เมื่อวานผมได้ทบทวนความรู้ที่เพิ่งเตรียมในการสอนนักกิจกรรมบำบัดภาคตะวันออกและการแปลหนังสือให้สำนักพิมพ์หนึ่ง จากนั้นรุ่นพี่ของผมท่านหนึ่งเล่าให้ฟังถึงอาการของคุณพ่อที่เพิ่งเข้า รพ. แห่งหนึ่ง ด้วยโรคหลอดเลือดแตกในสมอง โชคดีที่คุณพ่อท่านนี้ยังคงตอบสนองและมีระดับความรู้ความเข้าใจได้ดี (จากการคัดกรองปัญหาและความสามารถทางกิจกรรมบำบัดของผมในฐานะผู้เยี่ยม)
ผมพบว่ากรณีศึกษามีกล้ามเนื้ออ่อนแรงเล็กน้อย แต่ร่างกายซีกขวา (ข้างถนัด) อ่อนแรงกว่าร่างกายซีกซ้าย มีความล้าเมื่อต้องใช้ความคิดและการรับรู้ทางการมองเห็น ความจำหลังการรับรู้ทางการมองเห็นและการได้ยินดี แต่การนึกถึงเวลาและวันทำได้ไม่ทันที ต้องให้ข้อมูลและระยะเวลาในการคิดก่อน นอกจากนี้กล้ามเนื้อลิ้นและกลไกการกลืนลำบากทำให้มีการเจาะสายให้อาหารลงกระเพาะเลย ซึ่งกรณีศึกษาไม่คุ้นเคยและกำลังปรับตัวในสภาวะการกินอาหารทางสาย สภาพจิตใจยังควบคุมได้และมีญาติให้กำลังใจมากดี สภาวะแรงบันดาลใจยังต้องกระตุ้น 1 ครั้งในการใช้มือทำกิจกรรมง่ายๆ เช่น ทาแป้ง ผู้ดูแลยังต้องการความรู้ในการให้กิจกรรมบำบัด ได้แก่ การกระตุ้นให้อวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการกินอาหารให้ทำงานในระดับที่เหมาะสมกับสภาวะการกินอาหารทางสาย การกระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจในการทำกิจกรรมที่เคยทำในการดูแลตนเองโดยให้ความช่วยเหลือในระดับที่เหมาะสม และการกระตุ้นระบบการรับรู้ต่างๆ (ดูรายละเอียดข้างล่าง ซึ่งคัดลอกจากการอบรมนักกิจกรรมบำบัดภาคตะวันออก และอ้างอิงจาก Grieve, 2000) เป็นต้น
อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับการรับรู้ได้ที่
http://www.slackbooks.com/excerpts/35309/35309.asp
http://en.wikipedia.org/wiki/Perception
Grieve J. Neuropsychology for occupational therapists. 2nd ed. Oxford: Blackwell Science; 2000.
