“ทนง-ปรีดิยาธร”
ประสานเสียงสะกดค่าเงินบาทไว้ที่ระดับ 38 บาทต่อเหรียญสหรัฐ บวกลบได้
50 สตางค์ ช่วยให้ผู้ส่งออกมีเวลาหายใจทำ ธุรกิจ 3 เดือน
หวังดึงตัวเลขการลงทุนไตรมาส 2 ให้ขยายตัว
นายทนง พิทยะ
รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร
เทวกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ แบงก์ชาติ
ได้เข้าพบเพื่อรายงานสถานการณ์การแข็งค่าของเงินบาท
ซึ่งขณะนี้อยู่ในภาวะที่นิ่งมีเสถียรภาพแล้ว
หลังจากช่วงต้นปีค่าเงินบาทแข็งค่าเกินไปเมื่อเทียบกับค่าเงินของภูมิภาค
ซึ่งจากการหารือกับผู้ประกอบการมองว่า ค่าเงินบาทที่ระดับ 38
บาทต่อเหรียญสหรัฐ บวกลบไม่เกิน 50 สตางค์
เป็นระดับที่นักลงทุนสามารถรับได้ “เราคาดว่าค่าเงินบาทจะนิ่งและมีเสถียรภาพเป็นเวลา
3 เดือน หลังจากนั้นจะต้องประเมินใหม่อีกครั้งหนึ่ง
เนื่องจากทุกอย่างเปลี่ยนแปลงรวดเร็วไม่สามารถคาดการณ์ระยะยาวได้”
นายทนงกล่าว
นายทนง เชื่อว่า
ผลจากการที่ค่าเงินบาทนิ่งและมีเสถียรภาพ
จะทำให้นักลงทุนมั่นใจและกลับมาลงทุนอีกครั้ง
ทำให้การลงทุนในไตรมาส 2 ช่วงเดือนพฤษภาคม และมิถุนายน
กลับมาขยายตัวได้ดีอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้การขาดดุลการค้า
และการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดดีกว่าที่ประมาณการไว้มาก
สำหรับการที่นักลงทุนต่างชาติโยกเงินกลับไปสหรัฐ
ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งภูมิภาค
และเป็นการปรับตัวทางเทคนิคเท่านั้น ไม่เชื่อว่าค่าเงิน
จะไหลเข้าสหรัฐเป็นการถาวร
เพราะการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐไม่มีความชัดเจน
“ค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา
ทำให้นักลงทุนต่างชะลอการนำเข้า เพื่อรอให้ค่าเงินบาทแข็งค่าที่สุด
จะได้สั่งของราคาถูกที่สุด
แต่ตอนนี้เมื่อนักลงทุนรู้ว่าค่าเงินบาทนิ่งแล้ว
ก็จะมีความมั่นใจกลับมาลงทุนใหม่อีกครั้ง” นายทนง กล่าว
ด้าน ม.ร.ว.ปรีดิยาธร
กล่าวว่า ค่าเงินบาทไทยแข็งค่าอยู่ตรงกลางเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น
โดยแข็งค่าขึ้น 7%
เทียบกับค่าเงินภูมิภาคเอเชียที่แข็งค่าประมาณ 5-6%
ขณะที่ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้น 8% เงินปอนด์แข็งขึ้น 9%
ทำให้ขณะนี้ผู้ประกอบการไทยไม่เสียเปรียบเรื่องความสามารถการแข่งขัน
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร
ยังเปิดเผยว่า แบงก์ชาติเห็นด้วยกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ
เพราะเป็นเรื่องดีกับเศรษฐกิจ
โดยเฉพาะในภาวะที่ต้องรอรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศเช่นนี้
ถือเป็นเรื่องจำเป็นที่รัฐบาลต้องทำ
แต่สำหรับนโยบายที่แบงก์ชาติดูแลอยู่ อย่างนโยบายการเงิน
อัตราดอกเบี้ยไม่จำเป็นต้องทำอะไรในช่วงนี้
เพราะแบงก์ชาติมีการดูแลอยู่แล้ว “วันนี้เข้าไปหารือกับนายทนง
พิทยะ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ก็หารือเฉพาะเรื่องเงินบาท
เข้าไปคุยเรื่องภาวะอัตราแลกเปลี่ยนให้คลังฟัง ไม่มีอะไรน่าห่วง
แต่ก็ไม่ได้มีการหารือเรื่องอัตราดอกเบี้ย
หรือคลังมาขอร้องให้คงอัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไม่มี
ไม่ได้คุย ไม่มีการขอร้องอย่างนั้น” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าว
ผู้ว่าการแบงก์ชาติ
กล่าวว่า แบงก์ชาติไม่ห่วงเรื่องผลกระทบเงินเฟ้อ
จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ
เนื่องจากการดำเนินงานของรัฐบาลรักษาการ
มีอำนาจหน้าที่สามารถออกมาตรการได้จำกัดอยู่แล้ว
ซึ่งการกระตุ้นเช่นนี้น่าจะเป็นการกระทำที่ถูกต้องแล้ว
และเท่าที่ดูแลอัตราเงินเฟ้อ อัตราแลกเปลี่ยนตอนนี้
ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง
โพสต์ทูเดย์ 24 พ.ค. 49