งานก็เครียดพอแล้วคิดในแง่บวกเข้าไว้ดีกว่าเนอตาน่ะ....

29 สิงหาคม 2552 14.00 น.

ช่วงเช้าฟังวิชาการอาจารย์หมอจาก รพ.มอ.หาดใหญ่ เรื่องการดูแลผู้ป่วยทางด้าน

อายุรกรรม เรื่องผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเหลือด  เรื่องภาวะการติดเชื่อในกระแสเลือด

โดนโทรตามเรื่องผู้ป่วยเตียงเสริม 1 ผู้ป่วยอายุ 67 ปี มาด้วยเรื่องซีดเช้านี้ส่งทำ

Gastosope (ส่องกล้องทางเดินอาหาร) ปรากฎว่าเราอยู่เวรบ่ายเมื่อวานก็

บอกคนไข้แล้วว่าหลังเที่ยงคืนงดน้ำงดอาหารทุกอย่างติดป้ายแล้วคุณตารับทราบแล้ว

ผลปรากฎว่า....ลุงกินข้าวเช้าเรี้ยบเลย.....โดนหมอดุละสิ...พยาบาลไม่ได้บอกเหรอลุง

หมอถามคนไข้..ตา...ตอบเต็มปากเต็มคำไม่ได้บอก...เขาเลยโทรตาม....พอตาเห็น

หน้าเรา....ตาก็ยิ้มตอบเสียงเบาๆบอกหมอใหม่...อีสาวนี้มันบอกแล้ว...แต่เห็นเขามา

แจกข้าวหิวไม่ได้กินข้าวมาสี่ห้าวันแล้ว...เลยกินไปนิดหนึ่ง.....(คนแจกคงไม่ทันดูป้ายปลายเตียง)

ครูซ่อมคนก็เลยยิ้มตาแก่ก็ตอบความจริงตามประสาแก่....สงสารแก่มากกว่าแก่บอกหมอ

ตอนแรกว่าเราไม่ได้บอกก็คงเพราะกลัวหมอจะว่า....ครูซ่อมคนไม่ได้ว่าอะไรตา

เพราะไม่รู้จะว่าอะไรก็แก่กินไปแล้วว่าแก่ใช่ว่าจะทำได้.......ได้แต่บอกแก่ว่าตาต้องพูด

ความจริงเพราะถ้าตากินไปแล้วไปทำตาอาจเกิดอันตารายเกิดกับตาได้...

ตาก็หัวเราะ(ในใจคงนึกว่าเกือบไป.......)

ครูซ่อมคนกลับมองหน้าคุณหมอนิ่งนานสักครู่หนึ่ง....จนหมอหลบตา.....

.....(ในสายตาที่ครูซ่อมคนมองแทนคำพูดว่า...ก่อนคุณโวยวายคุณถามเหตุผลคนไข้ยัง

การโวยวายหาคนผิด...มันไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นเลย....)

..........เรื่องนี้จบลงที่ว่า....เพราะตามันหิวน่ะหลาน....5555

งานก็เครียดพอแล้วคิดในแง่บวกเข้าไว้ดีกว่าเนอตาน่ะ....คืนนี้เวรดึกคนไข้เตียงไหนจะ

แอบกินข้าวอีกน่ะ.....