TIPS for Sensory Stimulation
- Explain and demonstrate on yourself
- Select one sense to stimulate
- Alternate sense each session (10-15 min in length unless over-stimulation is shown
- Carry out the planned stimulation 3-4 times daily, at a resting time – not after major activities
- Let the patient rest after each session
How to Approach Clients with Left Hemiplegia
- Eliminate distraction & simplify environment e.g. establish eye contact while facing the wall, got patient’s attention before you speak
- Redirect the patient to the task (verbalize the steps of the task as he performs)
- Let he learn from your verbal reinforcement rather than visual cues, use written instruction
- Practice tasks e.g. treasure hunt, furniture maze
- Sensory stimulation on body scheme & motor apraxia
- Supportive insight during task performance (minimize verbal commands and don’t break a task into steps)
How to Approach Clients with Right Hemiplegia
- Got patient’s attention & confirmation before you speak
- Be patient – wait for a response; speak in adult manner
- Encourage speech, don’t interrupt or find meaning
- Use facial expression and gestures as reinforces nLimit verbal instruction – use of musical media
- Position material on the left side and use bilateral activities
- Functional activities under the real situation
- Group dynamic activities
ท่านผู้อ่านจะสังเกตว่า "ผู้ดูแลควรใช้ความอดทนและพยายามช่วยเหลือให้ผู้ป่วยทำกิจวัตรประจำวันได้เท่าเดิมให้มากที่สุด"
ในกรณีฝึกผู้ป่วยอัมพาตซีกซ้าย (สมองซีกขวาไม่สามารถสร้างภาษาท่าทางได้ และอาจมีปัญหาการรับรู้และความรู้ความเข้าใจ แตกต่างกันตามพยาธิสภาพทางสมอง) :- ผู้ดูแลต้องพิจารณาใช้ภาษาพูดที่ฝึกผู้ป่วยคิดและวางแผนทำกิจกรรมได้อย่างช้าๆ ทีละขั้นตอนง่านๆ (อย่าสั่งให้ทำกิจกรรม, อย่าเน้นภาษาท่าทางมากเกินไป และอย่าเลิกขั้นตอนที่ผู้ป่วยกำลังพยายามทำอยู่) ที่สำคัญต้องขอความเห็นจากแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ในการฟื้นฟูสมรรถภาพความรู้ความเข้าใจที่เกี่ยวข้องกับการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตจากผู้เชี่ยวชาญ เช่น นักกิจกรรมบำบัด นักจิตวิทยาการรับรู้ นักแก้ไขความผิดปกติทางการสื่อสาร
