฏการณ์เช่นนี้สามารถทำนายได้ว่า ถ้าหากพลังเครือข่ายพันธมิตรนักจัดการความรู้ที่อยู่ทั่วประเทศมีความเข้มแข็ง มั่นคง แน่วแน่ยึดมั่นในอุดมการณ์ของนักจัดการความรู้  เชื่อว่าการขยับขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่สังคมฐานความรู้คงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม  ผมเป็นคนหนึ่งที่จะคอยให้กำลังใจ พร้อมที่จะก้าวไปด้วยกัน
            ในโอกาสครบรอบ 1 ปี ของ สคส.ผมขออ้างอิงอำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ท่านเคารพนับถือ จงดลบันดาลประทานพรให้ท่านผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคมตลอดจนพนักงานเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ประสบแต่ความสุขสวัสดิ์พิพัฒนมงคล สมบูรณ์พูลผลทุกทิวาราตรีกาลเทอญ

         ด้วยจิตคารวะ
     ปฐมพงศ์  ศุภเลิศ
       26 พ.ค.2549