การบรรเลงปี่พาทย์ให้งานทอดกฐินวัดยางทองครั้งนี้ ไปรับความร่วมมือด้วยดีจากครู เพื่อนๆ น้องๆ และหลานๆ ขอขอบคุณ ขอบใจ ทุกท่านเป็นอย่างยิ่งมา ณ โอกาสนี้

งานทอดกฐินสามัคคีวัดยางทอง อ.เมือง จ.สงขลา ปี 2552 เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2552 นอกจากช่วยงานอื่นๆแล้ว กระผมในฐานะคนดนตรีไทย จึงได้รับมอบหมายจากพระมหาชัยวุธ ให้จัดวงดนตรีไทยเพื่อใช้ประกอบพิธี การดำเนินงานจึงเริ่มจากติดต่อหาพรรคพวกเพื่อกำหนดตัวนักดนตรี จากนั้นจึงหาเครื่องดนตรีไทยที่จะใช้ในการบรรเลง สรุปว่า ได้รับอนุเคราะห์เครื่องดนตรีไทยประเภทวงปี่พาทย์เครื่องหก จาก ม.ราชภัฏสงขลา และนักดนตรีไทยที่ร่วมบรรเลงประกอบด้วย ครูบรรเทิง และครูไชยวุธ จาก ม.ราชภัฎสงขลา ครูเอกและลูกชายคือน้องเขต จากสุราษฎร์ธานี ครูโต้ง จากหาดใหญ่ ครูหนุ่ย จาก มอ.หาดใหญ่ กระผมและลูกชายคือน้องแคน นอกจากนี้ยังมีนักศึกษาจาก ม.ราชภัฏสงขลา มาช่วยบรรเลงในช่วงกลางคืนที่สมโภชกฐินด้วย

 

ทำไมต้องใช้วงปี่พาทย์ ปกติวงดนตรีไทยมาตรฐานของไทยมี่ 3 ประเภทคือ วงปี่พาทย์ วงเครื่องสาย และวงมโหรี วงดนตรีแต่ละประเภทนั้นมีจุดประสงค์และวิธีการใช้บรรเลงที่แตกต่างกันไป สำหรับวงปี่พาทย์นั้น มีจุดประสงค์หลักอยู่ 2 ประการคือ ประกอบพิธี และ ประกอบการแสดง ดังนั้น การจัดวงดนตรีไทยในงานกฐินครั้งนี้ผมจึงต้องจัดเป็นวงปี่พาทย์ อีกประเด็นปลีกย่อยของวงพี่พาทย์ก็คือวงประเภทนี้มีหลายชนิด และหลายขนาด เช่น วงปี่พาทย์เครื่องห้า วงปี่พาทย์เครื่องคู่ และวงปี่พาทย์เครื่องใหญ่ (นี่ยังไม่รวมวงปี่พาทย์มอญ และวงปี่พาทย์นางหงส์ที่ใช้ในงานศพนะครับ) การจัดวงครั้งนี้จึงจัดเป็นวงปี่พาทย์เครื่องหก ซึ่งก็คือวงปี่พาทย์เครื่องห้า อันประกอบด้วย ปี่ใน ระนาดเอก ฆ้องวงใหญ่ ตะโพน-กลองทัด และฉิ่ง แล้วเพิ่มระนาดทุ้มเข้าไปอีก 1 เครื่อง จึงกลายเป็นวงปี่พาทย์เครื่องหก ลำดับการบรรเลง ตามที่ได้กล่าวมาข้างต้นว่าจุดประสงค์ของการใช้วงปี่พาทย์ คือการบรรเลงเพื่อประกอบพิธีการมากว่าการบรรเลงเพื่อความบรรเทิง ดังนั้นลำดับการบรรเลงเพลงต่างๆ จึงต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของแบบแผนการดนตรีไทย กล่าวคือ  

 

