สิ่งที่หนูน้อยกระทำดังต่อไปนี้ จึงเหลือวิสัยจะคาดเดา

  เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ เป็นเรื่องจริงจากผู้พบเห็นเหตุการณ์จริง และเรื่องราวได้เกิดขึ้น และผ่านพ้นไปแล้ว ก่อนเทศกาลอันแสนสุข"วันลอยกระทง"จะมาถึง จึงขอเล่าเรื่องนี้ที่ส่งท้ายให้ผู้ทุกข์ทรมาน และได้รับการเยียวยาไปแล้วนั้น หมดทุกข์ หมดโศก กันเสียที

  มีครอบครัว สองครอบครัว สามีเป็นเพื่อนรักกันมาก วันหนึ่งครอบครัวแรก มีเหตุจำเป็น ต้องนำลูกมาฝากเพื่อนรักไว้ให้ช่วยดูแล เพราะเด็กเริ่มเข้าเรียนอนุบาล และแม่ของเด็ก ก็เลิกกับพ่อและทอดทิ้งลูกไป จากนั้น ตนเองก็ต้องเดินทางไกล เพื่อหาเงินและส่งมาให้เพื่อนรักที่ตนฝากลูกไว้ นานเป็นปี

   ระหว่างนั้น เด็กจะอยู่กับภรรยาของเพื่อนเป็นส่วนใหญ่ เธอเป็นคนใจร้าย ชอบดุด่าทุบตีเด็กอย่างคนมือไวเสมอ เด็กจะมีอาการกลัวรนราน

 ผู้เล่า ได้เล่าให้ผู้เขียนฟังว่า รู้สึกสงสารเด็ก แต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร

  ต่อมาเวลาผ่านไปเนิ่นนาน อาการของหนูน้อยเริ่มเปลี่ยนไป จะเป็นการปรับตัว หรืออะไรผู้เขียนก็เรียกไม่ถูก กล่าวคือ เมื่อหญิงใจร้าย ทำท่าตรงเข้ามาหา ซึ่งเขาคงคาดการณ์แบบเด็กๆ ไว้แล้วว่า ต้องโดนตีอีกเช่นเคย

 ดังนั้นสิ่งที่หนูน้อยกระทำดังต่อไปนี้ จึงเหลือวิสัยจะคาดเดา

   "เขาใช้มือทั้งสอง ทุบตีตนเอง ใช้เล็บข่วนผิวหนังตามหน้าตา เนื้อตัว จนเกิดริ้วรอย เลือดออก ทำด้วยความรู้สึกรุนแรง ตั้งใจ ให้ได้เห็นความเจ็บปวดกันต่อหน้า และได้ผลหญิงคนนั้น ก็ไม่เข้าได้ซ้ำเติมเขาอีก"

       เด็กน้อยหาทางออก ด้วยการทำร้ายตนเอง ลงโทษตัวเองอย่างเจ็บปวดตลอดมา

จนเวลาผ่านไป ประมาณ 1 ปี พ่อก็กลับมารับลูกไปอยู่ด้วย

ผู้เขียนหรือผู้เล่าเรื่อง ก็ไม่มีโอกาสรับรู้อีกต่อไป ว่าชะตากรรมของหนูน้อยจะเป็นอย่างไร หลังจากได้รับความบาดเจ็บในอารมณ์และร่างกาย ทั้งที่ถูกกระทำและกระทำตัวเอง

  ขอให้เขาโชคดี และความรักของพ่อ จะได้ช่วยเยียวยา จนเขาลืมเรื่องราวในอดีตได้ จนหมดสิ้น

อาจจะมองได้หลายแง่มุม ทั้งกรรมเวร และความปรวนแปรของจิตใจคน

เป็นเรื่องเล่าก่อนนอน ที่เราจะได้มีเวลา ส่งความปรารถนาดี ไปให้หนูน้อยนั้น ได้อยู่อย่างเป็นสุขเสียที

    ขอให้.......เมตตาธรรมค้ำจุนโลกา

 ดั่งฝนจากฟ้า

 หลั่งมาชะโลมลงดิน...