บทความเรื่อง วิกฤติ! ‘ครูของครู’ โดยกมลทิพย์ ใบเงิน ในเนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๒ หน้า ๗๐ ทำให้ผมเขียนบันทึกนี้
ก่อนเขียน ผมค้นด้วย Google ว่าจะมีทาง ลิ้งค์บทความนี้ไว้ไหม ปรากฎว่าไม่ได้ แต่พบข่าวนี้ ซึ่งมีสาระคล้ายๆ กัน สาระก็คือ
• ใน ๑๐ ปีข้างหน้า ครูในสังกัด สพฐ. จะเกษียณอายุปีละ ๒๕,๐๐๐ คน
• ช่วงเดียวกัน อาจารย์ในคณะศึกษาศาสตร์-ครุศาสตร์ ก็จะเกษียณอายุจำนวนมากด้วย จะไม่สามารถสร้างครูได้ทันใช้สำหรับประเทศ
• เวลานี้อาจารย์ของคณะศึกษาศาสตร์-ครุศาสตร์มีความตกต่ำทางวิชาการ
วิกฤติคือโอกาส ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่ สกอ./กกอ. จะเอาใจใส่เรื่องการผลิตครูของประเทศให้ได้คุณภาพ และได้จำนวน สัดส่วน ตรงตามความต้องการอย่างแท้จริง รวมทั้ง จะได้ตรวจสอบว่า ในอนาคตประเทศต้องการครูแบบไหนบ้าง ไม่ต้องการครูแบบไหนบ้าง จะได้ผลิตให้ตรง
และยิ่งกว่านั้น ต้องตรวจสอบให้ชัดเจน ว่า “ครูของครู” ในยุคใหม่ ในอนาคต ๑๐ – ๒๐ ปีข้างหน้า ควรเป็นอย่างไร ควรมีคุณวุฒิ/competence อย่างไร
เราต้องไม่มองตื้นๆ แค่ความขาดแคลน ต้องมองที่คุณลักษณะของครูที่ต้องการในอนาคต ต้องมองที่คุณลักษณะของ “ครูของครู” ที่ต้องการในอนาคต ต้องไม่หลงว่าจะต้องมุ่งผลิตครูตามแบบที่ผลิตอยู่ในปัจจุบัน ต้องไม่หลงว่าจะต้องการ “ครูของครู” ในรูปแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
ยิ่งนับวัน ผมก็ยิ่งแจ่มชัดในความคิด ว่าครูที่สังคมต้องการ ไม่ใช่แค่คนที่มีความรู้ แต่ต้องการคนที่รักเด็ก เห็นคุณค่า สนุก และหลงใหล ในการส่งเสริมให้เด็กขยายพืชพันธุ์ “แก้ว ๓ ประการ” ในตัวเอง ได้แก่ (๑) แรงบันดาลใจ (๒) ฉันทะ และทักษะ ในการเรียนรู้ (๓) ความคิดเชิงคุณธรรม (morality) โดยทำหน้าที่ครูเพื่อศิษย์ เพื่อช่วยให้ศิษย์รู้จักตัวเอง ค้นพบตัวเอง แล้วได้แก้ว ๓ ประการที่งอกงามขึ้นจากภายในตนเอง
ครูที่เราต้องการ คือครูที่ทำให้เด็กมีแก้ว ๓ ประการ งอกงามอยู่ในหัวใจ โดยครูไม่ต้องสอนวิชาแก้วสามประการ แต่เด็กจะงอกงามไตรรัตน์นี้ผ่านกระบวนการเรียนรู้ทั้งในห้องเรียน และนอกห้องเรียน โดยครูมีส่วนออกแบบการเรียนรู้ให้เด็กได้สนุกกับความท้าทายต่างๆ และเด็กมีความสุขกับผลสัมฤทธิ์ในการเรียนรู้ที่ตนเองรู้สึกและพอใจ
ระบบอุดมศึกษา ต้องถือโอกาสจากการมองเห็นวิกฤติรออยู่ข้างหน้า รีบดำเนินการวิจัยระบบ เพื่อทำความเข้าใจปัญหา/สภาพที่แท้จริง ในอนาคต และเพื่อค้นหาวิธีดำเนินการที่จะสร้างความเข้มแข็งให้แก่วงการ “ครูของครู” และวงการครู ซึ่งไม่ควรจะเหมือนเมื่อ ๓๐ ปีก่อนจนถึงปัจจุบัน
คำถามเชิงระบบ และเชิงอนาคต
• ใน ๑๐ ปีข้างหน้า ต้องผลิตครูขึ้นทดแทนผู้เกษียณอายุ ปีละกี่คน มองภาพรวมทั้งประเทศ ไม่ใช่เฉพาะครู สพฐ.
