นิยายรักสลดรันทดใจ นางร้ายได้พระเอก
ตอนที่ 1 เทพบุตรลาสวรรค์
ในอดีตอันแสนไกล
พญาสุรัสวดีมารก่อนจะเข้าไปพักยังสถานวิมารของตนได้สั่งกับธิดาทั้งสาม คือ นางตัณหา ราคา และอรดี ไว้ว่า
“ลูกพ่อ เว้นจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว พวกเจ้าจงพยายามทุกวิถีทาง เพื่อพัวพันเอาเหล่ามนุษย์และสาวกของพระสมณะโคดมให้อยู่ในอำนาจของวัฏฏะให้มากที่สุด” ธิดาของพญามารทั้งสามก็รับคำของบิดา ตั้งแต่บัดนั้น สามธิดามารก็สอดส่องหาช่องทาง เพื่อดำเนินแผนการพัวพัน หน่วงรั้ง สาวกของพระพุทธศาสนาและชาวโลกในลัทธิต่าง ๆ ให้ตกอยู่ใต้อำนาจของตน ถึงกับลงทุนใช้อิทธิฤทธิ์ของตนตกแต่งสวรรค์ทุกชั้นให้วิจิตรพิสดารกว่าเดิม ปรับปรุงโฉมใหม่ เพื่อล่อลวงให้เหล่าเทพบุตรและเทพธิดาทั้งหลายในสวรรค์ รั้งอยู่ในสวรรค์นานเท่านาน ทั้งยังสรรเสริญคุณของสวรรค์ทุกชั้นให้บรรดาชาวโลกได้รับรู้และปรารถนา ทั้งสวนทิพย์ สถานรมณียาต่าง ๆ ก็งดงามยิ่งกว่าเดิมนับร้อยนับพันเท่า น่าแปลกที่มิได้มีเทวดาชั้นกามาวจรภูมิท่านใดตระหนักถึงภัยพิบัติครั้งนี้ เพราะเทพบุตรทุก ๆ องค์ตั้งแต่ท้าวสักกะจอมเทพลงมา ต่างก็หลงใหลความวิจิตรพิสดารของสวรรค์โฉมใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิม สามธิดามารต่างผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันวางบ่วงมารดักเหล่าเทพธิดาและเทพบุตรด้วยเครื่องประทินผิว เสื้อผ้า แฟชั่น และเครื่องเล่นสนุกสนานต่าง ๆ นานาด้วยหวังว่าจะผูกพันจิตใจของเหล่าเทพและมวลมนุษย์เอาไว้ในกามราคะ ความอยากและความยินดี ให้มากที่สุด
สำหรับโลกมนุษย์นั้น เพียงนางตัณหากับนางราคะสองนางก็ยุยงให้มนุษย์ริเริ่มการละเล่นต่าง ๆ ทั้งผับบาร์อันวิจิตร คาราโอเกะ โรงแรม เลาท์ เหล้ายาเสพติดชนิดใหม่ ๆ ที่มนุษย์คิดค้นขึ้นมาเสพ ล้วนเป็นสองนางนี้ดลบันดาลจิตใจให้มนุษย์ริเริ่มสร้างขึ้น เพื่อหลอกล่อให้ผู้คนตกอยู่ในบ่วงกาม ในขณะที่นางอรดีนั้น เที่ยวดลจิตใจให้สาวกของพระสมณะโคดมผู้อยู่ในพุทธศาสนาโฆษณาเพียงคุณของสวรรค์ให้ผู้คนยินดีในบุญเพื่อไปสวรรค์อันวิจิตรเท่านั้น ภาพที่เหล่านักบวชแสดงธรรมเทศนาเพื่อให้ผู้คนทำบุญอธิษฐานสวรรค์สมบัติจึงมีให้เห็นเกลื่อนไปในโลกมนุษย์ จนกระทั่งปัจจุบันบ่วงมารของสามธิดายิ่งมายิ่งหนาแน่น
