สิทธิในการเลือกคู่ครองของสตรี

 

 

 

สตรีในอดีตมักเป็นฝ่ายที่ตกอยู่ภายใต้อำนาจของชาย ไร้ซึ่งสิทธิและเสรีภาพ การกดขี่ข่มเหงและเอารัดเอาเปรียบสตรีมีมาตลอด ได้กลายเป็นแรงผลักดันให้สตรีส่วนหนึ่งลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิอันชอบธรรม และความเท่าเทียมกันในสังคม ทั้งในส่วนของการต่อสู้เพื่อเฉพาะตน และการต่อสู้เป็นขบวนการ ซึ่งการต่อสู้เหล่านี้เกิดขึ้นทุกหนแห่ง แม้แต่ในประเทศไทย

การเรียกร้องทำงานประกอบอาชีพของสตรี ซึ่งถือเป็นมติที่ ท้าทายต่อขนบประเพณีโบราณทั้งในสังคมตะวันตกและตะวันออก ในหลายๆการเรียกร้องมีการเรียกร้องเพื่อให้ตนเองมีอิสสระในการเลือกชีวิตความเป็นอยู่รวมไปถึงการเลือกคู่ครอง

 

ในส่วนของสตรีในประเทศไทยกลุ่มสตรีและองค์กรแกนนำกลุ่มต่างๆ ได้มีการดำเนินกิจกรรมและรณรงค์อย่างต่อเนื่องมากกว่า 30 ปี เพื่อนำเสนอสถานการณ์ปัญหา การถูกเอารัดเอาเปรียบของ แรงงานสตรี  ตลอดจนเรียกร้องความเสมอภาค และขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในรูปแบบต่างๆ

 

ปัจจุบันแม้สิทธิของแรงงานสตรีและสตรีทั่วไปจะได้รับการพูดถึงและรับรองเพิ่มมากขึ้นในสภาพความเป็นจริงแรงงานสตรีทั้งในระบบและนอกระบบ

       การต่อสู้ของสตรีไทยที่ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ครั้งแรกน่าจะเป็นกรณีของ อำแดงจั่น และอำแดงเหมือน เป็นสตรีที่ออกมาเรียกร้องสิทธิพึงมีพึงได้ของตนในฐานะที่เป็นคน

 

        เป็นความเคลื่อนไหวตั้งแต่สมัย รัชกาลที่4 อันเป็นการเคลื่อนไหวในระดับบุคคล ของอำแดงเหมือนและอำแดงจั่น ที่เข้าทูลเกล้าต่อรัชกาลที่ 4 ถึงความเหลื่อมล้ำระหว่างชายหญิงจนเกิดเป็นคดีความ นำไปสู่การแก้ไขกฏหมายเกี่ยวกับผู้หญิง

 

กรณีอำแดงเหมือนที่ทูลเกล้าว่า ไม่ต้องการแต่งงานกับชายซึ่งตนเองไม่ได้รัก เพราะมีชายคนรักอยู่แล้ว ซึ่งกลายเป็นคดีความใหญ่โตเนื่อง การไม่ยินยอมของอำแดงเหมือนครั้งนี้ ทำให้รัชกาลที่ 4 ต้องแก้ไขกฏหมายว่าด้วย การคลุมถุงชน อันบัญญัติไว้ว่า “ผู้หญิงที่มาจากครอบครัวสามัญชนหรือไพร่ เมื่ออายุเกิน 20 ปี สามารถที่จะเลือกผัวตามใจสมัคร” และให้ยกเลิกการ คลุมถึงชนลงอย่างสิ้นเชิงใน ครอบครัวของไพร่ในยุคนั้นส่วนกรณีอำแดงจั่นซึ่งเธอถูกสามีหลอกให้ขายบริการ และรัชกาลที่ 4 ต้องตัดสินใจเพื่อสร้าง ความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ในครั้งนี้อย่างระมัดระวัง เพราะกลุ่มรัฐราชการที่จะเสียประโยชน์มีมาก.. ซึ่งต้องยกเว้นให้ได้หนึ่งกรณี คือ กรณีเมียทาสซึ่งตามยุคสมัยนั้นหากเป็นเมียทาสสามารถขายต่อได้ตามราคาค่าตัวที่ซื้อมา ด้วยถือกันว่า ทาส มีฐานะเพียงทรัพย์สินชิ้นหนึ่งเท่านั้น.. หากเป็นกรณีอื่น ๆ “ต้องถามความสมัครใจหญิงนั้น”..

 

นี่คือประวัติศาสตร์การเรียกร้องสิทธิหัวใจของหญิงไทยในอดีต

ในฐานะลูกผู้หญิงปัจจุบันท่านคิดอย่างไรในเรื่องการแต่งงาน