เมื่อลูกทำดีให้รีบชม แต่เมื่อเห็นลูกทำผิด ให้รอไว้ก่อน อย่าเพิ่งดุด่า

    บันทึกนี้เขียนจากประสบการณ์ครับ  นั่นคือ ครอบครัวในสังคมไทยส่วนใหญ่  พ่อแม่ผู้ปกครองมักจะถนัดและคุ้นเคยกับการเลี้ยงดูบุตรหลานด้วยการ  "จับผิด" ครับ   ขณะเดียวกัน ก็มักจะไม่คุ้นเคยกับการ "จับถูก"

 

    ผลจากพฤติกรรมการเลี้ยงลูกดังกล่าว  คือ เด็กจะค่อยๆ สะสม พฤติกรรมที่ถูกจับผิดไปเรื่อยๆ  นำไปสู่การมี "ปมด้อย"  ในเรื่องของการไม่มี "ความภาคภูมิใจในตัวเอง"

 

 

 

    การไม่ได้รับการยอมรับด้วยการจับผิดจากทางบ้าน ก็ถือว่าเป็น "ปมด้อย" อยู่แล้ว  เมื่อมาโรงเรียน  ยังไม่ได้รับการยอมรับจากคุณครู  จากเพื่อน   ทำให้เขาเกิดปมด้อยซ้ำซ้อน   ไม่มีความสุขทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน

 

 

     สุดท้าย ก็ต้องไปแสวงหาการยอมรับด้วยวิธีการที่ผิดๆครับ

 

 

 

     ผมว่าพ่อแม่ผู้ปกครองน่าจะเปลี่ยน "ชุดความคิด" ในการเลี่ยงลูกเสียใหม่ครับ

 

     เมื่อลูกทำดี  แม้เรื่องเล็กๆน้อยๆ  ให้ชมโดยเร็วครับไม่ต้องรีรอ (แต่การชม ต้องใช้คำชมให้ตรงกับพฤติกรรมนะครับ  อย่าชมเกินความจริง)

 

    ขณะเดียวกัน  ถ้าลูกทำผิด  อย่าไปมีปฏิกิริยาเร็วนักนะครับ  ให้ตั้งสติ  "หยุด" ทั้งคำพูดและการกระทำ  ที่จะดุด่า ตำหนิ หรือ จับผิด   ให้มองดูด้วยใจสงบ  ค่อยๆคิด  ค่อยๆถาม   ค่อยๆพูดคุยด้วยความเมตตา  ส่วนใหญ่เด็กเขาทำอะไรลงไปเขาจะมีเหตุผลครับ  ให้ "ฟัง" เหตุผลของลูกก่อนครับ

 

    

      ส่วนใหญ่  ที่ไม่ค่อยชม   คำตอบก็จะออกมาในทำนอง  "ชมแล้วจะเหลิง"   

 

      แต่ถนัดที่จะจับผิด  โดยมีเหตุผลว่า "ต้องการสั่งสอนให้เป็นคนดี"

 

     ผมว่าต้องเปลี่ยน "ชุดความคิด" แล้วละครับ เพื่อสุขภาวะในครอบครัวที่ไม่ต้องใช้เงินใช้ทองอะไรมาก