ความยุ่งยากที่เกิดขึ้น และความประทับใจในไมตรีจิตของคนลาว

เช้าต่อมาเป็นวันพุธที่ 7 ต.ค. ซึ่งเป็นวันครูจริงๆ ทั้งวิทยาลัยก็ปิด แต่มีอาจารย์ที่เข้า attend class ที่เราสอนและนักศึกษามาเรียนเหมือนเดิม อ. สุนทรา ซึ่งเป็นอาจาย์ที่เข้าฟังบรรยายมาเจอเราพอดีก็ทักทายกันตามธรรมเนียมคนลาว "สะบายดี" ซึ่งหมายความว่า สวัสดีตามความหมายคนไทย แต่เราสองคนบอกว่าไม่สบายเลย และเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง ช่วงนั้นมีอาจารย์ผู้บริหารววส. ท่านอื่นๆ (เผอิญวันนั้นผู้บริหารววส. นัดประชุมกัน)และนักศึกษามาฟังด้วย อาจารย์ทางโน้นตกใจมาก เพราะไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้มีอาจารย์พยาบาลไปสอนที่โน่น แล้วลื่นล้มในห้องน้ำแขนหักกรณีเดียว แต่เรื่องฉกชิงวิ่งราวมีของเราเป็นรายแรกที่เกิดขึ้น ยืนคุยกันพักใหญ่อาจารย์ขอตัวไปที่สถานทูตตามที่ผู้จัดการโรงแรมให้คำแนะนำมา อ. อ่อนคำ เป็นอาจารย์อีกคนของ ววส. และเคยมาเรียนโทที่คณะเป็นคนพาไป ส่วนเราก็เข้าไปสอนนักศึกษาตามปกติ

พอเขาไปในห้องนักศึกษาซึ่งทราบเรื่องแล้ว ถามเราว่าเกิดอะไรขึ้น เราก็เล่าให้ฟัง เค้าเองก็ตกใจมาก ไม่คิดว่าจะเกิดกับเรา แต่เราก็บอกว่าบ้านเมืองเจริญขึ้น คนร้ายมีทุกที่ทุกเมือง เพียงแต่ราวนี้มาเกิดกับเราเท่านั้นเอง เราก็สอนไปเรื่อยๆ สอนเสร็จก็พานักศึกษาทำ lab จนเกือบเที่ยง อาจารย์ที่ไปสถานทูตก็กลับมาเล่าให้ฟังว่า

พอไปสถานทูตเจอยามที่หน้าประตู เล่าเรื่องให้ยามฟัง ยามไม่ให้เข้าไปข้างแต่ใน แต่แนะนำให้ไปที่กงสุล อาจารย์ก็ไปที่กงสุลเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นตามจริงให้ฟัง กงสุลบอกว่าให้ไปที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เพื่อตรวจสอบว่าคนนี้ได้เข้าเมืองมาจริง ก็ไปเสร็จแล้วกลับมาที่กงสุลอีกครั้ง กงสุลบอกให้ทางวิทยาลัยออกหนังสือให้อีกหนึ่งฉบับเพื่อแสดงว่าบุคคลนี้ได้มาสอนที่วิทยาลัยจริงๆ เมื่อได้เอกสารครบทั้งหมดแล้วให้กลับไปที่กงสุลเพื่อขอใบผ่านแดนชั่วคราวให้  บ่ายวันนั้นที่กลับมา อ.อ่อนคำก็จัดการออกหนังสือให้ แต่หนังสือจะไม่สมบูรณ์ถ้าไม่มีตราประทับของวิทยาลัย อ. อ่อนคำก็ไปตามเอากุญแจห้องเพื่อหาตราประทับ ได้หนังสือเสร็จสมบูรณ์บ่ายวันนั้น แต่เนื่องจากกงสุลทำงานครึ่งวัน ถึงได้หนังสือ กงสุลก็ปิดแล้ว วันรุ่งขึ้นจึงกลับไปยื่นใหม่ และได้ไปผ่านแดนชั่วคราวมา จากข้อมูลที่อาจารย์ได้ระหว่างไปทำใบผ่านแดนชั่วคราวทราบว่า เมื่อเราแจ้งว่าของหายจากการถูกชิงทรัพย์ เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นคดี ถ้าจะให้เรื่องง่ายเข้า ขอให้บอกแค่ว่าของหาย แล้วไปที่กงสุลที่เดียวพอ