ในกรณีฝึกผู้ป่วยอัมพาตซีกขวา (สมองซีกซ้ายไม่สามารถเข้าใจภาษาพูดได้ และอาจมีปัญหาการรับรู้และความรู้ความเข้าใจ แตกต่างกันตามพยาธิสภาพทางสมอง):- ผู้ดูแลต้องพิจารณาใช้ภาษาท่าทางและจัดกิจกรรมผ่านดนตรี ฝึกทำกิจกรรมที่วางข้างซ้ายและมีการเคลื่อนไหวร่างกายทั้งสองข้างอย่างค่อยเป็นค่อยไป ให้กระตุ้นผู้ป่วยสนทนาเท่าที่จะทำได้ แต่ไม่ควรพยายามถามความหมายของคำพูดมากนัก ที่สำคัญต้องขอความเห็นจากแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ในการฟื้นฟูสมรรถภาพการสื่อสารและการกินอาหารจากผู้เชี่ยวชาญ เช่น นักกิจกรรมบำบัด นักแก้ไขความผิดปกติทางการสื่อสาร นักโภชนาการบำบัด
จากกรณีศึกษานี้ ผู้ป่วยมีปัญหาการเคลื่อนไหวของลิ้นและริมฝีปากซีกขวาช้ากว่าซีกซ้าย และกำลังปรับตัวเนื่องจากทีมแพทย์ให้กินอาหารทางสายโดยไม่มีการส่งต่อผู้เชี่ยวชาญ จริงๆ แล้วเราสามารถวางแผนเพื่อให้สารอาหารพอเพียงต่อร่างกายผู้ป่วย โดยให้มากกว่า 3 มื้อปกติทางปากก่อนพิจารณาให้ทางสาย มีการปรับอาหารเพื่อใช้ในการฝึกกินและกลืนอาหารโดยไม่มีอาการสำลักอาหาร มีการรักษาความสะอาดของช่องปากผ่านการกระตุ้นการรับรู้สัมผัสขณะแปรงฟันบ้วนปาก และมีการกระตุ้นการคิดและการเคลื่อนไหวอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร
ผมสังเกตบทสนทนาที่ญาติผู้ป่วยถามพยาบาลท่านหนึ่งว่า เมื่อไรจะกลับมากินทางปากได้เหมือนเดิม แล้วพยาบาลตอบว่า ต้องรอให้กลืนน้ำได้ก่อน จากนั้นค่อยๆให้กินโจ๊กและอาหารข้นเพื่อป้องกันการสำลัก
แต่จากประสบการณ์การฝึกกินอาหารด้วยกิจกรรมบำบัดในผู้ป่วยอัมพาตนั้น ผมคิดว่า เราต้องประเมินให้ชัดเจนก่อนว่า อาการสำลักของผู้ป่วยเกิดจากปัญหาการรับรู้ การสื่อสาร กลไกการควบคุมอวัยวะการเตรียมอาหารในช่องปากก่อนกลืน กลไกการกลืนอาหารจำพวกของเหลว (เช่น น้ำ โจ๊ก) หรือกลไกการกลืนอาหารจำพวกของแข็ง (เช่น ข้าวผัด) จะเห็นได้ว่าเราจะให้กิจกรรมบำบัดแตกต่างกันตามข้อมูลที่ได้มาจากการประเมินด้วยเหตุผลทางคลินิก และผู้ป่วยควรกลืนอาหารเหลวและแข็งได้โดยจัดท่าทางที่ไม่สำลัก มีการปรับอาหารจากความข้นมากสู่น้อย/ผิวสัมผัสหยาบสู่ละเอียด (อาหารที่ผู้ป่วยชอบและมีความสุขในการรับประทาน) มีการกระตุ้นให้ตั้งใจไอเพื่อป้องกันการสำลัก มีการฝึกสหสัมพันธ์ระหว่างการกลืนและการหายใจ เป็นต้น
ดังนั้นพยาบาลที่เชี่ยวชาญควรแนะนำและให้กำลังใจว่า ผู้ป่วยต้องฝึกทานอาหารเหลวที่ข้นก่อน เช่น น้ำผลไม้ที่มีเนื้อมากกว่าน้ำ/ปั้นผสมมากกว่าคั้นเป็นน้ำใส และค่อยๆ ปรับมาทานอาหารอ่อนที่ปรับเพิ่มส่วนผสมตามความสามารถในการกินอาหารโดยไม่สำลักของผู้ป่วย และต้องส่งต่อนักกิจกรรมบำบัดหรือผู้เชี่ยวชาญในการฝึกจัดท่าทางขณะกลืนอาหาร การฝึกการรับรู้ที่ส่งผลต่อทักษะการกินอาหาร สำหรับการกลืนน้ำได้ปกติคือผลลัพธ์หลังจากการฟื้นฟูสมรรถภาพหลังอัมพาตทั้งหมด
มาเรียนรู้ค่ะ
แล้วสำลักน้ำลายจะมีวิธีแก้ไขอย่างไร
รอคำตอบคะ
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับคุณ Krutoiting
