เลยเวลาสิบเอ็ดโมงไปเล็กน้อยจึงได้พากันเดินทางออกจากร.พ.เพื่อไปสถานีอนามัย ช้าตรงที่รอพนักงานขับรถอยู่เป็นครู่ พนักงานขับรถมาแล้ว แขกขึ้นนั่งรถพร้อมแล้ว น้องเอ้งก็ยังไม่ยอมมาขึ้นรถ มาทราบว่าที่ข้าอยู่ เพราะตามหาตัวน้องเล็กกันอยู่
รถพาทั้งหมดมาถึงท่าเรือสะพานเจ้าฟ้า เพื่อลงเรือไปที่สถานีอนามัยบ้านคลองประสงค์ ถิ่นแดนที่เคยประสบกับภัยธรรมชาติสึนามิ มาถึงท่าเรือก็เก้ๆกังๆกันอยู่ ไม่รู้ว่าใครช่วยดูแลเรื่องติดต่อเรือ มารู้ทีหลังว่าน้องอี๊ด หัวหน้างาน PCU ร.พ.เป็นคนติดต่อ
รู้สึกเหมือนไม่เห็นว่าจะใช้เรือลำไหน อากาศก็ร้อนแค่ไหน ให้ลองนึกดูว่า กำลังยืนกลางแดด กางร่มรอ ที่ริมหาดทรายใกล้ฝั่งทะเลแล้วกัน ร้อนๆปานนั้นแหละค่ะ ตั้งท่าเดินไปที่สะพานเทียบท่า หางตามองเห็นน้องอี๊ดยืนทำอะไรบางอย่างอยู่

หันไปเห็นหลังแวบๆ จึงเดินตามไป ปรากฏว่าน้องอี๊ดกำลังติดต่อตกลงราคาเรือและเวลาไปรับกลับอยู่กับคนขับเรือ ตกลงค่าเรือได้ในราคาคนละ 10 บาทเหมือนกับที่ชาวบ้านทั่วไปเดินทางกัน ไม่ต้องเหมาไปอย่างทุกครั้งซึ่งจะมีราคาอยู่ในราว 300-500 บาท โล่งใจไป
บรรดาแขกก็พากันเดินตามหลังฉันมาด้วย เป็นอันว่าได้ทะยอยลงเรือกันจนเต็มลำ ทั้งขบวนไปด้วยกันทั้งหมดสิบเอ็ดคนพอดีๆ
คนเรือพานั่งเรือลัดน้ำไปที่สถานีอนามัย ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีก็ถึงฝั่งสถานีอนามัย ทิวทัศน์ข้างเรือขณะที่เรือวิ่งไปมีหลากหลายมุม มีมุมสวยๆอยู่หลายมุม และรู้สึกตัวเองว่าวันนี้ ไม่มีอารมณ์สุนทรีย์สักเท่าไรกับการชมทิวทัศน์ของสองฝั่ง
เรือเทียบที่ท่าหน้าสถานีอนามัย โดยเกยหัวเรือเทียบฝั่งให้ก้าวเดินลงบนดินโคลนที่แห้งๆ โชคดีที่ดินแน่น การก้าวย่างลงไปจึงไม่ทำให้เกิดการเปรอะเปื้อน ดูระดับน้ำแล้วคาดว่าขากลับ ไม่น่าจะสามารถก้าวขึ้นเรือได้ง่ายๆ และแต่ละคนที่มาด้วย เป็นคนสไตล์เดินถนนในเมืองกรุงได้เก่งกว่ามาเดินบนถนนหนทางอย่างริมฝั่งที่มีโคลน
ได้ยินน้องอี๊ดกำลังขอให้คนเรือมารับที่ท่าหน้าสถานีอนามัย ฉันจึงตัดสินใจตัดบทน้องอี๊ดและคนเรือไปว่าไปรับที่ท่าเรือที่ชาวบ้านใช้สัญจรแล้วกัน อีกด้านหนึ่งของอนามัยมีถนนสามารถเดินไปถึงท่านั้นได้สบายๆอยู่