ในวิมานอันวิจิตพิสดารแห่งหนึ่ง ซึ่งประดับประดาไปด้วยดอกไม้นานาพรรณที่ส่งกลิ่นห่อมอ่อน ๆ ทั่งทั้งบริเวณ แสงแดดสาดส่องรำไรตลอดกาลราวกับเป็นเวลาเช้าที่สดใส เสียงน้ำตกดังต่อเนื่องไม่ขาดระยะ ดอกไม้ผลิบานตลอดกาลไม่มีวันเหี่ยวแห้ง ที่นี่คือเมธาวลัย เป็นทิพยสถานวิมานของ เมธาเทพบุตร หลังจากที่ได้สดับรับฟังอภิธรรมจากพระโอฐของพระสมณะโคดมศาสดาสัมพุทธเจ้า เมื่อคราวสมัยที่พระองค์เสด็จเทวโลกโปรดพุทธมารดา เมธาเทพบุตรก็ตรึกตรองในธรรมนั้น จนพบว่ายิ่งนับวันตนเองยิ่งมีแสงสว่างในบุญมากขึ้น ยิ่งพิจารณายิ่งเห็นข้อจำกัดของตนเองที่เป็นเทวดาชั้นกามาวจรภูมิไม่สามารถจะบรรลุธรรมชั้นสูงได้ ทั้งพุทธศาสนาในโลกมนุษย์ก็ล่วงเลยมาถึงกึ่งพุทธกาลแล้ว มนุษย์ต่างหากันหลงใหลอยู่ในบ่วงมารจนไม่มีใครสนใจพุทธศาสนาอย่างจริงจัง ด้วยความปลื้มปีติในบุญที่ตนได้รับฟังพระธรรมจากพระศาสดา เมธาเทพบุตรจึงดำริที่จะลงมาสู่โลกมนุษย์ เพื่อออกบวชช่วยเหลือในการสืบทอดพุทธศาสนาของพระสมณะโคดมและหาหนทางบรรลุธรรมชั้นสูง
“มีเพียงในภพมนุษย์เท่านั้นที่เราจะสามารถบรรลุธรรมชั้นสูงได้” เมธาเทพบุตรตริตรองในใจ
“แต่เหล่านางฟ้าของเรานี่สิ พวกนางจะยินยอมให้เราลงไปบวชหรือเปล่า พวกนางคงพัวพันเราไปไม่สิ้นสุด จำเราจะต้องลวงพวกนางให้ตายใจไม่ติดตามเราลงไป” เพียงเมธาเทพบุตรคิดจะลงไปยังโลกมนุษย์ สัญญาณแห่งความคิดก็ส่งไปยังจิตของธิดามารซึ่งแอบสอดส่องดูอยู่แล้ว ราคาธิดามารจึงเดินทางมายังวิมานของเมธาเทพบุตร
ภายในเมธาวลัยเหล่าเทพธิดาต่างพากันเศร้าศร้อย เมื่อเมธาเทพบุตรกล่าวลาพวกนางลงไปยังโลกมนุษย์
“หม่อมฉันจะลงไปด้วยเพคะ”
“หม่อมฉันด้วย” เทพธิดาทั้ง 500 นางต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน
“ไม่ได้หรอก เราไปคราวนี้หวังจะได้สืบทอดพุทธศาสนาให้ยืนยงต่อไปคู่กับชาวโลก ไม่อาจเสียเวลากับพวกท่านได้ แนะเทพธิดาทั้งหลาย พวกเธอจงรอคอยเราอยู่ในที่นี้เถิด เผื่อว่าเราตกระกำลำบากในโลกมนุษย์ก็ยังหวังพวกท่านช่วยเหลือยามอับจน”
“ให้หม่อมฉันสักคนตามเสด็จลงไปด้วยเถิดเพคะจะได้ปรนนิบัติรับใช้”
“อย่าเลย พวกท่านอยู่ที่นี้จะดีกว่า” ว่าแล้วเมธาเทพบุตรก็จุติลงจากสวรรค์มายังโลกมนุษย์ โดยไม่ฟังคำทัดทานจากเทพธิดาองค์ใด
เมธาเทพบุตรคิดว่า หากยิ่งอยู่นาน พวกเทพธิดาจะทำให้เกิดความอาลัยจนไม่อาจจากพวกนางไป จำต้องรีบฉวยโอกาสลงมาจุติ เพียงเมธาเทพบุตรลับตาไปยังโลกมนุษย์ ราคาธิดามารก็มาถึงเมธาวลัย