การบรรเลงในวันสมโภชกฐิน

  • เวลาประมาณ 16.00 น. ขนเครื่องดนตรีไทยไปที่วัด จัดสถานที่และจัดเครื่องดนตรีตามลักษณะของวงปี่พาทย์เครื่องหก คือ เมื่อหันหน้าเข้าวงวงดนตรีจากซ้ายมือ เครื่องดนตรีแถวหน้าประกอบด้วย ตะโพน ระนาดเอก ระนาดทุ้ม และกลองทัด แถวที่สองประกอบด้วย ปี่ใน และฆ้องวงใหญ่ ส่วนฉิ่งนิยมให้นั่งตรงกลางระหว่างระนากเอก ระนาดทุ้ม และฆ้องวงใหญ่ เพื่อให้ทุกคนฟังเสียงฉิ่งได้ชัดเจน
  • เมื่อจัดตั้งวงเครื่องดนตรีไทยเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องมีการบูชาครู ปกติเป็นหน้าที่ของครูผู้ใหญ่ หรือนักดนตรีอาวุโสในวง แต่การบรรเลงครั้งนี้ กระผมได้รับมอบหมายจากครูบรรเทิงผู้อาวุโสสูงสุดให้ทำหน้าที่บูชาครู โดยการเตรียมเครื่องกำนลบูชาครู ประกอบด้วย ดอกไม้ ธูป-เทียน และเงินกำนล 12 บาท (บางวงมีเหล้าและบุหรี่ด้วย แต่หากผมทำหน้าที่บูชาครูจะไม่ใช้) การบูชาครูก็เริ่มด้วย บูชาพระรัตนตรัย ตั้งนโม บูชาพระคเณศ บูชาครูดุริยเทพและครูดนตรีไทยอื่นๆ และขออำนวยพรให้การบรรเลงดนตรีไทยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ราบรื่น ปราศจากอุปสรรค
  • การบรรเลงเริ่มด้วยเพลงชุดโหมโรงเย็น ประกอบด้วย สาธุการ ตระ รัวสามลา เข้าม่าน ปฐม ลา เสมอ รัว เชิด กลม ชำนาญ กราวใน ต้นชุบ และ ลา เพื่อเป็นการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และประกาศให้รู้ว่าจะมีการประกอบพิธีในงานนี้
  • จากนั้น พักเพื่อรับประทานอาหารเย็น (ประเด็นนี้ขอขยายความเพิ่มเติม เพราะบุคคลทั่วไปอาจจะไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมนักดนตรีไทยจะบรรเลงก่อนกินข้าว หรือทำไมต้องหยุดการบรรเลงกลางคันเพื่อกินข้าว หลายครั้งที่ผมพาวงดนตรีไทยไปบรรเลงเจ้าภาพจะเชิญกินข้าวก่อนแล้วค่อยบรรเลง อันที่จริงมีนัยนิดหน่อยคือ 1) ไม่กินข้าวก่อนการบูชาครู 2) เพื่อทดสอบความพร้อมของเครื่องดนตรี หากมีปัญหาขณะกินข้าวจะได้ปรับแต่ง 3) เตือนแม่ครัวให้ทราบว่าปี่พาทย์มาแล้ว(555)
  • ในช่วงพิธีการ มีการบรรเลง 2 ลักษณะสลับกันตามโอกาสคือ บรรเลงประกอบพิธีในการรับพระ จุดธูปเทียน หลังเจริญพระพุทธมนต์ และส่งพระ สำหรับก่อนและหลังพีธีก็เป็นการบรรเลงเพื่อความบรรเทิง
  • ก่อนเลิกการบรรเลงในแต่ละครั้งจะต้องบรรเลงเพลงลา เพื่อขอขมาครูดนตรี และบอกลาผู้มาร่วมงานพิธี

 

การบรรเลงในวันทอดกฐิน

  • ประมาณแปดโมงเช้า นักดนตรีมาพร้อมกันที่งาน จัดเตรียมเครื่องดนตรีให้เรียบร้อย
  • เริ่มบรรเลงด้วยเพลงชุดโหมโรงเช้า ประกอบด้วย สาธุการ เหาะ รัว กลม และ ชำนาญ จุดประสงค์ก็เหมือนการบรรเลงโหมโรงเย็น
  • ส่วนการบรรเลงประกอบพิธีก็เช่นเดียวกับการสมโภชกฐิน
  • ก่อนเลิกการบรรเลงก็มีการบรรเลงเพลงลา จากนั้นผู้บรรเลงตะโพนต้องลาเครื่องกำนลที่ใช้บูชาครูในวันแรก ส่วนเงินค่ากำนลนั้น ให้นำไปทำบุญถวายพระ

การบรรเลงปี่พาทย์ให้งานทอดกฐินวัดยางทองครั้งนี้ ไปรับความร่วมมือด้วยดีจากครู เพื่อนๆ น้องๆ และหลานๆ ขอขอบคุณ ขอบใจ ทุกท่านเป็นอย่างยิ่งมา ณ โอกาสนี้ หลังการบรรเลง นักดนตรีได้รับพระคเณศจากพระมหาชัยวุธเป็นที่ระลึก  

บรรยาการการบรรเลงวงปี่พาทย์