ปัญญาของคน  นอกจากจะมีลักษณะเป็น "ความสามารถ"ด้าน "การลงสรุปเป็นนัยทั่วไป"(Generalization) และด้าน "การจำแนก"(Discrimination) แล้ว  ยังมีความสามารถด้าน "การลงสรุปไปสู่ส่วนใหญ่"(Inference) อีกด้วย

สมมติว่า  เราไม่เคยเห็นต้นมะพร้าวมาก่อนเลยนับแต่เกิดมา  ต่อมาวันหนึ่ง เราเห็นต้นมะพร้าวครั้งแรก  เราเห็นว่า  มันไม่มีกิ่งเหมือนต้นไม้อื่นๆ  ดังนี้  เรียกว่า  เรามีความสามารถด้าน "จำแนก"

ถ้าวันต่อมาเราเห็นต้นมะพร้าวอีกต้นหนึ่ง  และจำแนกได้ว่ามันไม่เหมือนกับต้นมะขาม  ต้นสน  คือไม่มีกิ่งเหมือนกัน  เมื่อเห็นต้นมะพร้าวต้นที่สาม  ต้นที่สี่  ก็เป็นเช่นนั้นอีก คือไม่มีกิ่งเหมือนกัน  เขาจึง "คิดในใจ"ว่า  "ต้นมะพร้าวอื่นๆที่เราไม่เห็นทุกต้นทั่วโลกต้องไม่มีกิ่งเหมือนกัน"  และพูดว่า "ต้นมะพร้าวไม่มีกิ่ง"  ความคิดเช่นนี้เรียกว่า "การลงสรุปเป็นนัยทั่วไป" ในกรณีนี  ผู้พูด  "ไม่รู้" ส่วนใหญ่มาก่อน  เขา "สร้าง"ส่วนใหญ่ขึ้นมาเอง

ถ้าต่อมาคนๆนี้เกิดพลัดหลงไปที่เกาะแห่งหนึ่ง  คนเดียว  ทันใดนั้นเขาเห็นมะพร้าวลูกหนึ่งที่พื้นทราย  เขาจึง"คิด"ว่า "ต้องมีมะพร้าวบนเกาะนี้แน่"  ดังนี้เรียกว่า เขา "ลงสรุปไปสู่ส่วนใหญ่"  และส่วนใหญ่นี้คือ "ประชากร"มะพร้าวที่เขา "มีอยู่ก่อน"แล้วในอดีตก่อนที่จะมาที่เกาะนั้น  ถ้าเขาเดินต่อไปและพบรอยเท้าเสือ  เขาก็ "ลงสรุปไปสู่ส่วนใหญ่"ของเสือ  คือประชากรเสือว่า "มีเสือบนเกาะนี้ด้วย"

ในวิชาตรรกศาสตร์  มีอยู่คำหนึ่งที่เราคุ้นเคยกันดีคือ  "การอุปนัย"(Induction)  การอุปนัยจะมีความหมายคลุมเอาความหมายของ Generalization และ Inference เข้าไว้ด้วยกัน

ขอให้สังเกตว่า  ถ้าเขาคนนี้  ไม่สามารถ "จำแนก"รอยเท้าเสือกับไม่ใช่เสือได้  และไม่มี "ประชากรเสือ" อยู่ในความคิดให้เขาสามารถ Inference ได้  แล้ว  เขาคงจะ "เอาชีวิตไม่รอด"บนเกาะนั้นอย่างแน่นอน  ความสามารถเหล่านั้นจึงเป็นเครื่องมือสำหรับเอาชีวิตรอดอย่างแน่แท้

คิดว่าหลายคนคงเคยสอบแบบทดสอบความถนัด  หรือแบบทดสอบวัดปัญญามาบ้างแล้วจากโรงเรียน  หรือคราวสอบเข้ามหาวิทยาลัย  แบบทดสอบเหล่านั้นจะวัดความสามารถด้าน  การจำแนก  การลงสรุปเป็นนัยทั่วไป  และการลงสรุปไปสู่ส่วนใหญ่ ที่กล่าวเหล่านี้นั่นเอง