• ครูที่ต้องการนั้น ควรมีความรู้ความสามารถอย่างไรบ้าง แจกแจงกลุ่มอย่างไร
• ควรมีระบบ/วิธีการ พัฒนาครูเหล่านั้น อย่างไรบ้าง ตัวอย่างเช่น ในต่างประเทศ ครูมัธยมทั้งหมดผลิตโดยการเรียนสาขาวิชาตามเนื้อหา เช่นครูวิทยาศาสตร์สร้างโดยเรียนปริญญาตรี ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ คณิต แล้วเรียนวิชาครูเพิ่มอีก ๑ ปี เราควรทำอย่างนั้นไหม
• เวลานี้ คณะศึกษาศาสตร์-ครุศาสตร์ ๙๒ แห่ง ทำงานอะไรบ้าง เป็นงานผลิตครูสักกี่เปอร์เซ็นต์ของงานทั้งหมด และที่ทำงานผลิตครู ได้คุณภาพแค่ไหน มีคณะใดบ้างที่ถือว่าดีเด่นควรได้รับการส่งเสริมให้พัฒนาไปเป็นสถาบันผลิตครูที่ได้รับการสนับสนุนเต็มที่ แห่งใดบ้างที่ควรยุบหรือแยกออกไปทำงานด้านอื่น
• อื่นๆ (โปรดช่วยกันเพิ่มเติม)
จะเห็นว่า งานวิจัยระบบชิ้นนี้ ต้องการคนที่มีความแม่นยำสูง คิดลึกซึ้ง และตรงไปตรงมาไม่เล่นพวก และไม่เกรงใจใคร และเนื่องจากจะต้องวิเคราะห์วงการ ศึกษาศาสตร์-ครุศาสตร์ อย่างตรงไปตรงมา ทีมงานวิจัยจึงไม่ควรมีคนทางศึกษาศาสตร์เกินหนึ่งในสี่ของทีมทั้งหมด และไม่ควรนำโดยคนในวงการศึกษาศาสตร์-ครุศาสตร์
ที่จริง นี่คือส่วนหนึ่งของการปฏิรูประบบการศึกษาที่แท้จริง ที่ประเทศไทยยังไม่ได้คิดจะทำนั่นเอง คือเราจะต้องออกแบบการศึกษา ออกแบบครู และออกแบบ “ครูของครู” เสียใหม่นั่นเอง
วิจารณ์ พานิช
๑๐ ต.ค. ๕๒
เรียน ท่านอาจารย์...
โดนใจจังค่ะ...แต่จะมีใครสักกี่คนเล่าคิดแบบอาจารย์
เห็นคิดแต่จะเป็น compehensive มุ่งแต่อนาคต แต่ไม่เคยมองพื้นฐาน
ที่มีตัวตนของตนเองเลยค่ะ...
..อื่นๆ(โปรดช่วยกันเพิ่มเติม)....บทบาทของครูคนแรกในชีวิต...หดหายไปในสังคมปัจจุบัน...(พ่อและแม่)....สังคมความรู้การศึกษาที่มีแต่..ทฤษฎีวิจัย..ปราศจากทักษะวิจัย...สังคมที่มีแต่นักออกแบบ....แต่ขาดนักมืออาชีพ...ก็คือสังคมปัจจุบัน...เราขาดอะไรกันแน่...
คือว่ามีน้องเรียนอยู่มหาลัยแห่ง ค่ะแล้วน้องเรียนภาษาจีนเป็นวิชาโทแล้วเกิดติด I
ทั้งๆที่เข้าเรียนทุกคาบและส่งงานครบทุกชิ้น เพื่อนที่เรียนด้วยกัน
บางคนไม่มาเรียนและส่งงานไม่ครบแต่อาจารย์ให้ผ่าน
อยากทราบว่าเราจะตรวจสอบเกณฑ์การให้เกรดได้อย่างไร
ไปติดต่อกับอาจารย์เพื่อขอดูข้อสอบของตัวเองและเพื่อนคนอื่นได้หรือเปล่า