ทั้งกลุ่มพากันเดินล่วงหน้าไปถึงสถานีอนามัยกันแล้ว ฉันได้แต่อ้อยอิ่งเดินดูโน่นนี่ เห็นถนนหน้าสถานีอนามัยแล้วพานึกไปไกล ดูภาพเอาเองค่ะว่าน่านึกไปไกลหรือเปล่า ไปถึงหน้าสถานีอนามัยแล้วก็ยังด้อมๆมองๆอยู่ ตั้งใจว่าจะไม่เข้าไปนั่งร่วมฟัง แล้วได้ยินเสียงแขกถามหาว่า คุณหมอไปไหน จึงจำใจต้องพาตัวเข้าไปเสนอหน้าให้ชาวบ้านเห็นหน้า
ทักทายชาวบ้านแล้วก็พาตัวเข้าไปนั่งใกล้น้องสาย จพ.สาธารณสุขประจำสถานีอนามัยแห่งนี้ ให้กำลังใจแล้ว นั่งฟังน้องนำเสนอสักครู่ ก็ลุกออกมาเดินดูสถานีอนามัยของเธอ เพื่อเยี่ยมเยียนน้องๆที่นี่ตามความตั้งใจ
เดินขึ้นไปชั้นบน ก็พบว่ามีน้องอีกคนกำลังทำงานอยู่ มีคนไข้ใช้บริการอยู่คนเดียว ไม่มีคนไข้อื่นๆเลย หันมองหาน้องธรรมนูญ หัวหน้าสถานีแห่งนี้คนใหม่ก็ไม่เห็น เดินชมสถานที่แล้วนึกชมว่า ที่นี่จัดเก็บสถานที่เป็นระเบียบเรียบร้อยดี มีมุมๆน่ารักๆให้อารมณ์สุนทรีย์อยู่ไม่น้อย

เดินรอบๆสถานีอนามัยแล้ว ก็กลับเข้าไปนั่งร่วมฟังการนำเสนอของน้องสาย ตาเหลือบเห็นแฟ้มใหญ่วางบนโต๊ะ จึงหยิบมาดูว่าข้างในเป็นเรื่องอะไร ปรากฏว่าเป็นแฟ้มเรื่องราวของกิจกรรมที่ทำในหมู่บ้าน
บันทึกที่อยู่ในแฟ้มบอกให้รู้ว่า ที่ตำบลแห่งนี้มีการรวมกลุ่ม มีตัวแทนจากทุกหมู่ อสม.และอบต.เข้ามาร่วมกันทำงานพัฒนาด้านสาธารณสุขด้วยกัน
การได้เห็นเรื่องราวดังกล่าวจากในแฟ้ม ทำให้ได้ช่องทางบางอย่างที่จะสานต่อ เกี่ยวกับเรื่องการจัดระบบดูแลเบาหวานแห่งนี้โดยบังเอิญ หลังเผชิญกับทางจนมาช่วงหนึ่ง สิ่งที่รู้ทำให้มองเห็นว่ายังมีเรื่องอีกมากมายที่ต้องเชื่อมโยงและประสานให้รอยต่อแนบสนิทไร้ซึ่งรอย คนเบาหวาน-ความดันสูงในพื้นที่จึงจะได้ดี

การนำเสนอใช้เวลาค่อนข้างยาว สังเกตว่าแขกเยือนไม่ใคร่ได้สนใจเท่าไร จนกระทั่งจบเรื่องนำเสนอ แขกได้ขอชวนชาวบ้านที่มานั่งด้วยคุยกัน ทีแรกคุยมีความสับสนพอใช้ได้ คนหนึ่งพูดภาษากลาง คนหนึ่งพูดใต้ ฟังกันได้แค่บางคำพูด ความเข้าใจเริ่มเพี้ยน เรื่องที่ถามเป็นเรื่องของการกินอาหารเพื่อลดเบาหวานช่วงเดือนรอมฎอน เรื่องที่ตอบกลับเป็นเรื่องของการกินตามเวลาธรรมดาบ้าง เดือนรอมฎอนบ้าง ไม่เพี้ยนได้ไง
จนกระทั่งจำเป็นต้องมีล่ามให้ จึงเริ่มได้เค้าลางข้อมูลที่แขกต้องการ การสนทนาจึงเริ่มที่จะมีรสชาด จนได้คำเชียร์มาให้ทำงานวิจัยด้านอาหารหน่อย อยากจะรู้ว่ามีความรู้อะไรที่จะนำไปใช้ได้ สำหรับช่วยให้คนไข้มุสลิมในถิ่นอื่นได้ใช้ดูแลตนให้ดี

