เมื่อเสาร์-อาทิตย์ที่ 10-11 ต.ค. 52 ได้มีโอกาสไปเที่ยวเขื่อนรัชชประภา หรือที่เรียกกันติดปากว่า “กุ้ยหลินเมืองไทย” กับแก๊งเพื่อน ๆ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่อยากแนะนำสำหรับผู้ที่ชอบท่องเที่ยว และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับช่วงข้าวยากหมากแพงที่ไม่จำเป็นต้องควักกระเป๋าไปสัมผัสบรรยากาศถึงเมืองจีนโน่น รับรองว่าคนที่หลงใหลในการเดินป่า หรือการล่องเรือชมวิวแล้วล่ะก็ งานนี้ไม่มีผิดหวัง
สำหรับการท่องเที่ยวของตัวเองในทริปนี้เป็นการล่องเรือชมวิว นอนแพแทนการพักบนอุทยาน อากาศตอนกลางคืนเย็นสบายมาก มีกิจกรรมนั่งเรือตกปลา ผู้ชายน่าจะชอบ ผู้หญิงก็คาราโอเกะ หรือล้อมวง....(อย่าลืมพกอุปกรณ์ไปละ) ตื่นเช้านั่งเรือชมวิว ดูหมอก และเกาะเล็กเกาะน้อยซึ่งมีความโดดเด่นมาก เพราะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นภูเขาหินปูนที่สูงลาดชัน ล้อมรอบด้วยผืนน้ำอันกว้างใหญ่ และด้วยความลึกของน้ำ กอปรกับสีของตะไคร่น้ำที่อยู่เบื้องล่าง ทำให้สีของน้ำในเขื่อนมีสีเข้มเหมือนสีมรกต คล้ายน้ำทะเล ว่ากันว่าลักษณะภูมิประเทศเช่นนี้ไปคล้ายกับภูมิประเทศที่เมืองกุ้ยหลิน ประเทศจีน จึงทำให้เขื่อนรัชชประภาได้รับฉายาว่า กุ้ยหลินเมืองไทย
นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมให้อาหารปลา และชมพระตำหนักริมน้ำ อาหารที่นี่ก็ดีมาก โดยเฉพาะเมนูปลา สดมาก ๆ ซึ่งรับรองเลยว่าเพื่อน ๆ คนไหนที่มีโอกาสได้ล่องเรือชมวิวเหนือเขื่อนรัชชประภาแห่งนี้แล้วก็ต้องประทับใจเช่นเดียวกัน
ครับ การเดินทาง ทำให้ชีวิตงอกงาม พร้อมๆ กับการรักบ้านเกิดแผ่นดินเกิดของตัวเอง..
นั่นคือสิ่งที่ผมค้นพบจากการเดินทางของชีวิต
ขอบคุณครับ
อ่านแล้วเห็นภาพเลยว่าสวยและสดชื่น พร้อมความอร่อยด้วยอาหารบ้านเรา ขอบคุณด้วยที่เล่าเรื่องเบาๆให้ฟัง อย่าลืมเขียนอีกนะ
พี่ต้อย
สวัสดีครับ ตามไปเที่ยวด้วยครับ