รำลึกความหลัง........วันแรกที่เจอครู


คนที่ต้องคอยแต่งหน้า แต่งตัว หาเครื่องประดับต่าง ๆ มาตกแต่งคือ คนที่ขาดความมั่นใจ

                การเจอกันวันแรกกับครูของหนู เหตุเริ่มจากอาจารย์ที่หนูเคารพนับถือชวนท่านไปเที่ยวพักผ่อน สบาย ๆ ที่เมืองอุดร ตอนนั้นหนูไม่รู้เรื่องอะไรเลย รู้แต่ว่าวันนี้อาจารย์ที่เคารพจะมีเพื่อนร่วมทางเพิ่มมาอีก 1 ท่านก็เท่านั้นเอง ซึ่งถือเป็นปกติในการเที่ยวพักผ่อนในวันปิด Lab

                อืมที่จริงคงต้องเล่ากันที่ ณ จุดเริ่มต้นที่ตัวหนูก่อน หนูเป็นเด็กที่ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยตั้งใจเรียนถ้าอ่าน บันทึกผลผลิตจากการศึกษาน้อมนำมาบูชาครู ก็คงพอจะรู้จักหนูบ้าง หนูชอบทำกิจกรรม ชอบร้องเพลง ชอบเต้นรำและทำชมรมลีลาศด้วย เหมือนไม่ต้องเรียนรู้อะไรมาก แค่เห็นก็พอทำได้ ฟังดนตรีออกแยกชิ้นส่วนของเพลงได้ เคลื่อนไหวตามเพลงได้ ประมาณนี้ค่ะ  หนูเล่นกีฬาได้หลายประเภท จากข้อได้เปรียบของรูปร่างที่แตกต่างจากผู้หญิงโดยทั่ว ๆ ไป ร่างกายแข็งแรงกำยำ หรือล่ำนั่นเอง หากว่าด้วยเรื่องหน้าตา คิ้ว ตา จมูก เหมือนพ่อ ใบหน้ารวมๆ ถอดแบบแม่ สัดส่วนของร่างกายโดยเฉพาะน่อง ถอดบล๊อกขาพ่อมา เด๊ะ อย่างไม่ต้องสงสัย หนูเป็นผู้หญิงแข็งแรง ล่ำบึก แต่ กีฬาที่โดดเด่นสมัยเรียนมหาวิทยาลัย คือ ลีลาศ นึกภาพออกไหมค่ะ ผู้หญิงล่ำ ๆ ใส่ชุดราตรี ไม่ต้องแอบยิ้มค่ะ หัวเราะออกมาเลยก็ได้ ฮ่า ๆ ๆ ทุก ๆ ครั้งที่ขึ้นโชว์ ก็จะมีเสียงบอกว่า

โห สุดยอด เต้นได้สุดยอดจริง ๆ พลิ้ว เหมือนไม่มีกระดูก แต่เอ.......นั่นหน่ะ ผู้หญิง รึกะเทย ฮา

เพราะชุดลีลาศไม่ได้ปกปิดชิ้นส่วนอะไหล่ของร่างกายนัก มีเท่าไหร่ก็ปรากฏความจริงเท่านั้น แถม คู่เต้นรำของหนู เป็นชายหนุ่มร่างบางท่าที่ Advance เขาต้องรับร่างอันกำยำของหนูแต่ละที ทำให้คนดูลุ้นใจหายได้เหมือนกัน เพราะติดนิสัย ออกงานบ่อย หนูจึงไว้ผมยาวแต่งหน้าอยูเป็นนิจ ตอนแรกก็ได้ท่านอาจารย์ที่เคารพนี่แหละจับหนูจากที่โลดแล่นอยู่ในฟลอเต้นรำ มาทำงานวิจัยในห้อง Lab ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปมาก แต่ก็มีแอบเนียนไปออกงานเป็นระยะ บ้าง หนีเที่ยว ผับ บ้างเธคบ้างตามประสา วัยคะนอง หนูไม่กินเหล้า มันไม่อร่อย ไม่สูบบุหรี่เพราะมันเหม็น อะนอกเรื่องมานาน คงพอรู้จักหนู ณ จุดเริ่มต้นกันแล้ว มองเผิน ๆ ก็ เหมือนเด็กกิจกรรมในมหาวิทยาลัยทั่วไปค่ะ ที่แต่ไม่ธรรมดาคือ หนูจน

            ในวันนั้น เราทั้งสามคนไปดูรถจักรยานโบราณกัน ทั้งอาจารย์ที่เคารพและคุณครู ท่านดูสนุกสนานกันมาก ฮ่า ๆ เหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่ หนูหน่ะเหรอ ไม่รู้จะทำอะไร ก็ได้แต่นั่งดู ไม่ใช่ไม่อยากเล่นกับท่านนะคะ แต่เล่นด้วยไม่เป็น พอแต่ละท่านว่าง ๆ ก็แวะมาพูดคุยและชวนหนูเล่นบ้าง ก็นั่นแหละค่ะ หนูก็งง ๆ ไม่รู้ทำยังไง แต่ความรู้สึกข้างในตอนนั้น เหมือนเด็กโดนแย่งเพื่อนเล่น แต่ในที่นี้เป็นอาจารย์ที่หนูนับถือนั่นเอง เรื่องมันดูจะซับซ้อน แต่มันคือ ความจริงที่เกิดขึ้นแล้ว

