การจัดกิจกรรมพัฒนาภาษาด้านการพูดเล่าเรื่อง
นายชัยวุฒิ สินธุวงศานนท์
ศึกษานิเทศก์ 7 สพท.นม.1
จากที่ได้นำเสนอถึงผลการประเมินพัฒนาการของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2
ของปีการศึกษา 2545
พัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กอยู่ในระดับต่ำเป็นลำดับที่สาม
และพัฒนาการทางสติปัญญาที่มีค่าเฉลี่ยร้อยละสูงสุด ได้แก่ การรู้ค่า
1-10 การปฏิบัติตามคำสั่ง
แต่ปรากฏว่าพัฒนาการด้านที่มีค่าเฉลี่ยร้อยละต่ำสุด ได้แก่
การพูดเล่าเรื่อง
หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546
เป็นหลักสูตรที่มุ่งพัฒนาให้เด็กมีพัฒนาการทุกด้านเหมาะสมกับวัย
จึงกำหนดจุดหมายของหลักสูตรด้านสติปัญญาไว้ว่า เด็ก 3-5 ปี
ใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย
มีความสามารถในการคิดและการแก้ปัญหาได้เหมาะสมกับวัย
มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์
มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้และมีทักษะในการแสวงหาความรู้
อีกทั้งคุณลักษณะตามวัยซึ่งเป็นความสามารถของเด็ก 5 ปี
พัฒนาการทางสติปัญญา ควรสนทนาโต้ตอบและเล่าเป็นเรื่องราวได้
เมื่อพิจารณาจากผลการประเมินพัฒนาการและจุดหมายของหลักสูตรกับคุณลักษณะตามวัยแล้ว
เด็กจึงควรได้รับการพัฒนาภาษาด้านการพูดเล่าเรื่องให้มีความเหมาะสมกับวัย
ธรรมชาติของมนุษย์นั้นจะใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารและสะท้อนถึงกระบวนการคิดของมนุษย์
โดยใช้การฟัง การพูด
การอ่านและการเขียนเป็นสื่อกลางของการคิดและการแก้ปัญหาต่าง ๆ
ซึ่งมูลนิธิชมรมไทย-อิสราเอล(2543) กล่าวว่า
การพัฒนามนุษย์ที่ถูกควรเริ่มต้นด้วยการพัฒนาความคิดก่อน
โดยมีภาษาเป็นหน่วยสำคัญในการช่วยให้คนเราได้พัฒนาความคิดอย่างต่อเนื่อง
ความรู้จะเกิดขึ้นอย่างพรั่งพรูจากกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาภาษาพูด
ภาษาเขียน ซึ่งครูจะเห็นได้ชัดเจนว่าเด็ก ๆ
นั้นอาศัยภาษาเป็นสื่อในการแก้ปัญหาต่าง ๆ
อย่างมีความหมายในกระบวนการเรียนรู้ทั่ว ๆ
ไปของเด็กในโรงเรียน
ปรัชญาแนวคิดที่มีความสำคัญในการพัฒนาภาษาของเด็กทั้งภาษาพูด ภาษาเขียน ก็คือปรัชญาแนวคิดในการเรียนรู้ภาษาอย่างธรรมชาติแบบองค์รวม (Whole Language Approach) โดยเน้นที่ธรรมชาติของเด็กที่มีวิธีการเรียนรู้ภาษาทั้งการฟัง การพูด การอ่านและการเขียนเป็นไปตามลำดับขั้น ซึ่งมีกระบวนการคิดเป็นหัวใจสำคัญ เด็ก ๆ จะเรียนรู้ภาษาจากสภาพแวดล้อม จากที่ผู้ใหญ่พูดให้ฟัง อ่านหนังสือให้ฟัง เปิดโอกาสให้พูด สนทนา ส่งเสริมกระตุ้นให้อ่านและเขียนจากภาพ สัญลักษณ์ ตัวอักษรไปตามพัฒนาการของเด็ก ดังนั้นครูจะต้องจัดหลักสูตรให้เหมาะสมกับพัฒนาการเด็ก และจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้โดยจัดมุมประสบการณ์ต่าง ๆ เช่น มุมหนังสือ มุมบ้าน มุมหมอ มุมตลาด มุมวิทยาศาสตร์ มุมจราจร ให้ประกอบด้วยหนังสือ กระดาษ ดินสอ สี สื่อ อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ส่งเสริมให้เด็กได้มีปฏิสัมพันธ์กับสื่อและสะท้อนการคิดด้วยการพูด สนทนา และแสดงบทบาทสมมุติออกมา
นิรมล ช่างวัฒนชัย (2541)
ได้เสนอแนวคิดในการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการพูด สามารถทำได้ดังนี้
การอธิบายหรือเล่าถึงภาพที่เห็น ทำท่าทางประกอบการพูด เล่านิทาน
ลำดับเรื่องตามนิทาน เรียกชื่อและอธิบายลักษณะสิ่งของ
จำและอธิบายลักษณะสิ่งของ อธิบายขนาดและสีของสิ่งของ
ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้คุณครูต้องใช้อย่างสม่ำเสมอ
ก็จะสามารถพัฒนาภาษาด้านการพูดเล่าเรื่องได้
โดยเฉพาะกิจกรรมการเล่านิทานหรือการเล่าเรื่องราวของเด็กจากภาพที่ตนเองวาด
เด็ก ๆ จะเล่าได้ดี ดังตัวอย่างข้างล่างนี้
น้องไนซ์ได้วาดภาพแล้ว
เล่าให้พ่อฟังและเขียนในสิ่งที่เขาเล่า
น้องไนซ์ก็สามารถเล่าเป็นเรื่องราวได้

ภาษาพูดเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาภาษาเขียนของเด็ก
เมื่อเด็กได้พัฒนาภาษาพูดอย่าง
ต่อเนื่องแล้วเด็กจะมีความรู้เกี่ยวกับคำต่าง ๆ ซึ่งจะเพิ่มพูนมากขึ้น
ๆ จากที่เด็กได้พูดเล่าเรื่อง สนทนาโต้ตอบ
ทักษะการสนทนาของเด็กจะพัฒนาได้อย่างเหมาะสม
สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้สามารถพัฒนาภาษาพูดและภาษาเขียนได้ดี คือ
ครู พ่อ แม่
ต้องเปิดโอกาสให้เด็กพูดเล่าเรื่องและรับฟังในสิ่งที่เด็กพูดอย่างตั้งใจและ
ใจเย็นรอรับฟังมนุษย์ตัวเล็ก
ๆ
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว, 2546.
นิรมล ช่างวัฒนชัย. เทคนิคการสอนศิลปะ ภาษา และวิทยาศาสตร์ สำหรับเด็กวัยอนุบาล. กรุงเทพฯ:ศิริวัฒนาอินเตอร์พริ้นท์, 2541.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. รายงานผลการประเมินพัฒนาการนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 ปีการศึกษา 2545. กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์ ร.ส.พ., 2546.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยไทย : ตามแนวการเรียนรู้ภาษาอย่างธรรมชาติแบบองค์รวม. กรุงเทพฯ:พริกหวานกราฟฟิค, 2543.