โรงเรียนเปิดเทอมแล้ว blogครูใหม่เปิดทำการตามปกติแล้วค่ะ ที่ขาดการติดต่อไปก็เพราะมัวไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในโลกกว้างอยู่ค่ะ จากนี้ไปจะขออนุญาตถ่ายทอดประสบการณ์ที่เก็บเอาไว้ให้ได้รับฟังกันนะคะ ท่านที่ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ครั้งนั้นด้วย อาจรู้สึกเหมือนกำลังย้อนเวลาหาอดีตกันหน่อย หากใครอยาก เข้ามาร่วมลปรร. ก็ยินดีค่ะ


  • เรื่องน่ายกย่องของชาวน่าน

     

เมื่อต้นเดือนเมษายน คณะสาว - สาว - สาว จากโรงเรียนเพลินพัฒนา มีโอกาสได้ไปเยือนเมือง น่าน และได้ไปสัมผัสกับพลังชีวิตของชาวเมืองเหนือที่มีอยู่อย่างมากมาย


ทันทีที่ไปถึงเมืองน่าน เราก็ตรงรี่ไปสักการะองค์พระประธานซึ่งประดิษฐานอยู่ในวิหาร ที่มีแผนผังแบบจตุรมุข ที่ทุกตารางนิ้วของผนังเต็มไปด้วยงานจิตรกรรมฝาผนัง ที่มีรูปแบบความงาม อันโดดเด่นเฉพาะตัว ระหว่างที่กำลังเดินชมความงามอยู่นั้น เด็กชายในชุดผ้าพื้นเมือง หน้าตาคมคาย แบบชาวน่านก็ปรากฏขึ้นก่อนที่ลำแสงสุดท้ายจะลับฟ้าได้ไม่นาน


มัคคุเทศน้อยถามขึ้นอย่างน่าเอ็นดูว่า "จะให้ผมนำชมจิตรกรรมฝาผนังไหมครับ ถ้าอย่างสั้นก็ ๑๕ นาที อย่างยาวก็ประมาณครึ่งชั่วโมง"  พอคณะตอบว่าขอฟังอย่างยาวเพราะสนใจมาก ด.. แซม ก็นำชมอย่างตั้งใจ แม้ว่าตอนนั้นจะค่อนข้างเย็นมากแล้วก็ตาม ที่น่าทึ่งคือแซมสามารถอ่าน อักษรล้านนาที่เขียนไว้ในภาพเพื่อบอกให้รู้ว่าเป็นเรื่องราวในตอนใดได้ด้วย บางตัวที่อ่านไม่ออกก็บอกว่ายังอ่านไม่ได้เพราะยังเรียนไม่ถึง พอถามว่าเรียนมาจากไหน แซมก็บอกว่ามาขอเรียนจากวัดเอง เพราะว่าอยากรู้ ไม่ได้เรียนจากโรงเรียน วิชามัคคุเทศก็ได้มาจากการฟังเขาคุยกัน จนตอนหลังถึงได้มารับอบรมอย่างเป็นเรื่องเป็นราว --- น่าภาคภูมิใจแทนชาวน่านที่มีลูกหลานเยี่ยงนี้


เย็นวันนั้นก็ได้พบกับคุณหมอชาตรี เจริญศิริ และภรรยา สิ่งที่ท่านได้มอบให้แก่คณะก็คือ หนังสือเล่มใหญ่ พิมพ์สี่สีสวยงาม หน้าปกเป็นรูปจิตรกรรมฝาผนังวัดภูมินทร์ และอาคารสำคัญของ เมืองน่าน แผนที่ชุมชน เมืองเก่าน่าน เป็นหนังสือที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือร่วมใจของหลายภาคส่วน แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจของกลุ่มคนจำนวนมากที่ตระหนักในคุณค่าของชุมชน ตั้งแต่หัวปลา คือท่านผู้ว่าฯ ตัวคุณหมอชาตรีและบรรณาธิการร่วมอีก ๒ ท่าน ตลอดจนกระทั่งชาวบ้านในชุมชนกว่า ๓๐ ชุมชนที่มาร่วมไม้ร่วมมือกันในการนำลงสำรวจพื้นที่ และคณะบุคคลที่มีคุณูปการต่อหนังสือเล่มนี้อีกมากมาย สิ่งที่ได้จึงไม่ใช่เพียงผลงานการสร้างหนังสือ สวยๆ เล่มหนึ่ง แต่เป็นกระบวนการที่นำไปสู่ความเป็นชุมชนที่เข้มแข็งจากภายใน --- น่าภาคภูมิใจกับชาวน่านจริงๆ


คณะของเราท่องเมืองน่านอยู่ ๓วันเต็มๆ ไม่เคยผิดหวังเลยสักครั้ง ในการถามเส้นทางจากคนเมืองนี้ ไม่ว่าเราจะหลงอยู่ทางทิศไหนของเมือง และกำลังจะไปที่ไหน ไม่ว่าจุดหมายที่เราถามถึงจะใหญ่หรือเล็ก ไม่ว่าที่แห่งนั้นจะเป็นสถานที่สำคัญหรือสถานที่อร่อย ในมื้อต่างๆ คนเมืองน่านทุกคนบอกเส้นทางเราทุกครั้งด้วยพิกัดของไฟแดง และแยกถนน ทุกคนมีความแม่นยำในจินตภาพของเมืองที่พวกเขาใช้ชีวิตอยู่เป็นที่สุด นี่เป็นคุณสมบัติพิเศษที่เรามั่นใจว่าไม่เคยพบจากชาวเมืองไหนมาก่อนเลย --- ขอเฮาฮักเมืองน่านแหม ๓ คนเน้อ