                พอได้เวลาอาหาร เราทั้งสามคนไปทานที่ร้านอาหารที่หน้าปากซอยแถว ๆอุดร ได้ทานตำถั่วรสเด็ด อร่อยอย่าบอกใคร กับอาหารชนิดอื่น ๆ หนูก้มหน้าก้มตาทานอาหาร เพราะไม่รู้จะทำอะไร ดูใคร ๆ เขาพูดคุยกันถูกคอไปหมด รู้สึกอิจฉา เหมือนเขาก็ชวนหนูคุยนะคะ แต่หนูก็ต่อต้าน และก็คุยไม่เป็น พอมีรถมาขายส้ม หนูเลยวิ่งไปซื้อ ขณะที่แต่ละคนคุยกันไป หนูก็เกาะส้มแล้วก็ กิน ๆ กิน กินอย่างไม่คิดชีวิต ชิ้นแล้วชิ้นเล่าถูกโยนเข้าปากอย่างไม่รู้ตัว

                แล้วคุณครูท่านก็ประมาณว่า

 “เราไม่ได้กินส้มชิ้นที่อยู่ในปาก แค่โยนมันเข้าไปเฉย ๆ”

หนูรู้สึกอึ้งเพราะคำพูดที่คุณครูพูดเหมือนกับเสียงอ่านหนังสือที่หนูชอบเปิดฟังตอนเช้าก่อนไปทำงาน เรื่องปาฏิหารย์แห่งการตื่นอยู่เสมอของท่าน ติช นัท ฮันท์ เรื่อง กินส้ม เนื้อหาประมาณว่า ท่านเอ่ยกับลูกศิษย์ท่านว่า

"เธอควรจะกินส้มชิ้นที่เธอใส่เข้าไปในปากเสียก่อน"

หนูตกใจว่าท่านรู้ได้ยังไงว่าหนูชอบฟัง แต่ก็นั่นแหละค่ะ แม้หนูจะรู้ว่าสิ่งที่ท่านพูดเป็นสิ่งดี แต่ว่า หนูก็ยังไม่หยุดทำพฤติกรรมแบบขาดสติ ท่านพูดซ้ำอีก หนูได้แต่ถอนหายใจแบบงง ๆ แล้วคิดในใจว่า "ฉันจะทำ ใครจะทำไม เรื่องของฉัน"

วันนั้นหนูใส่รองเท้ามีส้น (หนูชอบรองเท้าส้นเข็มเป็นชีวิตจิตใจ) แต่งหน้าอ่อน ๆ ท่านก็ถามด้วยน้ำเสียงธรรมดา ว่า

 “ทำไมต้องแต่งหน้า คนที่ต้องแต่งหน้าคือคนที่ไม่มั่นใจในตนเอง”

โหตอนนั้นหนูแทบกรี๊ด เพราะหนูเชื่อว่าหนูเป็นคนที่มั่นใจในตนเองที่สุด ในใจหนูแทบจะตะโกนเถียงออกมาเลยทีเดียว แต่ภายนอก เพียงแต่เก็บความไม่พอใจและเจ็บแค้น เอาไว้ภายใน อย่างไม่รู้ตัว

 

ในวันแรกที่ได้รู้จักครูนั้นท่านสอนหนู

  • ให้มีสติในการกิน แต่หนูก็โง่ฟังเฉย ๆ แต่ไม่ทำ แถมยังรู้สึกไม่ชอบหน้าคุณครูหนูเสียอีก เห็นความชั่วของหนูไหมค่ะ ขนาดครูเมตตาสอนสิ่งดีดี แต่หนูกลับแสดงพฤติกรรมที่น่าตีทีเดียวค่ะ
  • ให้รู้ตัวว่า ยังเป็นคนที่ขาดความมั่นใจมาก ๆ จึงต้องหาสิ่งอื่นมาฉาบ มาทา เพิ่มให้รู้สึกมั่นใจ

 

กราบขอบพระคุณความเมตตาของครูค่ะ

บทเรียนที่หนูเล่าให้ฟังนี้เป็นเรื่องราวที่ถอดออกมาจากชีวิต ตามคำแนะนำของคุณครู ที่หนูใช้ตัวเองเป็นตัวละครลงทุนดำเนินเรื่องเอง แต่ละฉาก แต่ละตอน โลภโกรธ หลง โง่ ล้ม เจ็บ ร้องไห้ มันเกิดขึ้นมาแล้ว  เพื่อเป็นวิทยาทาน แก่ผู้อ่าน คุณความดีที่เกิดขึ้นจากบทเรียนนี้หากมี ขอมอบแด่คุณครูผู้เมตตาอดทนสั่งสอนขอบูชาท่านด้วยคุณความดีนี้ ท่านให้ชีวิตใหม่กับหนู ความเมตตาของท่านหาได้มีสิ่งใดเทียม หากมีสิ่งใดผิดพลาดไม่เหมาะไม่ควรหนูขอน้อมรับแต่เพียงผู้เดียว ด้วยความที่หนูยังเป็นผู้เขลาเบาปัญญาแต่ก็ขอปวารณาตัวฝึกฝนตนเองต่อไปค่ะ

 

ขอนอบน้อมแด่พระคุณครู

หมายเลขบันทึก: 308875เขียนเมื่อ 27 ตุลาคม 2009 12:25 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 10:23 น. ()สัญญาอนุญาต: ไม่สงวนสิทธิ์ใดๆจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (1)
  • คุณครูได้อ่านคงชื่นใจ
  • ขนาดไม่ใช่ครูหนูอ่านแล้วซึ้งใจ...คิดถึงศิษย์รักหลายๆคนที่ห่างไกล..จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าครูรักและห่วงใยอยู่เสมอ

 

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี