หลักการสามประการที่สร้างพลังมหาศาลแก่องค์กร
ผมอ่านพบหลักการสามประการในการสร้างพลังให้องค์กร จากหนังสือ วาทะของแจ๊ค เวลช์ (สุดยอดนักบริหารแห่งศตวรรษ) เขียนโดย เจเน็ต โลว์ แปลโดย ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์

แจ๊คเวลช์บอกว่าหลักการสามประการที่สร้างพลังมหาศาลแก่องค์กร คือ ความรวดเร็ว ความเรียบง่าย และ ความเชื่อมั่นในตนเอง
1. ความรวดเร็ว เวลช์ ยืนยันว่า ธุรกิจที่มีความรวดเร็วเท่านั้น จึงจะอยู่รอดได้ ความรวดเร็วสามารถสร้างได้โดยการที่รูปแบบองค์กรมีชั้นบังคับบัญชาที่สั้นโดยการกำจัดขั้นตอนและการให้โอกาสแก่คนในการที่จะได้รับชัยชนะ ต้องกระจายอำนาจทำให้ทุกสิ่งเรียบง่าย นั่นคือ การไว้วางใจกันมากขึ้น
2. ความเรียบง่าย เวลช์บอกว่า ความเรียบง่าย เป็นคุณลักษณะที่ถูกมองข้าม เพราะวัฒนธรรมทึกวันนี้ เต็มไปด้วยความลึกลับซับซ้อน ลังเล สับสน และ เต็มไปด้วยการตีความหมาย ความยุ่งยากซ้ำซ้อน จะทำให้เกิดความล่าช้าและดึงดูดพลังงานออกมาจากทุกสิ่งที่มันสัมผัส ยกเว้นระบบราชการ พวกนิยมระบบราชการชอบความยุ่งยาก
ความเรียบง่ายไม่ได้ทำได้อย่างง่ายดายเสมอไป การจะทำให้มันง่ายขึ้นนั้น จะต้องเข้าใจรายละเอียดของกรรมวิธีนั้นอย่างชัดเจน
เวลช์บอกต่อไปว่าความรวดเร็ว และ ความเรียบง่าย ไปด้วยกันเสมอ การกำจัดความวุ่นวายสับสน จะช่วยให้การตัดสินใจเร็วขึ้น
3. ความเชื่อมั่นในตนเอง เวลช์บอกว่า เช่นเดียวกับที่ความรวดเร็วพรั่งพรูออกมาจากความเรียบง่าย ความเรียบง่ายนี้มีพื้นฐานมาจากความเชื่อมั่นในตัวเอง ความเชื่อมั่นในตัวเองจะไม่เกิดขึ้นกับคนที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบแบบราชการ
สิ่งกีดขวางในแนวราบระหว่างหน้าที่ต่างๆในบริษัท เกิดจากการที่คนทำงานคิดว่า มีความมั่นคงในหน้าที่การงานอยู่ที่สิ่งที่เขารู้ และ เขาปกป้องตำแหน่งของตนในระบบการบริหารแบบราชการ
ครับ เมื่ออ่านวัฒนธรรมการทำงานของภาคธุรกิจในซีกโลกตะวันตก จาก แจ๊ค เวลช์ (สุดยอดนักบริหารแห่งศตวรรษ) ก็ต้องยอมรับว่าที่องค์กรของเขาประสบผลสำเร็จ มาจากวัฒนธรรมองค์กรแบบ รวดเร็ว เรียบง่าย และ ความเชื่อมั่นในตนเอง ซึ่งจะสร้างวัฒนธรรมองค์กรดังกล่าวได้ จะต้องดำเนินการในรูปแบบ “การปฏิวัติค่านิยม”
ทีนี้ หันกลับมามององค์กรราชการแบบไทยเรา จากประสบการณ์ส่วนหนึ่งเท่าที่ผมสัมผัสมานะครับ จะตรงข้ามกับที่แจ๊ค เวลช์ ว่าไว้หมดเลยครับ
1. รวดเร็ว บางงานผมก็หงุดหงิดครับ เนื่องจากต้องผ่านขั้นตอนตามสายงาน ผมต้องการให้เสร็จภายในวันเดียว แต่ก็ปาไปถึง 5 วัน บางงานหนึ่งอาทิตย์น่าจะผ่าน ก็ลากยาวไปถึงเดือนครับ งานที่ช้าๆ พวกนี้ ที่ช้าเพราะน่าจะเกิดจากที่แจ็คเวลช์ บอกไว้ว่าเกิดจากที่คนทำงานคิดว่าความมั่นคงในหน้าที่การงานอยู่ที่สิ่งที่เขารู้ และ เขาปกป้องตำแหน่งของตนในระบบการบริหารแบบราชการ
2. ความเรียบง่าย ในจุดนี้จะเห็นได้ชัดครับว่าที่ผ่านมาในการทำงาน มักจะเต็มไปด้วยเอกสาร หลักฐาน คำสั่ง เต็มไปหมด และเมื่อหันกลับไปมองในองค์กรระดับโรงเรียน พบว่า คุณครูต้องมุ่งทำเอกสารหลักฐานที่มากมาย แทนที่จะเอาเวลาไปทุ่มเทในการสอนเด็ก
3. ความเชื่อมั่นในตนเอง ส่วนใหญ่ต้อง “ทำงานตามสั่ง” ครับ ก็เลยไม่มีความเชื่อมั่นในตนเอง
ก็คงต้องค่อยๆปรับ ค่อยๆเปลี่ยนครับ สำหรับการทำงานใน “ระบบราชการ”
สวัสดีค่ะ
บันทึกนี้เปรียบเทียบระบบราชการไทย กับ องค์กรที่มีพลัง...
รวดเร็ว เรียบง่าย และเชื่อมั่น
คนไม่มีรากเห็นอย่างหนึ่งที่เราขาดหายไป ก็คือ ความเชื่อมั่นของคนทำงาน...โดยเฉพาะข้าราชการ (ส่วนหนึ่ง) มักจะประเมินว่า "เจ้านาย" ว่าอะไร ชอบสิ่งไหน แล้วจึงทำตามนั้น (เพื่อจะไม่ต้องเหนื่อยมาก) ในที่สุดจึงมาลงท้ายที่เดิมคือ...ต้องมีผู้นำที่ดี องค์กรจึงจะเดินไปได้ด้วยดี...ใช่ไหมคะ
หวังไว้ว่าราชการไทยจะปรับตัวได้ดีขึ้นในที่สุดค่ะ
(^___^)
ความเชื่อมั่นของคนทำงาน ในระบบราชการ ผมว่าเราหายไปจริงๆครับ จึงไม่สามารถคิดเองได้ ตัดสินใจเองได้ ต้องทำตามนายสั่งครับ ปลอดภัยดี
สำหรับผม ก็คงค่อยๆปรับ และ ค่อยๆทำใจครับ
ขอบคุณครับ
มาอีกครั้งค่ะ....
นี่ล่ะค่ะ ทำให้เกิดพวก "หัวเน่า" ขึ้นไงคะ
(^___^)
บางครั้ง ผมก็เป็น "หัวเน่า" ในองค์กรเหมือนกันครับ
เรียน ท่านอาจารย์ small man สุดยอด "รวดเร็ว เรียบง่าย เชื่อมั่น" ขอบพระคุณครับ
เรียน ท่านรองฯ
แวะมาอ่านด้วยคนค่ะ...ทฤษฎีนะใช่...แต่การปฏิบัตินี่สิค่ะ...
ช้ามาก ๆ ยิ่งเป็นระบบราชการไทยนะค่ะ ปฏิรูป เฟสแรกก็แล้ว เฟส 2 กำลังเริ่ม ๆ
ไม่รู้จะมีเฟส 3 หรือเปล่า...อยู่ที่แต่ละคนค่ะ...ร่วมแรงร่วมมือกันทำ...ไม่ช้าก็ใช่ค่ะ...อิ อิ อิ
ระบบราชการ ช้าจริงๆครับ อยากให้มันคล่องตัวเหมือนภาคเอกชนเขาบ้าง
ขอบคุณครับ
เพราะไม่เชื่อมั่นว่าตนเองสำคัญ ต้องพยายามสร้างความเชื่อมั่น สร้างความสำคัญให้กับตนเอง จึงนำไปสู่หลายขั้นหลายตอน ยุ่งยาก และล่าช้า
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับท่านอาจารย์
ของไทยๆ มันมีระบบระเบียบขั้นตอนเยอะครับท่าน เพราะของเราเน้นไปที่ "คน" มากกว่าทำให้มีัขั้นมีตอนเยอะแยะก็ช่วยๆ กันไป
แต่ของเมืองนอกแต่ก่อน เน้น "งาน"ขอรับ ทำอย่างไรให้งานเสร็จและออกมาดีโดยใช้คนอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล นั่นคือใช้คนน้อยที่ใ้ห้ภาระรับผิดชอบมาก จากหนึ่งคนหนึ่งงานเป็นหนึ่งคนหลายๆ งานแต่หลังๆ ก็เปลี่ยน ให้ความสำคัญทั้งคนและงาน คือคนทำงานมีความสุขแล้วงานจะออกมาดีด้วยขอรับ ...
ขอบคุณครับ หึหึ
* ของไทยมีระบบระเบียบขั้นตอนเยอะเพราะของเราเน้นไปที่ "คน" มากกว่าทำให้มีัขั้นมีตอนเยอะ
* ของเมืองนอกเน้น "งาน"ทำอย่างไรให้งานเสร็จและออกมาดีโดยใช้คนอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
ผมขอสรุปออกมาอย่างนี้นะครับ ขอบคุณมากครับ