“พวกท่านหลงกลแล้ว เมธาเทพบุตรของพวกท่านเมื่อออกบวชในโลกมนุษย์จักบรรลุธรรมขั้นสูงและจะไม่กลับมาหาพวกท่านอีก อย่าได้ประมาทบุญในพุทธศาสนาเชียวนะ ยิ่งสั่งสมบุญและยิ่งอยู่ใกล้พระธรรมมากเท่าใด เทพบุตรของพวกท่านยิ่งห่างออกไปมากเท่านั้น โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่พระอนาคามิผลเป็นต้นไป เขาก็จะไม่กลับมาหาพวกท่านอีกตลอดกาล” ธิดามารใช้วาทศิลป์ในการโน้มน้าวใจ รวมกับอิทธิฤทธิ์มนต์สะกดใจ ทำให้เทพธิดาทั้งห้าร้อยนางหลงคารมสำเร็จ
วาสนาเทพธิดา ผู้เป็นอาวุโสสูงสุดในเทพธิดาทั้งห้าร้อยจึงได้เริ่มระดมความคิด
“ท่านเทพบุตรหลอกลวงพวกเรา ท่านกำลังจากพวกเราไปตลอดกาล อย่ากระนั้นเลยพวกเราจงช่วยกันขัดขวาง และนำท่านกลับมายังเมธาวลัยแห่งนี้ให้จงได้”
“แล้วเราจะส่งใครไปดีละ”
“ก็ต้องกรรณิกาคนโปรดของท่านสิ”
“แน่นอนเราอาสา”
“แต่นิรมลเทพธิดา อายุน้อยที่สุดในหมู่พวกเราทั้งยังหน้าตาดีที่สุดด้วย ควรส่งนางลงไป”
“ต้องเป็นคนที่มีความผูกพันธ์กับท่านเทพบุตรมานานหลายภพชาติที่สุดจึงจะดี” ราคาธิดามารเสนอความเห็น
“งั้นก็ต้องเป็นนิรมล เพราะเธอสั่งสมบุญร่วมกับท่านเทพมามากกว่าใคร”
“และต้องอธิษฐานให้ระลึกชาติได้ด้วยนะจึงจะดี” ราคาธิดามารชี้ช่องให้เสร็จสรรพ
“ไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วง เราจะช่วยเหลือเธอทุกวิถีทางที่จะช่วยได้ เพื่อให้เขากลับคืนมา” เหล่าเทพธิดาต่างล่ำลานิรมลเทพธิดา
“เราจะให้พรแก่เธอ ให้เธอจุติในตระกูลที่ดีและร่ำรวยเพียบพร้อมในทุก ๆ ด้าน” ราคาธิดามารประสาทพร
“งั้นตกลง” ว่าแล้วนิรมลเทพธิดาก็ก้าวลงจากสวรรค์ไปยังโลกมนุษย์
“ไม่ต้องห่วงน้องหญิงทั้งหลาย เดี๋ยวเราจัดให้พวกเขาได้เจอกันพวกเธอคอยหนุนให้ดีเถอะ” ราคาธิดามารหายวับไปทำหน้าที่ของตน ในขณะที่เหล่านางเทพธิดา499องค์ เตรียมการตามหาตัวของเมธาเทพบุตรผู้ลงไปจุติยังครรภ์มารดาในโลกมนุษย์
ไปที่ oknation.net/blog/sawnoyzi เพื่ออ่านนิยายทั้งหมดที่มีครับ เพราะระยะหลังนี่ยุ่งมากจนไม่มีเวลามาโพสครับ ทำได้แค่บล็อกเดียว
นิยายดีมีสาระ ดีอย่างนี้เเหละค่ะ
ได้ยินพระอาจารย์พูดถึงนางเอกร้ายได้พระเอกหลายครั้ง ไม่เคยได้อ่านสักทีวันนี้ได้อ่านท่อนแรก
โอ้ถ้าได้อ่านท่อนต่อไปก็คงดีเนาะ
ไปดูกรุมาแว้ววว