1.องค์ประกอบของระบบการสื่อสารข้อมูลประกอบด้วยอะไรบ้าง พร้อมอธิบายความหมายแต่ละส่วนประกอบ

ตอบ    โดยปกติในการส่งข่าวสารจากที่แห่งหนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่ง จะต้องมีองค์ประกอบของระบบอย่างน้อย 3 ประการ คือ

                1 ผู้ส่ง (Source) : สร้างข้อมูลและส่งข้อมูล

                2 ผู้รับ (Receiver) : ปลายทางของการส่งข่าวสาร

                3 ตัวกลางในการส่ง (Transmission Medium) : นำข้อมูลจากผู้ส่งไปให้ผู้รับ

 

 

 

 

 

2.สัญญานอนาลอกและดิจิตอลต่างกันอย่างไร

ตอบ            อะนาลอก หมายถึง สัญญาณที่มีความต่อเนื่อง ค่าความสูงต่ำของสัญญาณ เฟส และความถี่ จะแทนความหมายของข้อมูลที่ต้องการ หากเทียบหลอดไฟที่มีแสงสว่างหลอดหนึ่ง การหรี่ไฟให้หรี่ลงจนดับมืด แล้วค่อย ๆ เร่งให้สว่างขึ้นมันจะค่อยๆ สว่าง และค่อย ๆ มืดตามจังหวะการเร่งและการลด สิ่งนี้แหละที่เทียบได้กับ "อะนาลอก" นั่นคือ อะนาลอก หมายถึง สัญญาณที่มีความต่อเนื่อง ค่าความสูงต่ำของสัญญาณ เฟส และความถี่ จะต่อเนื่องกันขึ้น-ลง ตามความแรงความเบา ความมืดความสว่าง ฯลฯ

ตัวอย่างเช่น  วิทยุ AM. MONO คือเพลงแรกที่ฟังได้จากคลื่นเสียงอะนาล็อกระบบวิทยุกระจายเสียง ที่คนฟังได้รับล้วนเป็นคลื่นเสียงอะนาล็อกที่กระจายเสียงด้วยระบบ AM. Mono เครื่องเสียงตามบ้านส่วนใหญ่ก็ยังเป็น วิทยุหลอดที่ใช้ไฟฟ้า หรือวิทยุทรานซิสเตอร์ที่ใช้ถ่านไฟฉายฟังกันจากคลื่นเสียงแบบอะนาลอกเป็นต้น


 ดิจิตอล-digital ต้องเริ่มด้วยคำโบราณ "ดิจิต" แปลว่า นิ้ว อันสืบเนื่องยาวมาจากยุคโรมันผู้คิดคำนวณเลขด้วยวิธีการนับนิ้ว และเนื่องจากนิ้วมี 10 นิ้ว การนับจึงเรียกว่าเลขฐาน 10 คือนับตั้งแต่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 0 เมื่อถึง 0 แล้วจะนับต่อก็ต้องเอาเลขมาเรียงกัน ซึ่งจะได้ 10 11 12 ดิจิตอล หมายถึง สัญญาณที่ไม่ต่อเนื่อง มีค่าความสูงต่ำเพียงสองระดับ จังหวะของความสูงต่ำของสัญญาณ จะแทนความหมายของข้อมูลที่ส่ง เพื่อที่จะให้เข้าใจถึงความแตกต่างลองดูตัวอย่าง การใช้แสงจากหลอดไฟเพื่อส่งสัญญาณดังนี้ ใช้วิธีปิดเปิดไฟ โดยกำหนดจังหวะการปิดเปิด (เหมือนกับรหัสมอส) เราจะเห็นความสว่างเพียงสองระดับคือมืดกับสว่างและไม่มีความต่อเนื่อง แสงจะสว่างขึ้นและดับลงในทันทีเป็นช่วงๆ วิธีการนี้จะเรียกได้ว่าเป็นการส่งสัญญาณแบบดิจิตอล ด้วยวิธีการแบบ ดิจิตอล จะทำให้สัญญาณไม่ผิดเพี้ยนด้วยการเข้ารหัสข้อมูล เพราะมีแต่ 0 กับ 1 หรือ เปิด กับ ปิด หรือจะเรียกว่า ถูก และผิด ก็ใช่ การมีแค่ 1 กับ 0

เบอร์ 1 คือ มีสัญญาณ(โดยไม่สนว่าจะมากน้อยแค่ไหน ถ้ามีสัญญาณเข้ามาคือ 1 เบอร์ 0 คือ ไม่มีสัญญาณมาถึง คือ ไม่มี คือ 0
-----
เราจึงนำสัญญาณทั้งหมดมากำหนดเป็นให้เป็นรหัสแทนค่า หรือแทนความหมายต่าง ๆ เช่น
0000 หมายถึง 0
0001 หมายถึง 1
0010 หมายถึง 2
0011 หมายถึง 3
0100 หมายถึง 4
0101 หมายถึง 5
0110 หมายถึง 5
0111 หมายถึง 7
1000 หมายถึง 8
1001 หมายถึง 9
1010 หมายถึง 10
เป็นต้น

3.ทิศทางการส่งข้อมูลมีรูปแบบที่แยกตามจำนวนผู้รับ มีอะไรบ้าง พร้อมอธิบาย

ตอบ            ทิศทางการส่งข้อมูล (TRANSMISSION MODE)
     การส่งข้อมูลของระบบคอมพิวเตอร์ สามารถจำแนกทิศทางการส่งข้อมูลได้เป็น 3 รูปแบบดังนี้
1. การส่งข้อมูลแบบทิศทางเดียว (simplex transmission)
     เป็นการสื่อสารข้อมูลที่มีผู้ส่งข้อมูลทำหน้าที่ส่งข้อมูลแต่เพียงอย่างเดียว และผู้รับข้อมูลก็ทำหน้าที่รับข้อมูลแต่เพียงอย่างเดียวเช่นกัน การส่งข้อมูลในลักษณะนี้ เช่น การส่งสัญญาณของสถานีโทรทัศน์ไปยังเครื่องรับโทรทัศน์ โดยที่สถานีส่งสัญญาณโทรทัศน์จะทำหน้าที่ส่งสัญญาณเท่านั้น และเครื่องรับโทรทัศน์ก็จะทำหน้าที่รับสัญญาณเท่านั้นเช่นกัน
2. การส่งข้อมูลแบบสองทิศทางสลับกัน (half-duplex transmission)
     เป็นการสื่อสารข้อมูลที่มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้รับและผู้ส่ง โดยแต่ละฝ่ายสามารถเป็นทั้งผู้ส่งและผู้รับข้อมูล แต่จะต้องสลับกันทำหน้าที่เป็นผู้ส่งข้อมูล จะเป็นผู้ส่งข้อมูลพร้อมกันทั้งสองฝ่ายไม่ได้ ลักษณะการส่งข้อมูลประเภทนี้ เช่น การสื่อสารโดยใช้วิทยุสื่อสาร ซึ่งผู้ที่จะส่งข้อมูลต้องกดปุ่มเพื่อส่งข้อมูล ในขณะนั้นผู้อื่นจะเป็นผู้รับข้อมูล
3. การส่งข้อมูลแบบสองทิศทางพร้อมกัน (full-duplex transmission)
     เป็นการสื่อสารข้อมูลที่มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลของทั้งผู้ส่งและผู้รับข้อมูล โดยทั้งสองฝ่ายสามารถเป็นผู้ส่งและผู้รับข้อมูลได้ในเวลาเดียวกัน และสามารถส่งข้อมูลได้พร้อมกัน ลักษณะการส่งข้อมูลแบบสองทิศทางพร้อมกัน เช่น การสื่อสารโดยใช้โทรศัพท์ ซึ่งทั้งสองฝ่ายสามารถพูดพร้อมกันได้ในเวลาเดียวกัน
     โดยปกติการสื่อสารข้อมูลส่วนใหญ่จะไม่ใช่การส่งข้อมูลแบบสองทิศทางพร้อมกัน ตัวอย่างเช่น การใช้โทรศัพท์ ถึงแม้ว่าจะสามารถส่งข้อมูลได้สองทิศทางพร้อมกัน แต่เวลาพูดยังคงต้องสลับกันพูด อีกตัวอย่างหนึ่งคือ การสื่อสารระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งบางครั้งดูเหมือนว่าเป็นแบบสองทิศทางพร้อมกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วเป็นการส่งข้อมูลแบบสองทิศทางสลับกัน ซึ่งช่วงเวลาที่สลับกันนี้อาจเป็นช่วงเวลาที่เร็วมาก จึงดูเหมือนว่าเป็นการส่งข้อมูลสองทิศทางพร้อมกัน

4.ให้นักศึกษายกตัวอย่างของการสื่อสารโทรคมนาคม (10 ตัวอย่าง)

ตอบ            - โทรทัศน์

                  - โทรศัพท์

                  - วิทยุ

                  - โทรเลข

                  - อินเตอร์เน็ต

                  - วิทยุสื่อสาร

                  - บูลทรูส

                  - อีเมลล์

                  - โทรสาร

                  - โมเด็ม

 

5.ยกตัวอย่าง มาตรฐาน ANSI ,CCITT,IEEE,ISO อย่างละ3ตัวอย่างขึ้นไป

ตอบ            ANSI 1.มาตรฐานในการกำหนดเทคโนโลยีเครือข่าย

2.มาตรฐานภาษาในการเขียนโปรแกรม

3.มาตรฐานของสินค้า เช่น กระดาษ ซึ่งใกล้เคียงกับ มาตรฐานกระดาษของ ISO

                        CCITT 1.มาตรฐานเกี่ยวกับภาษาซี

2. มาตรฐานการเชื่อมต่อระหว่างประเทศ 

3.มาตรฐานโครงข่ายโทรเลขและโทรศัพท์

 

                 

 

IEEE 1.มาตรฐานเครือข่ายท้องถิ่น

2.มาตรฐานทางด้านการคิดค้นและการวิจัยวิศวกรรมการไฟ้ฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

3.มาตรฐานด้านการบริหารการจัดการระบบ

 

ISO 1.มาตรฐานทางเทคโนโลยี

2.มาตรฐานทางวิทยาศาสตร์

3.มาตรฐานทางเศรษฐกิจ