การสำลักน้ำลายมีหลายสาเหตุ เช่น มีน้ำลายข้นหรือใสไม่สมดุลย์กัน การอมน้ำลายขณะกินอาหาร เคี้ยวอาหารนานๆ กลไกการกลืนซ้ำ หรือกลืนลำบากทำให้ต้องใช้ปริมาณน้ำลายที่มากช่วยดันอาหารลงสู่หลอดอาหาร
วิธีการแก้ไขจึงต้องแก้ที่สาเหตุข้างต้น เบื้องต้นขณะกลืนอาหาร - แนะนำให้ลูบลำคอด้านหน้าจากคอหอยขึ้นมาถึงคางอย่างเร็วพร้อมก้มศรีษะเพื่อป้องกันสำลักน้ำลาย หากไม่ได้ผลอาจต้องปรึกษานักกิจกรรมบำบัดในหน่วยงาน รพ. หรือ รร. การศึกษาพิเศษ ใกล้บ้าน หรือคลินิกกิจกรรมบำบัด ม.มหิดล ครับ
ครูต้อยเป็นเองค่ะ
มีโรคประจำตัวไทรอยด์ไฮเปอร์เป็นคู่ชีวิต
เพิ่งทราบวิธีต้องลูบคอขึ้นไป โถ..มิน่าแทบจากโลกนี้ไปก่อนเวลาอันควรซะหลายครั้ง เพราะคนที่เห็นเหตุการณ์มักหลังลง สุดท้ายต้องภาวนาลมหายใจให้อกและเข้าสลับกันไม่งั้นเป็นเรื่อง
ขอบคุณค่ะ
แนะนำครูต้อยเพิ่มเติมนะครับ
สำหรับผู้ที่มีโรค Hyperthyroid นั้น Metabolism ระหว่างการกิน การกลืน และการเผาผลาญอาหาร จะรวดเร็วกว่าปกติ ดังนั้นระบบประสาทอัตโนมัติจะทำงานให้ต่อมหลั่งน้ำลาย (ชนิดใส) อยู่ตลอดเวลา ซึ่งส่งผลให้สำลักน้ำลายได้ แม้จะไม่ได้อยู่ในช่วงรับประทานอาหาร
แนะนำวิธีลดน้ำลาย เช่น การจิบน้ำเล็กน้อยแล้วฝึกกลืนทันทีบ่อยครั้ง จะทำให้ระบบประสาทเรียนรู้ว่าต้องกลืนน้ำลายเมื่อช่องปากมีสภาวะน้ำเล็กน้อย, อย่าทานน้ำที่มีรสชาดหวานหรือเปรี้ยวจัด จะทำให้น้ำลายหลั่งมากขึ้น, ลองอมท๊อฟฟี้รสมินท์สักพักแล้วกัดให้แตกละเอียดจนค่อยๆ กลืนได้ในช่วงหลังอาหารหรือเวลาที่สำลักน้ำลายบ่อยๆ จะทำให้เกิดการฝึกการรับรู้เพื่อกลืนน้ำลายอย่างตั้งใจ
สำหรับการลูบคอนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้บ่อยครั้ง หากสามารถตั้งใจกลืนน้ำลายทันทีโดยไม่ปล่อยให้ปริมาณน้ำลายในช่องปากมากจนสำลักครับ
ขอบคุณสำหรับ ลปรร และขอให้สุขภาพแข็งแรงครับครูต้อย
ขอบคุณค่ะ
เป็นจริงเช่นนั้นด้วยซิ
อ่านคำแนะนำแล้วครูต้อยฝึกทำตามทันทีเลย
จนถึงขณะนี้น้ำหมดไป 2.5 ลิตรแล้วค่ะ
ฝึกแบบที่Dr.Pop แนะนำเหลือเพียงยังไม่ได้ซื้อลูกอมมิ้นมาทำอย่างที่แนะนำ
พรุ่งนี้จะไปหาซื้อค่ะ
คืนนี้คงต้องระมัดระวัง และต้องใช้ความรวดเร็ว
ในการพาร่างนี้ไปให้ถึงห้องน้ำโดยเร็ว อิอิ
ขอบคุณค่ะ
ขอให้สนุกและเห็นประสิทธิผลของกิจกรรมบำบัดนะครับคุณครูต้อย
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณคุณหมอป๊อบ และคุณแม่ของคุณหมอ ที่สละเวลาไปเยี่ยมคุณพ่อที่โรงพยาบาล อีกทั้งยังแนะนำวิธีการดูแลคุณพ่อในเบื้องต้นให้ทราบและนำไปปฎิบัติ ซึ่ง ณ ตอนนี้คุณพ่อได้ออกจากโรงพยาบาลแล้วและก็เริ่มรับประทานอาหารได้ทางปาก แต่ก็ยังคงต้องระวังในเรื่องการสำลักเป็นพิเศษ
คุณหมอป๊อบน่ารัก มีน้ำใจ พร้อมที่จะให้คำปรึกษาและให้การช่วยเหลือด้วยดีเสมอมา
ขอบคุณมากค่ะ
พี่สา
ยินดีด้วยครับพี่สา หากมีอะไรให้ช่วยในด้านกิจกรรมบำบัด ขอติดต่อมาได้เสมอครับ