แค่การเซ็นชื่อที่ถือว่าเป็นระบบเล็กๆ เช่นนี้ ยังมีปัญหาไม่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ได้ แล้วเรื่องใหญ่ๆ หากจะให้เป็นไปตามที่ตั้งใจไว้ จะเป็นไปได้อย่างไร?
            หลายครั้งที่มีการฝึกอบรม / ประชุม / สัมมนา ผมสังเกตว่า . . ผู้ที่มาก่อนเวลาส่วนใหญ่มักจะเลือกไปนั่งแถวหลังๆ ปล่อยแถวหน้าว่างไว้ให้ผู้ที่มาทีหลังนั่ง บ้างก็พูดในทำนองว่า . . เป็นการ “ลงโทษ” ผู้ที่มาช้า ผมเองมองไม่ออกว่าการนั่งแถวหน้านั้นมันเสียหายตรงไหน? แล้วทำไมคนส่วนใหญ่จึงมักพอใจกับการเลือกนั่งข้างหลัง? ครั้นเมื่อสังเกตต่อไป คำตอบหนึ่งที่ได้ (แต่ก็ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกกรณีนะครับ) ก็คือ . . พบว่าการที่บางคนไม่ต้องการนั่งแถวหน้า เพราะตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่าจะอยู่ได้ไม่ตลอดการสัมมนา จำเป็นต้องออกจากห้องก่อนเวลา ไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาเวลาที่ลุกออกจากห้อง อะไรทำนองนั้น
             บางคนอยู่ร่วมสัมมนา (ประชุม) ได้แค่ช่วงเช้า หลายหน่วยงานมีระบบการเซ็นชื่อ คือให้ลงทะเบียนก่อนเข้างาน บางคนเซ็นตอนเช้าแต่พอบ่ายก็หายตัวไป ในที่สุดจึงมีการใช้ระบบเซ็นชื่อสองครั้ง คือเช้าครั้งหนึ่ง และบ่ายอีกครั้งหนึ่ง บางแห่งผมเห็นแล้วก็อึ้ง เพราะกระดาษที่ให้เซ็นชื่อภาคเช้าและภาคบ่ายนั้นวางอยู่คู่กัน (วางของภาคบ่ายไว้ให้เซ็นตั้งแต่เช้า) ซึ่งผู้ที่เข้าสัมมนาก็เซ็นทั้งสองใบอยู่ดี แล้วนี่จะแยกเป็นเช้า-บ่ายให้เปลืองกระดาษทำไม? เพราะถึงอย่างไรก็เซ็นไว้พร้อมกันในตอนเช้า แล้วบ่ายก็หายตัวไปอยู่ดี
            บางแห่งถึงจะวางกระดาษให้เซ็นไว้เฉพาะช่วงเช้า แต่ผู้ที่เข้าร่วมสัมมนาที่ “ใหญ่โต” กว่า (ตำแหน่งสูงกว่าหรืออาวุโสมากกว่าผู้จัดสัมมนา) ก็ถามหาใบเซ็นชื่อภาคบ่ายอยู่ดี พูดในทำนองที่ว่าจะได้เซ็นให้เสร็จๆ ไป ช่วงบ่ายจะได้ไม่ต้องพะวงเรื่องนี้อีก . . ที่ผมหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา ก็เพื่อต้องการจะชี้ให้เห็นว่า แค่การเซ็นชื่อที่ถือว่าเป็นระบบเล็กๆ เช่นนี้ ยังมีปัญหาไม่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ได้ แล้วเรื่องใหญ่ๆ หากจะให้เป็นไปตามที่ตั้งใจไว้ จะเป็นไปได้อย่างไร?  อนิจจา ประเทศไทย !!