คุยกันไปจนถึงเที่ยงก็พากันกลับ ชาวบ้านมีจิตใจดีมากชวนกินข้าว เตรียมผัดไทยใส่ห่อมาให้หลายห่อเชียว ทั้งหมดได้รับเชิญไว้แล้วว่าจะกลับมากินข้าวที่ร.พ.จึงปฏิเสธ แต่ไม่วายต้องรับห่อผัดไทยกลับมาด้วย
เดินเลียบฝั่งตามกันมาจนถึงท่าเรือ คนเรือรออยู่ก่อนแล้วตามนัด เจอผู้เฒ่าสองคนที่เชิงท่า ถามมาว่าไปไหนกันมาหรืออีหนู แปลกใจที่มีคำทักทายถามมาอย่างนั้น หันไปดู อ้อ เดินมากันกลุ่มใหญ่นี่เอง ผู้คนจึงฉงน
ตอบไปว่ามาที่สถานีอนามัยนี่แหละ แล้วปะเล่าไปไหนมาหรือ ผู้เฒ่าตอบว่า ไปตลาดซื้อของเพิ่งมาถึง คุยทักทายกันแล้วก็จากกันมา
เรือมาส่งถึงฝั่งเวลาเที่ยงกว่าแล้ว ขลุกขลักเรื่องไม่มีรถมารับและเสียเวลารอกันจนถึงเที่ยงครึ่ง
กลับถึงร.พ.กว่าเที่ยงครึ่ง ให้รถไปส่งแขกถึงครัวของร.พ. หัวหน้ากลุ่มการพยาบาลคนใหม่รออยู่แล้ว เจ้านายส่งข่าวมาว่ายังติดประชุมองค์กรแพทย์อยู่ นึกได้ เออ ลืมอีกแล้วเราว่ามีประชุมแพทย์ จึงขอตัวมาประชุม ปล่อยให้หัวหน้าพยาบาลรับแขกแทน
ตัวฉันเข้าไปนั่งแล้วก็นั่งไปกินไป มีพิซซ่าอร่อยและไก่ทอดที่น้องๆส่งมาให้ ฟังเรื่องยาจบแล้วฉันก็ปลีกตัวเดินกลับมากินข้าวกับแขกต่อ เจ้านายและหัวหน้าเภสัชกรเดินมาพร้อมกัน
วันนี้ทีมลูกช้างรุ่นเดอะที่ร่ำเรียนมาใกล้ๆกันได้มากินข้าวด้วยกันโดยไม่ได้นัดหมายล่วงหน้า ไม่ถือว่าเป็นวันพิเศษจะเรียกว่าวันอะไรกันเล่า
แถมด้วยระหว่างกินข้าวได้ยินข่าวดีอีก มีแนวโน้มว่าในปี 2553 ร.พ.ของฉันจะมีเครื่องตรวจตาใ้ห้คนไข้เบาหวานแบบชุดสนามแล้ว ไชโย
15 ตค.2552
ตามมาอ่านต่อตอนที่สองครับ
สวัสดีค่ะ
ฝนตกใหญ่เลยค่ะพี่หมอ ที่พังงามิตกนิ เซ็งปู (บ่ใช่เซ็งเป็ดอย่างท่านพ่อครูบาว่า) เยย
จะเขียนเรื่อง แต่มาอมยิ้มพี่ครูคิมบอกท่านอัยการจะมา แถลง อะไรเอ่ยคะ ... ถลาง คะพี่ครูคิม ๆ เปลี่ยนชื่อเมืองให้เค้าซะแล้ว
เห็นบรรยากาศทำงานของพี่หมอแล้ว อืมม สวรรค์ค่ะ
สวัสดีค่ะคุณป้าหมอเจ๊
หนูขอกราบขอบพระคุณคุณป้าเป็นอย่างสูงที่ได้เลี้ยงอาหารและได้ส่งขึ้นรถทัวร์ค่ะ
อาหารทุกอย่างอร่อยมากค่ะ
หวังว่าคงได้เจอคุณป้าอีกในวันที่คุณครูคิมจัดงานบวชให้พี่ๆนะคะ