บ่ายวันนั้นทางววส. ประชุมกันว่าจะดำเนินการกับเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างไร เพราะทางโน้นรู้สึกเสียใจมากที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นกับเรา จึงให้ ดร. สมจิตร ซึ่งเป็นผู้บริหารคนหนึ่งของ ววส. มาแจ้งให้อาจารย์ทราบว่าทางววส. จะมอบเงินให้อาจารย์จำนวนหนึ่ง แต่เนื่องจากวันพุธทางธนาคารปิด จึงยังไม่สมารถดำเนินการได้ในวันนั้น เย็นวันนั้นเมื่อกลับมาถึงโรงแรม (เดิม) ยังคุยกันว่าจะทำยังงัยดีกับเงินที่จะได้รับ เรายังพูดติดตลกว่าที่เคยเห็นผู้หลักผู้ใหญ่ทำกันคือ เมื่อผู้ให้ให้มา ก็รับไว้พอเป็นพิธี แล้วมอบกลับให้ทางผู้มอบไว้ใช้ต่อไป ซึ่งดูเหมือนอาจารย์จะเห็นคล้อยตาม

ต่อมาบ่ายวันพฤหัสขณะที่กำลังคุม lab นักศึกษา อาจารย์ก็โดนตามตัวให้ไปรับมอบเงิน แต่เนื่องจากการมอบไม่ได้ทำกันแค่คนสองคน แต่มีผู้บริหารววส. มากันหลายคน อาจารย์เลยไม่ได้กล่าวถึงเจตนานี้ เมื่อมาเปิดดูเงินในซองมีจำนวน 10000 บาท เท่ากับจำนวนเงินสดที่อยู่ในกระเป๋าเงินที่ถูกฉกไป แต่หลังจากนั้นอาจารย์ได้บอกผ่านไปที่ อ. อ่อนคำ ถึงเจตนาดังกล่าวที่จะมอบเงินจำนวนนี้เอาไว้เป็นทุนการศึกษาของนักศึกษา แต่จนเที่ยงวันศุกร์ที่เราจะกลับแล้ว ก็ไม่เห็นอ. อ่อนคำว่าอะไร จะมอบคืนได้เมื่อไหร่ จนเที่ยงวันศุกร์ อ. อ่อนคำ, อ. สุทรา, อ.ภูธร และ อ. คำเมียง พาไปทานข้าวเที่ยง จึงได้เอ่ยถามอ. อ่อนคำ ว่าจะเอาอย่างไร อ. อ่อนคำจึงได้บอกว่า ได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือกับผู้บริหารววส. แล้วทุกคนเห็นว่าไม่ควรรับคืน เพราะเงินนี้หมือนเป็นเงินงบประณส่วนที่เป็นกิจการพิเศษของ ววส. เอาไว้ไปเยี่ยมคลอด เยี่ยมอาจารย์ไม่สบาย เป็นต้น ส่วนเรื่องทุนการศึกษานั้นทางรัฐบาลมีงบช่วยนักศึกษาอยู่แล้ว โดยเฉพาะคนที่ได้เกียรตินิยม ตอนจบรัฐจะให้เงินเป็นทุนการศึกษาด้วย (อันนี้เราว่าดีเหมือนกัน) แต่อย่างไรก็ตามก่อนขึ้นรถกลับ ดร. ตาน้อย ผู้บริหารสูงสุดของววส. ได้เดินมาส่งที่รถ อาจารย์ได้แจ้งความจำนงนี้อีกครั้งหนึ่ง แต่ ดร. ตาน้อยก็พูดทำนองเดียวกัน และรู้สึกว่าตัวดร. ตาน้อยเองเสียใจมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น ทางเราเองรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของววส. มากเช่นกัน

ส่วนทางนักศึกษาก็ถามเราทุกวันว่ามีความคืบหน้าอะไรหรือเปล่า เราก็บอกไม่มีเพราะโทรศัพท์ไปถามตำรวจที่โรงพักแห่งที่สองก็ยังไม่ได้ดำเนินการอะไร นักศึกษาบอกว่าพอเกิดเรื่องนี้ขึ้นแล้วกลัวว่าเราสองคนจะไม่กลับไปสอนที่ววส. อีกปีหน้า เราก็บอกว่าไม่เกี่ยวกัน  

ส่วนเด็กที่เคาน์เตอร์ที่เราแจ้งความจำนงไปกลายๆ ว่า เรื่องเงินไม่ติดใจเอาคืน ขอเอกสารคืนเท่านั้น ก็ถามเราทุกเช้าว่าได้เรื่องอะไรไหม และเสียใจด้วยมากๆ กับเรื่องที่เกิดขึ้นเรารู้สึกถึงความห่วงใยจากใจของคนรอบข้าง และตอนนี้แม้ว่าจะกลับมาแล้ว ยังคิดถึงนักศึกษาและอาจารย์ที่ววส. ทุกคน

มีข้อสังเกตบางประการจากเรื่องที่เกิดขึ้น จะกล่าวถึงในตอนต่อไป