การพัฒนาครูด้วยรูปแบบ SWIPPACA

ชื่อผลงาน                : การประเมินโครงการพัฒนาครูโรงเรียนวัดสวนพล

                                ด้วยรูปแบบ SWIPPACA

ผู้ประเมิน                : นวลใย  สุทธิพิทักษ์  ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสวนพล

ปีพุทธศักราช          :    2552

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

                        การประเมินโครงการพัฒนาครูโรงเรียนวัดสวนพลด้วยรูปแบบ  SWIPPACA  ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินสภาพแวดล้อม  ปัจจัย  กระบวนการ  และผลผลิตของโครงการ โดยใช้รูปแบบการประเมินแบบซิปป์  (CIPP Model)  ผู้ให้ข้อมูลทั้งหมด 125 คน  เป็นผู้เชี่ยวชาญ  5  คน  ผู้รับผิดชอบโครงการ 2  คน ครู 7  คน  คณะกรรมการสถานศึกษา 7 คน ผู้ปกครอง 18  คน  และนักเรียน จำนวน 86 คน เครื่องมือประเมินมีจำนวน  7  ฉบับ  เป็นแบบสอบถาม 5  ฉบับ  และแบบทดสอบ  2  ฉบับ  เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสอบถามและทดสอบ  วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการหาค่าร้อยละ  ค่าเฉลี่ย  ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน  และการทดสอบค่าที (t-test)  โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป SPSS for Windows   และการวิเคราะห์เนื้อหา  (content  analysis)  ซึ่งผลการประเมินสรุปได้ดังนี้

                     1.  สภาพแวดล้อมของโครงการอยู่ในระดับมาก  ตัวชี้วัดความรู้ที่ได้รับมีประโยชน์ต่องานในอนาคตอยู่ในระดับมากที่สุด  รองลงมาอยู่ในระดับมาก ได้แก่  ความต้องการจำเป็นของโครงการตรงกับสภาพปัญหาและความต้องการของโรงเรียนและชุมชน  วิธีดำเนินการพัฒนาเหมาะสมและเป็นไปได้  วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับนโยบายของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา  โครงการมีความสำคัญต่อการพัฒนาการศึกษา วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  และความเป็นไปได้ของวัตถุประสงค์   ส่วนระยะเวลาในการพัฒนาอยู่ในระดับปานกลาง  และสถานที่พัฒนาอยู่ในระดับน้อย

                      2.  ปัจจัยของโครงการอยู่ในระดับมาก  ตัวชี้วัดที่อยู่ในระดับมากที่สุด คือ  ความพร้อมของชุดการเรียนรู้  การให้การสนับสนุนจากผู้บริหาร  ความพร้อมในด้านวัสดุอุปกรณ์  และงบประมาณ   ตัวชี้วัดที่อยู่ในระดับมาก ได้แก่   ความพร้อมของเครื่องมือวัดประเมินผล  วัน  เวลา  ผู้รับผิดชอบโครงการ  ส่วนความพร้อมของแหล่งเรียนรู้ภายใน  ภายนอก  และผู้เข้าร่วมโครงการอยู่ในระดับปานกลาง

                      3.  กระบวนการของโครงการอยู่ในระดับมากที่สุด  ตัวชี้วัดที่อยู่ในระดับมากที่สุด ได้แก่  ครูมีส่วนร่วมในการเรียนรู้และพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ P (Participation) โดยทุกคนทุกฝ่ายมีการปฏิบัติงานร่วมกันทั้งโรงเรียน  W (Whole  School)  ครูมีการเรียนรู้ด้วยตนเอง S (Self Learning)  จากชุดการเรียนรู้เรื่อง “ความคิดสร้างสรรค์  พรสวรรค์ที่พัฒนาได้ด้วยครู”  มีการพัฒนาครูอย่างเป็นกระบวนการเพื่อมุ่งผลผลิต  P (Process  and  Product)  มีการกำกับ  ติดตาม  ควบคุม                     การดำเนินงาน  ตรวจสอบและประเมินผล C ( Check)  ครูมีปฎิสัมพันธ์ ซึ่งกันและกัน  I ( Interaction)  มีการวางแผนดำเนินโครงการสู่การปฏิบัติ  และดำเนินกิจกรรมโครงการตามรูปแบบที่กำหนดไว้  ส่วนตัวชี้วัดที่อยู่ในระดับมาก  คือ  มีการนำผลการประเมินไปปรับปรุงพัฒนา  A ( Action)  และ มีการนำประสบการณ์เดิมไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาสร้างสรรค์ใหม่  A (Application) 

                      4.  ผลผลิตของโครงการอยู่ในระดับมากที่สุด  โดยมีผลประเมินแต่ละด้านดังนี้

                          4.1     ด้านผลสัมฤทธิ์ของครู  พบว่า ผลสัมฤทธิ์หลังพัฒนาสูงกว่าก่อนพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .001  หมายถึง  ครูมีความรู้  ความเข้าใจเรื่องการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียนสูงกว่าก่อนพัฒนา

                         4.2     ด้านการนำความรู้ไปใช้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ผู้เรียนอยู่ในระดับมากที่สุด  ตัวชี้วัดที่อยู่ในระดับมากที่สุด ได้แก่  ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์  พฤติกรรมที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์  การจัดบรรยากาศที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์  การใช้รูปแบบคำถามที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์  โรงเรียนกับ การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์  รูปแบบการสอนความคิดสร้างสรรค์  การจัดกิจกรรมที่ ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์  แบบฝึกทักษะความคิดสร้างสรรค์  การวัดความคิดสร้างสรรค์  ส่วนการปฏิบัติการวิจัยในชั้นเรียนอยู่ในระดับมาก 

                        4.3   ด้านความพึงพอใจที่มีต่อโครงการอยู่ในระดับมาก  ตัวชี้วัดที่อยู่ในระดับมากที่สุด  ได้แก่  ความต้องการจำเป็นของโครงการ  เนื้อหาตรงกับสภาพปัญหาและ ความต้องการ  ความพร้อมของวัสดุอุปกรณ์  ชุดการเรียนรู้  และบรรยากาศในการพัฒนาเป็นประชาธิปไตย  ตัวชี้วัดที่อยู่ในระดับมาก  คือ  การเตรียมการผู้รับผิดชอบโครงการ ได้รับความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์  การพัฒนาครูด้วย     รูปแบบ  SWIPPACA  เข้าใจบทบาทโรงเรียนกับการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์  การนำความรู้ไปใช้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ผู้เรียน  การบรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ  การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน  ได้รับความรู้ ทักษะด้านการวัดความคิดสร้างสรรค์  การทำแบบฝึกความคิดสร้างสรรค์  การจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์          ความคุ้มค่าในการเข้าร่วมพัฒนาตามโครงการ ส่วนตัวชี้วัดที่อยู่ในระดับปานกลางคือ ระยะเวลาและสถานที่ในการพัฒนา  ห้องเรียนที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์  พฤติกรรมด้านความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียน  การพัฒนาเป็นไปตามแผนที่กำหนด  และงบประมาณในการดำเนินการ

                      4.4  ด้านความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียน พบว่า  ผู้เรียนมีคะแนนเฉลี่ยหลังพัฒนาสูงกว่าก่อนพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .001  หมายถึง  ผู้เรียนมีความคิดสร้างสรรค์หลังพัฒนาสูงกว่าก่อนพัฒนา

                 5.  ผลการประเมินโครงการในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด