ขอให้ชาวนาที่เป็นกระดูกสันหลังของชาติ จงอย่าเป็นแค่เด็กเลี้ยงโคเลยเพราะว่าเด็กเลี้ยงโค คนเลี้ยงวัวก็เป็นได้แค่คนเลี้ยง เลี้ยงเสร็จก็นับโค แล้วก็เอาไปส่งเจ้าของ ไม่สามารถทำอะไรกับโคได้เพราะไม่ใช่เจ้าของที่แท้จริง

 

ขอให้ชาวนาที่เป็นกระดูกสันหลังของชาติ จงอย่าเป็นแค่เด็กเลี้ยงโคเลยเพราะว่าเด็กเลี้ยงโค คนเลี้ยงวัวก็เป็นได้แค่คนเลี้ยง เลี้ยงเสร็จก็นับโค แล้วก็เอาไปส่งเจ้าของ ไม่สามารถทำอะไรกับโคได้เพราะไม่ใช่เจ้าของที่แท้จริง เหมือนกันกับชาวนาที่ปัจจุบันนี้ไม่สามารถทำอะไรได้กับข้าวที่ตัวเองเป็นผู้ ไถ เตรียมดิน หว่านกล้า ปักดำ ใส่ปุย ดูแลทุกอย่าง ลงทุนเกี่ยว แต่พอจะขายกลับไม่สามารถกำหนดราคาได้ ต้องไปถามเจ้าของที่แท้จริงคือโรงสีครับท่าน เจ้าของปลอม ปลอม อย่างชาวนาไม่มีวันที่จะได้ขายข้าวตามที่ตัวเองหวัง ไม่แม้แต่จะเอื้อนเอ่ยวาจาที่จะต่อรอง จำยอมต้องขายข้าวที่ตัวเองเป็นผู้ผลิตดูแลมาตลอดเวลา ๓-๔ เดือน ผู้ผลิตคือชาวนา ผู้ได้ผลผลิตที่แท้จริงคือนายทุน นายทุนที่หน้าเลือดสุด สุด

แต่ยังไงก็ตามชาวนาก็คือชาวนา ผู้ที่เป็นกระดูกสันหลังของชาติอย่างแท้จริงแต่พวกเราที่เป็นเนื้อหนัง เอ็นกระดูก หรือแม้แต่หัวกระทิก็ไม่มีทางที่จะมองเห็นความสำคัญของกระดูก ตราบใดที่โครงร่างที่ผอมกระรุ่งกระริ่งยังสามารถเดินได้อยู่ หัวขมองอิ่มจะไม่ได้สำนึกตราบใดที่ร่างกายยังไม่มีบาดแผล เจ็บป่วย แต่เมื่อใดโครงกระดูกเดินไม่ได้ อ่อนแอ เจ็บจี๊ด จี๊ด ขึ้นมา หัวขมองที่ไม่มีกระดูกก็จะกระตุกขึ้นมาทันทีทันใด เหมือนกันครับเมื่อไหร่ที่ประเทศยังไม่มีภัย ยังอยู่ดีกินดีหัวขมองคือนายทุนหน้าเลือดก็จะไม่รู้สึกมัวแต่กอบโกยผลประโยชน์ ทุ่มเถียงชิงดีชิงเด่น แย่งเก้าอี้กันเป็นที่สนุกสนาน แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ประเทศชาติล่มจมเป็นหนี้สินขึ้นมา อดอยากปากแห้งก็ประชาชนธรรมดา ตาสีตาสา ยายมียายมานี่ละครับ ชาวนาชาวสวนนี่ละที่ไม่เคยละทิ้งประคับประคองประเทศชาติให้ได้มีลมหายใจต่ออีก ให้ชีวิตคือขมองเลือดเนื้อหัวใจได้คงอยู่

ชาวบ้านบางระจันไม่เคยละทิ้งประเทศชาติ ยอมเสียสละเลือดเนื้อแม้แต่ชีวิตเพื่อที่จะรักษาประเทศไว้ ก็เป็นชาวบ้านอย่างเรา เป็นชาวนาชาวไร่ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชพืนเพก็เป็นชาวบ้าน ชาวนา ครับ พูดง่ายๆทหารที่รักษาชาติตายเพื่อชาติในสนามรบได้ก็เป็นชาวนาชาวไร่นี่ละครับที่ไปเป็นทหาร พลทหารที่ยอมตายเพื่อนายพล แต่นายๆทั้งหลายจะหันมามองเห็นความดีของพลทหารบ้างไหม? สมมุติว่าประเทศไทยล่มจมจริง จริง ใครหรือครับที่จะเป็นผู้รับผิดชอบ ใครหรือครับที่จะแบกรับประเทศไว้ได้ไม่ให้ล่มจม ถ้าประชาธิปไตยที่ยกย่องกันว่าเป็นระบอบปกครองที่เสมอภาค เพื่อคนส่วนมากจริง จริง ถามว่าใครคือคนส่วนมาก ประชาชนส่วนมากเป็นชาวนาชาวไร่ครับ แปลกแต่จริงถ้าผมจะบอกว่า "ชาวไร่ชาวนาที่เป็นประชนส่วนมากไม่มีสิทธิ์เป็น สอ สอ " ไม่มีสิทธิ์ที่จะออกกฏหมายเพื่อปกครองตนเอง แปลกไหมละครับท่าน ถ้าบอกว่าประชาธิปไตย คือเสียงส่วนใหญ่ก็เอาหูเบา เบา ของหัวขมองอิ่มมาฟังเสียงคนส่วนใหญ่บ้างก็น่าจะดีครับ

อ้าว เขียนไปเขียนมาเลยไม่รู้ว่าเรื่องอะไรกันแน่ ก็ไม่มีเรื่องอะไรดอก แค่เรื่องต้มยำกุ้งแค่นี้เองขอรับ เอานี่นิด นั่นหน่อย มารวมกันให้มันเป็นความหลากหลายที่ลงตัว ที่จริงผมเกริ่นเรื่องชาวนาที่เป็นผู้ผลิต แต่ไม่สามารถรับผลประโยชน์จากผลผลิตของตัวเอง บังเอิญว่าเดินรอบ รอบวัดเห็นโยมเขาเกี่ยวข้าวแล้วมันเศร้า มันเศร้ายิ่งกว่านิยายน้ำเน่า เรื่องไทยเข้มแข็ง เสียอีก เพราะชาวนานี่มีแต่เสมอตัวกับขาดทุน มันไม่หวานหมูเหมือนนิยายน้ำเน่าตอนจบหรอก ปีไหนน้ำมากก็ไม่ค่อยได้ผล น้ำน้อยก็ไม่ได้ผลอีกละครับท่าน อย่างนี้มันก็เรียบร้อยโรงเรียนนายทุนสิ พอเห็นแล้วมันอดไม่ได้สมองมันแล่นขึ้นมาก็ต้องทำให้มันลงสิครับ

เห็นแล้วก็นึกถึงสมัยที่พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นเมื่อ ๒๕๐๐ กว่าปี่ที่บอกว่าการแบ่งชั้นวรรณะของคนออกเป็น ๔ ประเภทแถม ๑ วรรณะ๔คือ กษัตริย์ พราหมณ์ แพทย์ ศูทร พวกศูทรนี่เป็นกรรมกรรับใช้ประเทศ รับใช้วรรณะที่เหลือ ๓ อาบเหงื่อต่างน้ำ นอนกลางดิน กินกลางทราย เป็นผู้สร้างผล แต่ไม่ได้รับผล เหมือนกันครับกับ เกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา กับนายทุนที่เป็นอยู่ทุกวันเพี่ยงแต่รูปแบบที่เป็นทาสมันเปลี่ยนไปก็แค่นั้น ทุกวันนี้คนจน จน อยู่อีกฝากหนึ่งวรรณะหนึ่ง คนรวย รวย อยู่อีกฝากหนึ่ง คนที่ถือว่ามีความรู้อยู่อีกฝากหนึ่ง คนที่ไม่มีความรู้อยู่อีกฝากหนึ่ง นี่คืออะไรครับท่านนี่คือการแบ่งชั้นวรรณะกันดี ดี นี่เอง ลองมองดูชัด ชัด ผมว่าน่าสมเพท สมเพทที่ปากก็บอกว่า นี่คือการปกครองแบบสิทธิ์เสรีภาพ การดำเนินชีวิตที่มีอิสรภาพที่ดีที่สุดเท่าที่ปรากฏในประวัติศาตร์ของมนุษย์ชาติ แต่จริง จริงแล้วนี้คือการแบ่งแยกแบบเด่นชัดที่สุดเท่าที่เคยมีในประวัติศาตร์ต่างหาก  

ชาวนาคือวรรณะศูทรที่ไม่มีวันจะได้ลืมตาอ้าปากได้ จนยังไงก็ต้องจนอย่างนั้นต่อไป กษัตริย์ พราหมณ์ แพทย์ คือวรรณะที่รวยยังไงก็รวยยังงั้นเป็นวรรณะที่พระเจ้าสร้างมาให้รวย นี่คือการแบ่งชั้นวรรณะแบบโบราญ โบราญ กับแบบ สมัยใหม่ หยิบธรรมะมาใส่หน่อยก็คือการยึดถือ อัตตา ตัวตน ตัวกูของกู ที่หลวงปู่พุทธทาส เทศบ่อยๆนั้นละ แล้วแต่ว่าอัตตาใครใหญ่เล็กกว่ากัน อัตตาใหญ่ก็คือคนที่มีอะไรมาก มาก ใหญ่โตมโหฬาร บุคคลนั้นก็มีอัตตาใหญ่ตามไปด้วย คนที่มีน้อย น้อย ก็มีอัตตาน้อย กระจ้อยหร่อยด้วย ใครจะมีอัตตาใหญ่น้อยแค่ไหนไม่สำคัญ ความสำคัญอยู่ที่ว่าเมื่อมีแล้วก็ชอบมาอวดมาข่มเหง รังแกกัน เพื่อที่จะให้อีกฝ่ายรู้ว่า "อัตตาผมใหญ่ครับ ใหญ่ไหม ขนาดไหน???" 

เอาละครับเขียนมาก็มากแล้วเอาอัตตามาให้ดูครับ ฝากเหมือนเดิมละครับฝากท่านทั้งหลายที่เป็นผู้มี ธุลีในจักษุน้อยช่วยเขี่ยธุลี คือมลทินทั้งหลายออกหน่อยขอรับ ช่วยนำแสงสว่างคือพระอาทิตย์มาส่องโลกอันมืดมิดให้สว่างด้วย กระผมเจอแต่ทางเข้ายังไม่เจอทางออกเลยว่า มนุษย์ที่มีปัณหามากมายจะอยู่ในโลกนี้แบบสงบสุขจริงๆได้อย่างไร ไปก่อนครับดึกมากแล้ว

เป็นชาวนาชาวไร่ใครเห็นบ้าง

เป็นโครงสร้างเลือดเนื้อเกื้อสมอง

เป็นสันหลังของชาติลองหันมอง

เป็นเสาค้ำประคองชาติไม่ให้จม